วันพุธที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
โดย
20 ก.พ. 2554 09:00 น.
'พระพรหมกวี'รองสมเด็จฯอุบัติเหตุรถตู้ถึงมรณภาพ

'พระพรหมกวี'รองสมเด็จฯอุบัติเหตุรถตู้ถึงมรณภาพ

โดย
20 ก.พ. 2554 09:00 น.
  • Share:

สิ้น "พระพรหมกวี" รองสมเด็จพระราชาคณะ เจ้าอาวาสวัดโมลีโลกยาราม และเจ้าคณะภาค 10 ด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ ขณะเดินทางไปปฏิบัติศาสนกิจที่ จ.อุบลราชธานี เปิดให้สรงน้ำศพวันที่ 21 ก.พ.นี้...

วงการพระพุทธศาสนาต้องสูญเสียพระเถระชั้นผู้ใหญ่ระดับรองสมเด็จพระราชาคณะจากอุบัติเหตุแบบไม่คาดฝันครั้งนี้ เกิดขึ้นเมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 19 ก.พ. พ.ต.ท.สมชัย ผาสุกนิตย์ สารวัตรเวร สภ.ตระการพืชผล จ.อุบลราชธานี รับแจ้งเหตุรถตู้โตโยต้า ทะเบียน นข 761 อำนาจเจริญ เสียหลักตกข้างทางถนนสายตระการพืชผล-พนา บ้านดอนงัว ต.ไหล่ทุ่ง อ.ตระการพืชผล พุ่งลงไปในคลองระบายน้ำโดยมีพระเถระชั้นผู้ใหญ่ได้รับบาดเจ็บหลายรูป จึงประสานรถ รพ.ตระการพืชผลรุดไปช่วยเหลือ

ทราบชื่อต่อมาคือพระพรหมกวี (วรวิทย์ คงฺคปญฺโญ) วัย 78 ปี เจ้าคณะภาค 10 และเจ้าอาวาสวัดโมลีโลกยาราม ย่านฝั่งธนฯ กทม.ได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ ขาขวาหัก หมดสติ พระวิสุทธิกิตติสาร อายุ 76 ปี รองเจ้าคณะจังหวัดอำนาจเจริญ บาดเจ็บแขนขวาหัก ศีรษะแตก ส่วนสามเณรบรรพต อายุ 12 ปี และนายกิตติคุณ บุญเทียน อายุ 22 ปี คนขับรถตู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย จึงรีบนำผู้บาดเจ็บทั้ง 4 รายส่ง รพ.ตระการพืชผล ก่อนจะส่งไปรักษาต่อที่ รพ.สรรพสิทธิประสงค์ แต่พระพรหมกวีทนพิษบาดแผลไม่ไหวถึงแก่มรณภาพจากภาวะเลือดคั่งในสมอง สอบสวนนายกิตติคุณ คนขับรถให้การว่า ขับรถพาพระเถระทั้ง 2 รูปไปร่วมงานพระราชทานเพลิงศพที่ อ.ศรีเมืองใหม่ จ.อุบลราชธานี แต่ตัวเองเผลอหลับในทำให้รถเสียหลักพุ่งตกคลองดังกล่าว จึงอายัดตัวไว้ดำเนินคดีต่อไป

ด้านนายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กล่าวว่า ขณะนี้พระพรหมกวี (วรวิทย์ คงฺคปญฺโญ ป.ธ.8) อายุ 78 ปี พรรษา 57 เจ้าอาวาสวัดโมลีโลกยาราม บางกอกใหญ่ กทม. และเจ้าคณะภาค 10 และหัวหน้าพระธรรมทูตสายที่ 6 มหานิกาย ได้ถึงแก่มรณภาพแล้วที่โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี เมื่อเวลาประมาณ 17.00 น. หลังประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ขณะเดินทางไปปฏิบัติศาสนกิจที่ อ.ตระการพืชผล จ.อุบลราชธานี ทั้งนี้ ศพของพระพรหมกวีจะเคลื่อนกลับสู่วัดโมลีโลกยารามในเวลา 24.00 น. ของวันที่ 20 ก.พ. จากนั้นจะตั้งศพไว้ที่วัดก่อนจะทำพิธีขอพระราชทานน้ำหลวงอาบศพและเปิดให้ประชาชนเข้ารดน้ำศพในช่วงบ่ายของวันที่ 21 ก.พ. ที่ศาลาการเปรียญวัดโมลีโลกยาราม

ประวัติพระพรหมกวี เดิมชื่อวรวิทย์ นามสกุล ธรรมวรางกูร เกิดเมื่อวันที่ 6 มิ.ย.2476 ที่บ้านหนองบัว ต.นนทรี อ.เมืองกบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี อุปสมบทเมื่อวันที่ 26 พ.ค.2496 ที่วัดอินทรแบก อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี จบชั้นประถมปีที่ 4 นักธรรมเอกและสอบ ป.ธ.8 ได้ใน พ.ศ.2506 สำนักเรียนวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ กรุงเทพฯ ส่วนสมณศักดิ์เป็นพระศรีสุธรรมมุนี เมื่อ พ.ศ.2517 เป็นพระราชเมธี พ.ศ.2523 เป็นพระเทพปริยัติสุธี พ.ศ.2539 เป็นพระธรรมปริยัติโสภณเมื่อ พ.ศ.2545 และชั้นรองสมเด็จที่พระพรหมกวี พ.ศ.2553 และถือเป็นราชทินนามใหม่แห่งรัชกาลปัจจุบัน ที่ไม่เคยตั้งและพระราชทานให้พระสงฆ์รูปใดมาก่อน โดยเฉพาะราชทินนามที่พระพรหมกวี ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทานสถาปนาที่จารึกในหิรัญบัฏว่า "พระพรหมกวี ศีลาจารโสภณ วิมลศาสนกิจวิธาน ไพศาลปริยัตินายก ตรีวิปิฎกวิภูษิต มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี" นั้นมีความหมายว่า "เป็นพระกวี ผู้มากด้วยศีลาจริยวัตร ผู้เชี่ยวชาญในการปฏิบัติ และส่งเสริมการศึกษาดีเด่น" เพราะพระพรหมกวีนั้นได้ชื่อว่าเป็นเจ้าสำนักเรียนพระปริยัติธรรมแผนกบาลี ที่สอบไล่ได้มากที่สุดของประเทศ ทั้งยังมีความเชี่ยวชาญในด้านกฎหมายการปกครองคณะสงฆ์ และการศาสนศึกษา โดยได้เขียนหนังสือและตำราเรียนไว้หลายเล่ม

ด้านพระเมธีวราภรณ์ (สุทัศน์ ป.ธ.9) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโมลีโลกยารามและอาจารย์ใหญ่สำนักเรียน วัดโมลีโลกยาราม กล่าวว่า พระพรหมกวีมีความเป็นอัจฉริยะหลายด้าน โดยเฉพาะมีความจำเป็นเลิศ มีความสามารถสูง จบเพียงชั้นประถมปีที่ 4 แต่สามารถเขียนหนังสือให้ผู้ที่มีความรู้ระดับปริญญาตรี โท เอก อ่านได้สบาย โดยเฉพาะวิชาเลขานุการของท่านนั้นดังทั่วสังฆมณฑล ท่านมีปฏิปทาตั้งมั่น มักน้อยสันโดษ เป็นอยู่แบบพระโบราณ มีความสุขในการปฏิบัติธรรม ทั้งนี้ได้เตรียมจัดสถานที่รับศพและเตรียมพิธีการต่างๆไว้แล้ว โดยจะเริ่มในวันที่ 21 ก.พ.นี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้