วันจันทร์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
"โตโยต้า-ฮีโน่" ลงทุน 2.4 หมื่นล้าน ยันไทยเป็นฐานผลิตในภูมิภาค

"โตโยต้า-ฮีโน่" ลงทุน 2.4 หมื่นล้าน ยันไทยเป็นฐานผลิตในภูมิภาค

  • Share:



นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังนายนินนาท ไชยธีรภิญโญ ประธานกรรมการบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด และคณะผู้บริหารระดับสูง บริษัท โตโยต้า ไดฮัทสุ เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด และบริษัท ฮีโน่ มอเตอร์ส แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เข้าพบที่ทำเนียบรัฐบาล ว่า ทางโตโยต้าแจ้งว่าในปี 2562 ได้มีการลงทุนในประเทศไทยจำนวน 10,000 ล้านบาท และในปีหน้าจะเพิ่มเงินลงทุนอีก 10,000 ล้านบาท และยืนยันไทยเป็นประเทศสำคัญในภูมิภาคนี้

ขณะที่ช่วง 2-3 ปีนี้ จะเน้นผลิตรถยนต์ที่เน้นการดูแลสิ่งแวดล้อม เช่น รถยนต์ที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์น้อย พร้อมกันนี้ได้แนะนำบริษัทฮีโน่ ประเทศไทย ที่จะมีศูนย์กลางอยู่ที่ประเทศไทย เท่ากับจะมีญี่ปุ่นและไทยเป็นศูนย์กลางในโลก ซึ่งพร้อมเพิ่มการลงทุนในปีนี้ 4,000 ล้านบาท สร้างฐานการผลิตและพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อความแข็งแกร่งในภูมิภาคอาเซียน

“ทางบริษัทโตโยต้ายืนยันว่าฐานการผลิตรถยนต์ยังอยู่ในประเทศไทย สำหรับการผลิตเพื่อการส่งออกถือว่ามีการลดลงเป็นปกติ เพราะคนซื้ออย่างในภูมิภาคตะวันออกกลาง คนที่รวยก็จนลง ส่งผลให้การซื้อรถยนต์มีจำนวนลดลงตาม” นายสมคิดกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางบริษัทฮีโน่ มอเตอร์ส แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด ได้แจ้งกับนายสมคิดว่าได้แต่งตั้งนายสมชาย เปลี่ยนแก้ว ให้ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ ของบริษัท ฮีโน่ มอเตอร์ส แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จํากัด มีผลตั้งแต่ 1 กุมภาพันธ์ 2562 เป็นต้นมา ซึ่งถือเป็นผู้บริหารชาวไทยคนแรกที่จะมาเป็นผู้นำในการขับเคลื่อนธุรกิจของฮีโน่ ประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน

สำหรับศูนย์การผลิตและพัฒนาผลิตภัณฑ์ จะพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตรงกับความต้องการที่แตกต่างกันของลูกค้าอย่างแท้จริง จะเป็นศูนย์การผลิตและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ฮีโน่แห่งแรกของภูมิภาคอาเซียน มีเงินลงทุน 3,560 ล้านบาท มีขนาดพื้นที่ 250 ไร่ ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมเอเซียสุวรรณภูมิ อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ จะเริ่มดำเนินการก่อสร้างได้ภายในเดือน ก.ค.2562 จะเปิดดำเนินการได้ในปี 2564 และเริ่มผลิตเพื่อการส่งออกได้ภายในปี 2567 ที่จะถึงนี้

ทั้งนี้ การจัดตั้งศูนย์ดังกล่าวจะส่งผลดีต่อไทยและภูมิภาคอาเซียน เพราะจะมีเงินลงทุนหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ มีการถ่ายทอดเทคโนโลยีทักษะการผลิตและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ รวมทั้งเพิ่มมูลค่าการส่งออกและการจ้างงานในประเทศ อีกทั้งเป็นโรงงานต้นแบบด้านการอนุรักษ์พลังงานและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ตลอดจนสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เกิดประโยชน์สูงสุดต่อลูกค้าและระบบเศรษฐกิจ.

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้