วันจันทร์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
หอการค้าไทยเชิญ 6 พรรคล้อมวง โชว์วิสัยทัศน์แก้ความเหลื่อมล้ำ

หอการค้าไทยเชิญ 6 พรรคล้อมวง โชว์วิสัยทัศน์แก้ความเหลื่อมล้ำ

  • Share:

กลินท์ สารสิน


ขอรัฐบาลใหม่ล้มแผนแจกเงิน

นายกลินท์ สารสิน ประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตนได้ทำหนังสือถึงพรรคการเมือง 6 พรรค เพื่อให้ส่งหัวหน้าพรรค หรือหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ร่วมดีเบตนโยบายเศรษฐกิจของพรรค วันที่ 13 มี.ค.นี้ ที่มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เพื่อให้นักลงทุน, สมาชิกหอการค้าไทย 100,000 ราย ได้รับทราบนโยบาย เพื่อตัดสินใจในการเลือกตั้ง และขณะนี้ นักธุรกิจเชื่อมั่นแล้วว่าวันที่ 24 มี.ค.นี้ จะมีการเลือกตั้ง โดยให้เน้นดีเบตเฉพาะเรื่องของเศรษฐกิจ โดยเฉพาะเรื่องความเหลื่อมล้ำทางรายได้ ที่เป็นปัญหาหลักของประเทศ

ว่าที่ ร.อ.จิตร์ ศิรธรานนท์ รองประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า ประเทศไทยมีปัญหาเรื่องความเหลื่อมล้ำทางรายได้ที่สะสมมานาน ปัจจุบันชนชั้นกลางมีแนวโน้มที่จะเป็นคนจนเพิ่มขึ้น เนื่องจากการค้าโลกที่เปลี่ยนไป และกำลังซื้อของประชาชนลดลง ทำให้คาดว่าจะมีคนจนเพิ่มมากขึ้นในประเทศ

“รัฐบาลชุดใหม่ ต้องแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำ 2 ด้าน คือ แก้ไขปัญหาคนจน โดยรัฐบาลไม่ควรเน้นนโยบายแจกเงินเป็นหลัก แต่ต้องส่งเสริมให้เกิดการจ้างงาน สร้างอาชีพในชุมชน และรัฐบาลต้องไปช่วยเหลือกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อยที่มีอยู่ 5.7 ล้านราย แบ่งเป็นเอสเอ็มอี 3 ล้านราย และกลุ่มไมโครเอสเอ็มอี 2.7 ล้านราย เพื่อผลักดันให้กลุ่มเหล่านี้เป็นกระดูกสันหลังของชาติ เพราะเอสเอ็มอีและไมโครเอสเอ็มอี เป็นกลุ่มสร้างรายได้ให้กับท้องถิ่น รัฐบาลจึงควรใช้โมเดลของจีน เข้ามาแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำ เพราะเดิมจีนมีคนจน 800 ล้านคน แต่รัฐบาลจีนเอาจริง มีการทำโครงการจ้างงาน สร้างรายได้ไปสู่ชุมชม พัฒนาชุมชนเป็นแหล่งท่องเที่ยวสร้างรายได้ ซึ่งเป็นมาตรการที่ไม่ใช่การแจกเงิน ทำให้ปีหน้า ที่รัฐบาลจีนประกาศว่าคนจนจะหมดจากประเทศ มีความเป็นไปได้สูง”

นายเกรียงไกร เธียรนุกูล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ในวันที่ 27 ก.พ.นี้ ที่กระทรวงพาณิชย์เตรียมหารือภาคเอกชน เพื่อร่วมกันผลักดันการส่งออกปีนี้ให้เติบโต 8% ที่เป็นเป้าหมายที่ท้าทาย จึงเป็นเรื่องที่รัฐบาลและเอกชนต้องร่วมมือกันในการเปิดตลาดส่งออกใหม่ๆ และดูแลค่าเงินบาทให้เหมาะสมต่อการแข่งขันในตลาดโลก ซึ่ง ส.อ.ท.ได้คำนวณว่าการแข็งค่าของเงินบาททุกๆ 1% จะกระทบต่อการส่งออก 0.14% และตั้งแต่ต้นปีนี้จนถึงเดือน ก.พ. พบว่าเงินบาทแข็งค่า 3%.

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้