วันอาทิตย์ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
พี่เขยปืนโหด ยิงน้องเมียโคม่า มอบตัวแล้ว อ้างเหตุลั่นไกป้องกันตัว

พี่เขยปืนโหด ยิงน้องเมียโคม่า มอบตัวแล้ว อ้างเหตุลั่นไกป้องกันตัว

  • Share:

ภายหลังศาลออกหมายจับ พี่เขยปืนโหด ยิงน้องเมียโคม่า แล้วหลบหนี ล่าสุดเข้ามอบตัวแล้ว อ้างเหตุยิงเพื่อป้องกันตัว เกรงน้องเมียคว้าปืนในบ้านยิงก่อน จึงตัดสินใจลั่นไก  

จากเหตุการณ์เมื่อช่วงค่ำวันที่ 17 ก.พ.ที่ผ่านมา นายเกียรติศักดิ์ หรือต้น ไชยสุวรรณ อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 67 หมู่ 6 ต.ควนเมา อ.รัษฏา จ.ตรัง ขับรถเก๋งโตโยต้ายารีส สีขาว ทะเบียน กท 329 ตรัง จากบ้านที่ จ.ตรัง มาที่บ้านของ น.ส.ธมนวรรณ วรพัฒน์ อายุ 28 ปี ภรรยา ที่ ต.กรุงหยัน อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช เพื่อมาพูดคุยขอนำลูกชายวัยขวบเศษ กลับไปเลี้ยงดูที่บ้านที่ จ.ตรัง แต่ระหว่างที่พูดคุยกันนั้นเกิดตกลงกันไม่ได้ เนื่องจากภรรยาไม่ต้องการให้ลูกกลับไปอยู่กับสามี โดยต้องการเลี้ยงดูเอง ทำให้ทั้งคู่เกิดมีปากเสียงทะเลาะกันอย่างรุนแรง โดยนายจักกริช วรพัฒน์ อายุ 23 ปี ซึ่งเป็นน้องชาย น.ส.ธมนวรรณ โดยมีศักดิ์เป็นน้องเมีย นายเกียรติศักดิ์ ที่อยู่ในเหตุการณ์เห็นท่าไม่ดี จึงเข้าห้ามปราม จนเกิดการชกต่อยกันขึ้น ก่อนที่ญาติๆจะเข้ามาช่วยห้าม หลังทั้งคู่แยกจากกัน นายเกียรติศักดิ์ ได้เดินออกมาหน้าบ้านทำที่หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาพูดคุย เห็นสบโอกาสขณะ นายจักกริช เดินเข้าไปในครัว ชักปืนที่พกติดตัวออกมายิง นายจักกริช ไป 6 นัด กระสุนเข้าท้องฝังใน 2 นัด และต้นขาขวา 1 นัด นอนฟุตจมกองเลือดอาการโคม่า ญาติต้องรีบนำตัวส่ง รพ.ทุ่งสง โดยหลังเกิดเหตุ นายเกียรติศักดิ์ ผู้ก่อเหตุได้ขับรถหลบหนีไป

ต่อมาวันที่ 18 ก.พ.ร.ต.อ.ศุภวิทย์ ไชยประพันธ์ พนักงานสอบสวน สภ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช เจ้าของสำนวนคดีรวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ และพยานบุคคลจนทราบแน่ชัดว่า นายเกียรติศักดิ์ สามี น.ส.ธมนวรรณ ที่มีศักดิ์เป็นพี่เขย นายจักกริช เป็นผู้ลงมือก่อเหตุ จึงไปขออนุมัติศาลจังหวัดทุ่งสงออกหมายจับ นายเกียรติศักดิ์ ศาลตรวจหลักฐานพยานต่างๆเห็นว่ามีมูล และเชื่อว่า นายเกียรติ เป็นผู้ลงมือยิงนายจักกริชจึงออกหมายจับที่ 36/2562 ลงวันที่ 18 ก.พ.ฐานความผิดพยายามฆ่าผู้อื่น มีอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาต พกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร

ล่าสุด เมื่อเวลา 17.00 น.วันนี้ (19 ก.พ.) นายเกียรติศักดิ์ ผู้ก่อเหตุทราบว่า ตนถูกออกหมายจับและทนแรงกดดันของเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ไหว จึงติดต่อขอเข้ามอบตัว โดยมี ด.ต.สมพร ไชยสุวรรณ ผบ.หมูงานสืบสวน สภ.ทุ่งสง บิดาเป็นผู้นำเข้ามอบตัว พร้อมกับอาวุธปืนของกลางขนาด 9 มม.แม็กกาซีน 1 อัน ซองปืน 1 ซอง ซึ่งเป็นของกลางที่ใช้ก่อเหตุ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจรับมอบตัวและทำบันทึกการจับกุม นายเกียรติศักดิ์ ที่ สภ.ทุ่งสง ในเวลา 19.00 น.ได้นำตัวกลับมายังพื้นที่ก่อเหตุที่ สภ.ทุ่งใหญ่ เพื่อทำการสอบสวน โดย นายเกียรติศักดิ์ ได้ให้การรับสารภาพว่า ที่ทำลงไปเพราะถูกแรงกดดันจาก นายจักกริช ที่เข้ามาทำร้ายตนก่อน ขณะที่ตนกำลังทะเลาะกับภรรยาอยู่ในบ้าน จึงนำอาวุธปืนที่พกติดตัวมาด้วย ออกมายิงเพื่อป้องกันตัว เพราะเห็นว่าขณะเกิดเหตุ นายจักกริช ได้เดินเข้าไปในห้อง จึงคิดว่าน่าจะไปหยิบอาวุธปืนออกมายิงตน จึงชิงลงมือยิง นายจักกริช ก่อน จากนั้นจึงขับรถหลบหนีไปแอบนอนในสวนยางพารา ที่ห่างจากบ้านประมาณ 5 กิโลเมตร โดยนอนซ่อนตัวอยู่ 2 คืน จึงตัดสินใจโทรศัพท์หาบิดา เพื่อขอให้พาเข้ามอบตัว

ด้าน น.ส.ธมนวรรณ พร้อม น.ส.อรวรรณ อินทโร ภรรยา นายจักกริช ผู้ถูกยิง ได้เดินทางมาพร้อมกับญาติที่ สภ.ทุ่งใหญ่ เพื่อชี้ตัวว่า นายเกียรติศักดิ์สามีเป็นผู้ลงมือก่อเหตุยิง นายจักกริช ในคืนวันที่ 17 ก.พ.ที่ผ่านมา พร้อมแจ้งความประสงค์ขอคัดค้านการประตัว โดยให้เหตุผลว่าหาก นายเกียรติศักดิ์ ได้ประกันตัวออกมา เกรงจะไม่ปลอดภัยและได้รับอันตราย เนื่องจากภายหลังก่อเหตุ นายเกียรติศักดิ์ ได้ส่งข้อความมาทางไลน์ข่มขู่เอาชีวิต

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลัง นายเกียรติศักดิ์ ถูกควบคุมตัวทางผู้เป็นพ่อพร้อมกับลุง ได้เดินทางมาเยี่ยมและให้กำลังใจ แต่จะไม่ขอยืนประกันตัวลูกชาย เนื่องจากเตรียมหลักทรัพย์มาประกันตัวไม่ทัน ทางด้านตำรวจเจ้าของสำนวนคดี กล่าวว่า หากไม่มีใครมาขอยื่นประกันตัวนายเกียรติศักดิ์รุ่งเช้าก็จะนำสำนวนคดีพร้อมนำตัวไปขออำนาจศาลฝากขังพลัดแรก

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้