วันอาทิตย์ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
"อภิสิทธิ์" รำไท้เก๊กขอคะแนนเสียง ชี้พรรคมีสิทธิเสนอนโยบายกองทัพได้

"อภิสิทธิ์" รำไท้เก๊กขอคะแนนเสียง ชี้พรรคมีสิทธิเสนอนโยบายกองทัพได้

  • Share:

"อภิสิทธิ์" ขอ ผบ.ทบ. วางตัวเป็นกลางทางการเมือง ชี้พรรคการเมืองมีสิทธิเสนอนโยบายกองทัพได้ เชิญ "บิ๊กตู่" ร่วมถกนโยบายกองทัพ ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคพลังประชารัฐ ...

วันที่ 19 ก.พ. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนางเจิมมาศ จึงเลิศศิริ ผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เขตพระนคร-ป้อมปราบฯ-สัมพันธวงศ์-ดุสิต (ยกเว้นแขวงนครชัยศรี) ร่วมทำบุญตักบาตร เนื่องในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา “มาฆบูชา” ที่วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม พร้อมนำคณะเข้ากราบสักการะองค์พระพุทธชินราช ภายในพระอุโบสถ เพื่อความเป็นสิริมงคล

จากนั้นได้เดินทักทายประชาชนที่ออกกำลังกายในสวนรมณีนาถ พร้อมขอคะแนนเสียงสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ โดยนายอภิสิทธิ์ ได้ร่วมกิจกรรมรำไท้เก๊ก และถ่ายรูปกับกลุ่มผู้สูงอายุ ที่มาจิบน้ำชายามเช้าในสวนฯ ก่อนจะเดินหาเสียงพบพ่อค้า แม่ค้า และประชาชนที่มาจับจ่ายซื้อของที่บริเวณตลาดตรอกหม้อ

นายอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีการตอบโต้กันรุนแรงระหว่างฝ่ายทหาร และพรรคการเมือง เกี่ยวกับนโยบายการปรับลดงบประมาณกองทัพว่า ที่จริงแล้วไม่ควรจะมีความวุ่นวายหรือความขัดแย้งอะไร เพราะพรรคการเมือง ก็มีสิทธิที่จะนำเสนอนโยบายต่างๆ ส่วนตัวอยากให้ทุกฝ่ายมองอย่างนั้น อะไรที่เป็นความเห็นที่ไม่ตรงกัน ก็ต้องว่ากันไปตามเนื้อหาสาระจะดีที่สุด ทั้งนี้ ทุกคนมีจุดยืนของตัวเอง แต่ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องทำให้เกิดความขัดแย้ง เพราะทุกอย่างเป็นเรื่องของความแตกต่าง หลากหลายทางความคิด ถ้าไปในแนวทางนั้น ตัวเองคิดว่าประเทศก็เดินหน้าไปได้

เมื่อถามว่าความขัดแย้งครั้งนี้ ทำให้บ้านเมืองแตกแยกหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ส่วนตัวไม่คิดอย่างนั้น เพราะคิดว่าการนำเสนอนโยบายต่างๆ ซึ่งรวมไปถึงเรื่องของกองทัพก็สามารถทำได้ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ก็มีนโยบายที่เกี่ยวข้องกับกองทัพ เช่นเรื่องการมีพลทหารสมัครใจ เรื่องการปรับลดงบประมาณและการปรับแนวทางการทำงานบางอย่างก็เป็นเรื่องปกติ แต่เราพยายามไม่นำเสนอในลักษณะที่นำไปสู่ความขัดแย้งโดยไม่จำเป็น

ส่วน พลเอกอภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก เป็นข้าราชการ ก็อยากให้ท่านชัดเจน ว่าท่านวางตัวเป็นกลางทางการเมือง แต่ถ้าหากมีประเด็นอะไรที่ท่านมองว่าเกี่ยวข้องกับองค์กรของท่านที่เป็นข้อเท็จจริง ก็อยากจะให้ชี้แจงมากกว่า ทุกฝ่ายจะได้ทำหน้าที่ของตัวเอง

เมื่อถามว่า พลเอกอภิรัชต์ ควรควบคุมอารมณ์มากกว่านี้หรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ตัวเองไม่ได้เห็นการให้สัมภาษณ์อย่างละเอียด แต่มองว่า ไม่ได้เป็นการใช้อารมณ์ เพราะไม่ทราบว่าคำถามกับคำตอบสัมพันธ์กันอย่างไร เมื่อถามย้ำว่า มีการเปิดเพลงปลุกใจในค่ายทหาร นายอภิสิทธิ์กล่าวเพียงว่า เพลงเยอะครับ

เมื่อถามว่า มองอย่างไร ที่พรรคเพื่อไทย เสนอตัดลดงบประมาณกองทัพเหลือ 10% นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ในส่วนของกองทัพ มองว่าลดได้ แต่ในแง่ของการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆ ก็ต้องดูตามความจำเป็น และขณะนี้มีประเด็นปัญหาที่เกี่ยวข้องกับงบที่ผูกพันอยู่ แต่ก็ต้องดูว่าในส่วนนี้สามารถปรับลดได้หรือไม่ และในรอบหลายสิบปีที่ผ่านมา ในยุคที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล ที่มีการปรับลดงบประมาณกลาโหมลงได้ น่าจะเป็นงบประมาณในปี 2553 ซึ่งเราดูตามความจำเป็น เพราะวันนี้ทุกหน่วยงานไม่ใช่เฉพาะกองทัพ ก็ต้องมาดูกันในเรื่องของความประหยัด ส่วนตัวเห็นว่าตอนหลังนายกรัฐมนตรีสามารถอนุมัติงบไปใช้ ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องของความจำเป็นฉุกเฉินเร่งด่วน ตรงนี้ก็ลดได้เยอะขึ้น ตัวเองคิดว่าทุกฝ่ายถ้าช่วยกัน ก็จะมีเงินไปทำเรื่องสวัสดิการ การช่วยเหลือประชาชน และเรื่องเศรษฐกิจ

นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ทุกคนมีสิทธิที่จะเสนอความคิดและนโยบาย นั่นคือเหตุผลที่เรามีการเลือกตั้ง เพื่อให้คนที่มีความคิดหลากหลายสามารถที่จะเสนอนโยบายและเสนอทางออก และเมื่อตัวนายกรัฐมนตรีเป็นผู้สมัครในบัญชีนายกฯคนหนึ่ง ท่านก็ควรที่จะมาร่วมวงสนทนาเกี่ยวกับเรื่องนี้ ประชาชนจะได้เห็นว่าความคิดแตกต่างกันอย่างไร หากท่านเห็นว่าเป็นนโยบายที่ไม่ดี ท่านก็ควรมาร่วมวงว่าอะไรมันดีกว่า ถ้าเป็นแบบนี้ทุกฝ่ายก็จะเดินไปได้ หากต่างคนต่างพูดก็จะทำให้ประชาชนมีความรู้สึกหวั่นไหว

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้