วันจันทร์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ล่าพรานทมิฬ บ่วงดักสัตว์ เจอแล้ว 149 ชิ้น!

ล่าพรานทมิฬ บ่วงดักสัตว์ เจอแล้ว 149 ชิ้น!

  • Share:

สลดตายคาซาก ในป่าอ่างฤาไน

เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไนถึงกับสะอื้น หลังออกลาดตระเวนพื้นที่ป่าตามแนวเขต 5 หมู่บ้าน พบซาก “วัวแดง” และสัตว์ป่าหลายชนิดถูกกลุ่มนายพรานอำมหิตวางบ่วงแร้วดักไว้ พอสัตว์เดินหากินขาหลังมาติดบ่วง ใช้ปืนยิงหัวแล้วแล่เนื้อไปขายนายทุนร้านอาหารป่า ทิ้งซากที่เหลือให้แห้งตายอย่างน่าเวทนา แจ้งตำรวจ สภ.ท่าตะเกียบ ส่งพยานหลักฐานไปตรวจดีเอ็นเอ มัดตัวแก๊งพรานใจโหดให้ดิ้นไม่หลุด

แจ้งตำรวจตามล่าพรานโหดวางบ่วงดักสัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 17 ก.พ. นายวีระพงศ์ โคระวัตร หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน จ.ฉะเชิงเทรา เปิดเผยว่า ช่วงวันที่ 14-16 ก.พ. ได้ปฏิบัติการลาดตระเวนร่วมกับนายอเนก วงศ์ษา ผช.หน.เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน นายชาลี เม่นขำ หน.หน่วยปฏิบัติการป้องกันรักษาป่าที่ ฉช.2 (บ้านหนองปลาซิว) สนธิกำลังกับ ร.ท.เดชสิทธิ์ ดำดง รอง ผบ.ร้อย ทพ.ที่ 1306 (หนองคอก) ตามแผนปฏิบัติการป้องกันรักษาป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน แบ่งกำลังเป็น 4 ชุด ร่วมกันลาดตระเวนไปตามป่าเขตติดต่อ 5 หมู่บ้าน คือ ป่าเนินดินดำ บ้านเขาวง หมู่ 22 ต.ท่าตะเกียบ ป่าคลองตะเคียน บ้านคลองตะเคียน หมู่ 13 ต.ท่าตะเกียบ ป่าเขาระบมป้าน บ้านหลุมตาสังข์ หมู่ 25 ต.คลองตะเกรา ป่าสามพราน บ้านเทพประทาน หมู่ 8 ต.คลองตะเกรา และป่าเขาแหลม บ้านหมอทราย หมู่ 3 ต.คลองตะเกรา อ.ท่าตะเกียบ จ.ฉะเชิงเทรา

นายวีระพงศ์กล่าวต่อว่า ผลการลาดตระเวนพบบ่วงเชือกแร้ว 149 เส้น ซากวัวแดง 2 ซาก ซากกวางป่า 2 ซาก และซากหมูป่า อีก 2 ซาก ทุกซากขาติดคาบ่วงแร้วแห้งตายเป็นที่น่าเวทนา ส่งกลิ่นเน่าเหม็น โดยเฉพาะซากวัวแดงที่พบในป่าเขาระบมป้าน เป็นวัวแดงเพศเมีย ขนาดใหญ่ สภาพแห้งตายขาติดบ่วงแร้วทำด้วยลวดสลิง เจ้าหน้าที่ได้เก็บกู้บ่วงแร้ว พร้อมแบกหามซากสัตว์ป่าทั้งหมดออกจากป่าอย่างทุลักทุเล นำมารวบรวมไว้ที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน พร้อมทำบันทึกส่งพนักงานสอบสวน สภ.ท่าตะเกียบ สืบสวนหาผู้กระทำผิดมาดำเนินคดี ขณะนี้พอทราบกลุ่มบุคคลที่กระทำการในครั้งนี้ว่าเป็นใคร ได้ให้ข้อมูลกับตำรวจไปแล้ว อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน และตรวจดีเอ็นเอ เพื่อยืนยันตัวบุคคลที่เข้าไปล่าสัตว์ป่า ก่อนเสนอศาลออกหมายจับนำตัวมาดำเนินคดี

นายอเนกกล่าวว่า เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน เป็นผืนป่าอุดมสมบูรณ์ที่ยังคงมีสัตว์ป่าจำนวนมากอาศัยอยู่ มีนายพรานลักลอบเข้าไปดักสัตว์ป่าอยู่เป็นประจำ เนื่องจากช่วงนี้เป็นช่วงฤดูแล้ง แหล่งน้ำแหล่งอาหารของสัตว์ป่าเริ่มลดน้อยลง ทำให้นายพรานเข้าป่าวางกับดักตามเส้นทางเดินหาอาหารของสัตว์ป่าได้ง่ายขึ้น จากการเข้าปฏิบัติการครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบบ่วงดักสัตว์จำนวนมาก และเป็นที่น่าเวทนาเมื่อพบซากวัวแดง 2 ตัว เป็นเพศผู้และเพศเมีย ขาหลังติดบ่วงออกไม่ได้ กระทั่งพรานมาเจอได้ใช้ปืนยิงหัวจนตาย ก่อนชำแหละเนื้อไปขายให้ร้านขายอาหารป่า ปล่อยให้ซากที่เหลือเน่าเปื่อยอยู่ในป่า ถือเป็นการกระทำที่โหดเหี้ยมมาก วัวแดง มีสถานภาพเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 หากินอยู่ในป่าเขาอ่างฤาไน และเขตป่ารอยต่อ 5 จังหวัด

อีกราย กลางดึกคืนวันเดียวกัน นายฐิติ โสมภีร์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี ว่าที่ ร.ต.สิทธิศักดิ์ ฉันสิมา ผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานเขื่อนศรีนครินทร์ นำกำลังออกตรวจมาถึงป่าโป่งเก้ง หมู่ 4 ต.แม่กระบุง อ.ศรีสวัสดิ์ พบชายขี่รถ จยย.ฮอนด้า เวฟ 100 ทะเบียน คกย 569 ราชบุรี ท่าทางมีพิรุธผ่านมา เมื่อเรียกตรวจสอบชายดังกล่าวรีบเร่งเครื่องหลบหนี แต่เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวได้ ทราบชื่อนายวิโรจน์ พันนา อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 126 หมู่ 6 ต.แม่กระบุง อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี ตรวจค้นพบของกลางปืนแก๊ปไทยประดิษฐ์ และกระสุน ซากกระรอกปลายหางดำ 4 ซาก ซากไก่ป่า 1 ซาก เปลสนาม ชุดไฟฉายคาดหัว และอุปกรณ์ในการดำรงชีพในป่าจำนวนหนึ่ง ทำบันทึกจับกุมพร้อมตรวจยึดพยานหลักฐานนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ศรีสวัสดิ์ ดำเนินคดี

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้