วันจันทร์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ธนารักษ์เพิ่มค่าสัมปทาน ปัดฝุ่นโครงการหมอชิตหลังชะงัก 23 ปี

ธนารักษ์เพิ่มค่าสัมปทาน ปัดฝุ่นโครงการหมอชิตหลังชะงัก 23 ปี

  • Share:

กรมธนารักษ์เผย ครม.สั่งเรียกผลประโยชน์เพิ่มเติมจากบางกอกเทอร์มินอล ผู้ได้รับสัมปทานที่ดินขนส่งหมอชิตเก่า หลังมูลค่าโครงการปรับสูงขึ้นเป็น 2.69 หมื่นล้านบาท จาก 1.8 หมื่นล้านบาท พร้อมเตรียมเจรจาผลตอบแทนบริเวณโรงภาษีร้อยชักสามอีกครั้ง

นายอำนวย ปรีมนวงศ์ อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า กรมจะเจรจากับบริษัท บางกอกเทอร์มินอล จำกัด เจ้าของสัมปทานโครงการพัฒนาที่ดินบริเวณสถานีขนส่งหมอชิตเก่า เนื้อที่ 63 ไร่ ตรงข้ามกับสวนจตุจักร เพื่อขอเรียกผลประโยชน์เพิ่มเติมจากโครงการนี้ หลังจากโครงการหยุดชะงักมากว่า 23 ปี โดยคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติให้บริษัทไปดำเนินการออกแบบรายละเอียดของโครงการ (Detail Design) ยื่นขออนุญาตรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) รวมถึงการขออนุญาตก่อสร้างจากส่วนท้องถิ่น ซึ่งการดำเนินการทั้งหมดใช้เวลาไม่เกิน 18 เดือน

“เงื่อนไขผลประโยชน์ที่ทางบริษัทจะให้กับกรมธนารักษ์ในฐานะเจ้าของที่ดินนั้น ในเงื่อนไขหลักได้เจรจาจบไปแล้ว แต่มติ ครม. ได้ให้กรมธนารักษ์ไปเจรจาผลประโยชน์เพิ่มเติมจากทางบริษัท ซึ่งในเบื้องต้นทางบริษัทรับว่าจะยื่นข้อเสนอผลประโยชน์เพิ่มเติมมาให้กับกรมธนารักษ์ แต่ขณะนี้ยังไม่ทราบว่าเป็นจำนวนเงินเท่าไหร่”

สำหรับสัญญาที่บริษัทบางกอกเทอร์มินอล ทำร่วมกับรัฐบาล เป็นการยกร่างสัญญาโครงการใหม่ กำหนดมูลค่าโครงการใหม่ และกำหนดผลประโยชน์ตอบแทนให้แก่รัฐใหม่ โดยมูลค่าโครงการกำหนดไว้ที่ 26,900 ล้านบาท จากมูลค่าโครงการเดิมซึ่งอยู่ที่ 18,000 ล้านบาท ทั้งนี้ โครงการประกอบด้วย อาคารสำนักงาน ศูนย์การค้าเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ โรงแรม ระยะเวลาก่อสร้าง 5 ปี มีพื้นที่ใช้ประโยชน์ 712,350 ตารางเมตร (ตร.ม.) แบ่งเป็นพื้นที่เชิงพาณิชย์ 600,350 ตร.ม. และพื้นที่ชดเชยราชการ โดยมอบให้แก่บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) 112,000 ตร.ม.

ส่วนผลประโยชน์ที่มอบให้แก่รัฐนั้น มีค่าธรรมเนียมการจัดประโยชน์ 550 ล้านบาท มีค่าตอบแทนการใช้ที่ดินระหว่างก่อสร้าง 509,300 บาทต่อปี โดยค่าเช่าในช่วง 5 ปีแรก คิดปีละ 5.35 ล้านบาท ส่วนค่าเช่าในทุกช่วง 5 ปีถัดไปให้ชำระเพิ่มขึ้น 15% ของค่าเช่าเดิม โดยระยะเวลาการเช่า 30 ปี และสามารถใช้สิทธิต่ออายุ 2 ครั้ง ครั้งละ 10 ปี

ขณะที่โครงการพัฒนาที่ดินราชพัสดุ บริเวณที่เป็นโรงภาษีร้อยชักสาม ซึ่งถูกสร้างเป็นบูติกโฮเทล ตั้งอยู่บริเวณถนนเจริญกรุง 36 เขตบางรัก กรุงเทพฯ เนื้อที่ 5 ไร่นั้น ปัจจุบัน บริษัท ยู ซิตี้ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ได้รับสัมปทานในการพัฒนาที่ดินแปลงนี้ และภายในสัปดาห์นี้ กรมจะเสนอให้กระทรวงการคลังพิจารณา เพื่อเตรียมเสนอร่างแก้ไขสัญญา เนื่องจากสัญญาเดิมที่ทำไว้ในปี 2548 กำหนดให้นับอายุสัญญา 30 ปี ตั้งแต่ วันที่ลงนามในสัญญา ซึ่งผ่านมา 14 ปีแล้ว แต่โครงการยังไม่เริ่มดำเนินการ ซึ่งในสัญญาใหม่ จะกำหนดให้อายุสัญญาที่ 30 ปีเช่นเดิม และนับอายุสัญญาตั้งแต่วันที่ลงนาม

นอกจากนี้ ในเรื่องค่าตอบแทน ตามสัญญาเดิมกำหนดให้ผู้รับสัมปทานจะต้องสร้างอาคารมูลค่าไม่ต่ำกว่า 900 ล้านบาทให้แก่รัฐ และให้ผลตอบแทนแก่รัฐเป็นตัวเงินไม่ต่ำกว่า 1,300 ล้านบาท ซึ่งเมื่อมีการยกร่างสัญญาใหม่ก็จะต้องเจรจาในเรื่องผลประโยชน์กันใหม่.

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้