วันจันทร์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ผู้ใหญ่บ้าน ปัดคุกคาม "นางฟ้าซาลอน" ข้ามหน้าข้ามตาช่วยผู้ป่วยมะเร็ง

ผู้ใหญ่บ้าน ปัดคุกคาม "นางฟ้าซาลอน" ข้ามหน้าข้ามตาช่วยผู้ป่วยมะเร็ง

  • Share:

ผู้ใหญ่บ้านเขาจ้าว แจงไม่ได้ข่มขู่ "นางฟ้าซาลอน" หลังลงพื้นที่ช่วยผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย ยอมรับไม่พอใจที่อีกฝ่ายไม่หาข้อเท็จจริง ชาวบ้านช่วยดูคนป่วยกันอยู่ประจำ ยันไม่มีเจตนาข่มขู่คุกคาม ขอให้สบายใจได้...

จากกรณีแฟนเพจ นางฟ้าซาลอน ลงพื้นที่และโพสต์ข้อความขอความช่วยเหลือครอบครัว นายอภิเดช ผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย อาศัยอยู่ใน ม.4 ต.เขาจ้าว อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ในลักษณะคุณภาพชีวิตที่ยากจน ถึงขั้นมีความคิดจะชวนภรรยาไปขอทานเพื่อให้มีอาหารประทังชีวิต เนื่องจากไม่มีคนช่วยเหลือ

กระทั่งเรื่องราวดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ได้มีผู้ใช้เฟซบุ๊ก ประสพโชค ชูช่วย เข้าไปแสดงความคิดเห็นว่า "นักข่าวทำข่าว ทำข่าวให้ดีหน่อยครับ ผมผู้ใหญ่หมู่ที่ไปทำข่าว ก่อนที่ไปทำข่าวทำไมไม่บอกผม มันเดือดร้อนเข้าใจเปล่า แน่จริงมาใหม่"

ต่อมาแฟนเพจ นางฟ้าซาลอน ได้แจ้งว่าตนเองได้ย้ายที่อยู่จากหัวหิน ไปยังโคราช อ้างว่า ถูกคุกคามเกรงว่าจะได้รับอันตราย ทำให้แฟนเพจหลายคนเข้ามาคอมเมนต์แสดงความเป็นห่วงจำนวนมาก

ล่าสุด วันที่ 16 ก.พ.62 ผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์สัมภาษณ์ นายประสพโชค ชูช่วย ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 บ้านท่าวังหิน ต.เขาจ้าว อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้เปิดใจว่า ตนเองได้รับข้อความได้ถูกลูกเพจนางฟ้าซาลอนด่าตนเองเช่นกัน โดยเพื่อนๆ ส่งมาให้ดู ตนเองไม่มีเจตนาจะข่มขู่ คุกคามแต่อย่างใด เพียงว่ารู้สึกโมโหและไม่พอใจ ที่ลงพื้นที่แต่ไม่สอบถามข้อเท็จจริง

เมื่อข่าวออกไปว่าคนป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายไม่มีใครดูแล ส่งผลกระทบต่อหมู่บ้าน เพราะแท้จริงแล้ว คนในหมู่บ้านก็ช่วยกันอยู่ ตนเองก็ช่วยไปดูแล ให้ทุนทรัพย์บ้าง แต่จะให้ทุกคนไปดูแลทุกวันคงเป็นไปไม่ได้ เพราะทุกคนมีภาระการงานและครอบครัวเช่นกัน ประกอบกับหน่วยงานกาชาดอำเภอปราณบุรี จะมาสอบถามเยี่ยมเยียนผู้ป่วยทุก 3 เดือน ทั้งนายอำเภอ กำนัน และผู้ใหญ่ก็มาดูกันเป็นประจำ

ข่าวที่ออกไปจึงไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ตอนที่โพสต์ รู้สึกไม่พอใจแต่เมื่อโพสต์แล้วก็ไม่ได้รู้สึกอะไร และไม่โกรธคนที่มาด่า เพราะเขาไม่รู้ข้อเท็จจริง ตอนนี้รู้สึกเฉยๆ ไม่มีเจตนาข่มขู่คุกคามแต่อย่างใด ขอให้นางฟ้าซาลอนสบายใจได้ ตนไม่ใช่ผู้มีอิทธิพล และยังดีใจที่ช่วยเหลือผู้เดือดร้อนในที่ต่างๆ อีกด้วย 

ส่วน นายอภิเดช ผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย อยู่ที่บ้านพักในหมู่ 4 คนเดียวจริง แต่ทั้งครอบครัวมีภรรยา และลูกรวมทั้งหมด 7 คน ได้แยกกันไปอยู่อีกหมู่บ้านใกล้เคียงกัน ทั้งนี้ หลังได้รับความช่วยเหลือจากหน่วยงานทั้งส่วนราชการและเอกชน ตอนนี้มีเงินในบัญชี 1 ล้านบาท.

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้