วันจันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
แลกหมัดต่อหมัด "แก้วสรร" VS "สดศรี" กรณี กกต.ยุบ"ไทยรักษาชาติ"

แลกหมัดต่อหมัด "แก้วสรร" VS "สดศรี" กรณี กกต.ยุบ"ไทยรักษาชาติ"

  • Share:

ผู้ติดตามความเคลื่อนไหวการเลือกตั้งทุกคนในวันนี้ ต่างจับตา คณะกรรมการการเลือกตั้ง กกต.นัดประชุมใหญ่หารือ กรณีพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ส่งชื่อแคนดิเดตนายกฯ คือ ทูลกระหม่อมฯ จนนำมาสู่การมีพระราชโองการสำคัญ เมื่อวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา

วันนี้ทีมข่าว เจาะประเด็นไทยรัฐออนไลน์ ได้ลองรวบรวมความคิดเห็นของทั้ง 2 ฝ่าย จากคนระดับกูรูกฎหมายเลือกตั้ง ฝ่ายหนึ่ง เคยเป็น คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) นายแก้วสรร อติโพธิ กับความเป็นของอีกฝ่าย ซึ่งเคยเป็น อดีตตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อย่างนายสดศรี สัตยธรรม ซึ่งมีความเห็น กรณีพรรคไทยรักษาชาติ ไปคนละแนวทาง ทั้งเห็นว่า สุ่มเสี่ยงอาจถูกยุบพรรค กับ อีกฝ่ายที่เห็นว่า ไม่ถึงขั้นยุบพรรค เพราะกฎหมายไม่ได้บังคับว่าการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี ห้ามไม่ให้เสนอชื่อบุคคลใดบ้าง

นายแก้วสรร อติโพธิ เผยแพร่บทความเรื่อง "คำสารภาพสีแดง ?" โดยมีเนื้อหาดังนี้

ถาม ในทางกฎหมายแล้ว กรณีบันทึกพรรคไทยรักษาชาติที่เสนอต่อ กกต.ขอเสนอชื่อทูลกระหม่อมฯเป็น นายกรัฐมนตรี จะมีทางลงเอยทางกฎหมายอย่างไรบ้าง

ตอบ ข้อแรกก็อยู่ที่ กกต.ว่า ตรวจสอบคุณสมบัติทูลกระหม่อมแล้ว จะยอมรับชื่อนี้อยู่ในบัญชีว่าที่นายกฯของพรรค ทษช.ได้หรือไม่ หรือจะปฏิเสธไม่รับชื่อนี้เพราะเห็นตรงกับพระราชโองการว่าขัดรัฐธรรมนูญ

ถาม ข้อที่สองที่ต้องวินิจฉัยคือ ข้อกล่าวหาของคุณไพบูลย์ นิติตะวัน ที่ว่าการเสนอชื่อนี้ผิดระเบียบการหาเสียงของ กกต.ที่ห้ามหาเสียงโดยใช้สถาบันพระมหากษัตริย์ นั้น ข้อกล่าวหานี้เป็นผิดจริงหรือไม่

ตอบ ตรงจุดนี้ทาง ทษช.ยังเถียงได้ว่า “การเสนอชื่อ” กับ “การหาเสียง” นั้นเป็นคนละเรื่องกัน การใช้คำว่า “ทูลกระหม่อมฯ” ที่ปรากฏในบันทึกนั้นก็เป็น “ชื่อ” ที่จำต้องเขียนให้ตรงความเป็นจริง เขียนเพื่อเสนอต่อ กกต. หาใช่มุ่งหาเสียงเสนอต่อสาธารณะคิดจะใช้สถาบันแต่อย่างใดไม่

ถาม แล้วข้อที่สาม ที่มีผู้เรียกร้องกันระงมให้ยุบพรรคเสียเลยนั่นล่ะครับ ข้อนี้ทำได้ตามกฎหมายหรือ

ตอบ ผมดูแล้วมีสองเหตุที่ต้องพิจารณาครับ ข้อแรกคือปัญหาว่ามีการกระทำที่เข้าข่ายเป็นการแสวงหาอำนาจโดยผิดครรลองรัฐธรรมนูญหรือไม่

ถาม ถ้าทูลกระหม่อมมีคุณสมบัติและประสบการณ์เหมาะสม ตรงสเปกจริงๆ และท่านก็ห่วงบ้านเมืองเห็นด้วยกับนโยบายพรรคจริงๆ แล้วทำไมจะทูลเชิญท่านไม่ได้ มันผิดที่ตรงไหน

ตอบ ข้อเท็จจริงมันเป็นยังงั้นจริงหรือไม่ล่ะครับ คุณลองอ่านเฟซบุ๊กของ ที่ปรึกษา นปช. คุณธิดา ถาวรเศรษฐ ต่อไปนี้ดูสิครับว่า เป็น “คำสารภาพสีแดง” หรือไม่?

“ประชาชนต้องให้โอกาสพระองค์ท่านที่เสียสละ..ฝ่ายที่มอง ดร.ทักษิณ ชินวัตร เป็นปฏิปักษ์อย่างแรงกล้าจะไม่สามารถเอาเรื่องของราชวงศ์หรือสถาบันมาอ้างได้อีกแล้ว..นี่คือการเล่นไพ่หรือยุทธวิธีในการทำอย่างไรให้ฝ่ายประชาธิปไตยชนะ..ขณะนี้แคนดิเดตนายกฯ กลายเป็น พลเอกประยุทธ์ กับทูลกระหม่อมฯ...การเอาชนะทางเลือกตั้งไม่พอ ต่อให้มี ส.ส. 250 ก็ถูกจัดการได้โดย 250 ส.ว.โดยกลไกรัฐ .. ตรงนี้ทำให้ปฏิบัติการ ทษช.ครั้งนี้เป็นกลยุทธ์ที่เรียกว่ายิ่งกว่าเหยียบเมฆ โอกาสที่ทูลกระหม่อมฯจะเป็น นายกฯ ประเทศไทยนั้นมีสูงมาก

นี่คือ “สภาวะใหม่ทางการเมืองไทย” ที่ฝ่ายถูกกระทำทางการเมืองมีกลยุทธ์ สามารถที่จะจัดการอาวุธสำคัญของฝ่ายอนุรักษนิยมทำให้อาวุธนั้นใช้ไม่ได้ คือ “โหนสถาบัน” อยู่ตลอดเวลาอีกไม่ได้สุดท้ายไม่ว่าใครจะอยู่ชนชั้นไหน ไพร่ก็ล้าหลังได้ เจ้าก็ก้าวหน้าได้ คนที่กบฏต่อชนชั้นของตนเองก็มีนะคะ ”

ทั้งหมดนี้ คุณอ่านดูแล้ว..คุณว่าถ้าคิดอย่างนี้จริงๆ เราจะยอมรับว่าเป็นการใช้เสรีภาพทางการเมืองตามวิถีทางรัฐธรรมนูญหรือไม่

ถาม ผมดูเป็นการใช้สถาบัน ใช้นามสกุลท่านมาเป็นกลยุทธ์การเมืองมากกว่า แล้วผิดหรือครับ

ตอบ ถ้าเป็นนามสกุลชินวัตรของน้องสาวที่ชื่อยิ่งลักษณ์เช่นที่เคยทำมาแล้ว หรือจะใช้นามสกุลใหญ่โตที่ไหนก็แล้วแต่ เชิญคุณทำได้ตามสบาย แต่นี่เป็นการใช้บารมีสถาบันพระมหากษัตริย์ชัดๆ ตรงนี้แหละครับที่มันผิด ที่อาจเอื้อมเอาบารมีสถาบันมาใช้เพื่อแสวงอำนาจโดยผิดครรลอง กฎหมายพรรคการเมืองมาตรา 92 ระบุไว้ชัดเจนว่า

เมื่อคณะกรรมการมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าพรรคการเมืองใดกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ ให้ยื่นศาลรัฐธรรมนูญเพื่อสั่งยุบพรรคการเมืองนั้น

(1) กระทำการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขหรือเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ

(2) กระทำการอันอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

(3) กระทำการฝ่าฝืนมาตรา 20 วรรคสอง มาตรา 28 มาตรา 30 มาตรา 36 มาตรา 44 มาตรา 45 มาตรา 46 มาตรา 72 หรือมาตรา 74

(4) มีเหตุอันจะต้องยุบพรรคการเมืองตามที่มีกฎหมายกำหนด

เมื่อศาลรัฐธรรมนูญดำเนินการไต่สวนแล้ว มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าพรรคการเมืองกระทำการตามวรรคหนึ่ง ให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคการเมือง และเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของคณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองนั้น

ถาม กกต.ก็ต้องตรวจสอบกันต่อไป

ตอบ ต้องสอบให้เขาอธิบายว่า ได้คิดกันมีมติกันได้อย่างไร ให้ผู้ใหญ่คนไหนไปเจรจาไปทูลเชิญ ใครคือผู้ใหญ่คนนั้น

ถาม ถ้าตอบว่าคือ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นคนไปคุย แล้วสั่งลงมาให้ไปทูลเชิญละ

ตอบ ก็ปรากฏเป็นเหตุยุบพรรคอีกข้อหนึ่ง คือเป็นพรรคที่ตกอยู่ใต้บงการของคนนอก เป็นเหตุยุบพรรคได้ตาม ม.92 (3) ครับ

ถาม กกต.จะกล้าเดินไปให้สุดกระแสหรือไม่

ตอบ คุณไม่มีทางเลือก...มันเป็นหน้าที่ตามกฎหมายที่ต้องทำและทำให้ชัดเจนด้วยว่า ไม่ได้ทำตามบัญชาใครทั้งสิ้น

ด้านนางสดศรี สัตยธรรม อดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. เปิดเผยว่า สำหรับเรื่องในวันที่ 8 ก.พ. 62 ที่พรรคไทยรักษาชาติ มีการเสนอพระนาม ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนฯ เป็นเเคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค ถือเป็นปรากฏการณ์ใหม่ ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประเทศไทย ส่วนพรรคไทยรักษาชาติ ก็ยังไม่ได้มีการหาเสียง เป็นเพียงส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งเข้ามา เป็นไปตามขั้นตอน และการหาเสียงยังไม่ได้เริ่มต้น

นางสดศรี สัตยธรรม อดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. กล่าวว่า ในเมื่อมีพระราชโองการ ซึ่งเราต้องรับเหนือเกล้าเหนือกระหม่อม ซึ่งจะต้องยุติในเรื่องต่างๆ ทั้งข้อเท็จจริง เเละข้อกฎหมาย ไม่ควรนำเรื่องนี้เข้ามาสู่การพิจารณาของ กกต. ด้วยซ้ำ ไม่ควรมองว่าพรรคไทยรักษาชาติควรรับผิดชอบ ในเรื่องการเสนอชื่อทูลกระหม่อมฯ หรือไม่ เพราะเป็นเรื่องที่ผ่านมาเเล้ว เเละกฎหมายก็ไม่ได้บังคับว่าการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี ห้ามไม่ให้เสนอชื่อบุคคลใดบ้าง

ส่วนถ้ามีการร้องเรียน เเละมีการเสนอยุบพรรค กกต.จะต้องมีการสืบสวนไต่สวน เเละอาจจะต้องทำเรื่องไปถึงศาลรัฐธรรมนูญด้วย ถามว่าเราจะดึงพระองค์ท่านเข้ามาเกี่ยวข้องหรือไม่ เพราะเรื่องนี้น่าจะจบกันด้วยดี เพราะมีพระราชโองการอย่างชัดเจนแล้ว เเละทุกอย่างก็ถือว่าเป็นเรื่องของพรรคการเมืองที่จะดำเนินงานกันต่อไป ทั้งนี้ การนำเรื่องนี้ขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็น กกต.หรือศาล ซึ่งก็จะบาดเจ็บกันทุกฝ่าย พรรคการเมืองจะต้องนัดสืบพยานผู้เกี่ยวข้อง เพราะฉะนั้น ควรเดินหน้ากันต่อไปในการเเข่งขันต่อสู้ ในวันเลือกตั้งที่ 24 มี.ค. 62 นี้

"ในส่วนของผู้ที่ถูกเสนอชื่อเป็นนายกฯ กกต.ก็ต้องตรวจสอบ ถ้าเห็นว่าไม่ถูกต้อง ก็จะเทียบเคียงกับเรื่องนี้ คือเสนอเรื่องไปยังศาลฎีกาพิจารณาต่อไป ศาลฎีกาก็จะพิจารณาว่าควรจะตัดชื่อออกหรือไม่ ถึงแม้ว่า กกต. จะตัดชื่อออกหรือไม่ เราต้องยอมรับว่าทุกอย่างเป็นไปด้วยดี กกต. ก็จะสบายใจขึ้น เพราะว่าไม่ต้องวินิจฉัย ทุกฝ่ายที่ร้องกันขึ้นมา ก็ควรจะยุติเหตุการณ์ต่างๆ เเละทำให้ประชาชนชนชาวไทยเกิดความภูมิใจว่าเรามีสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงคุ้มครอง ถือว่าเป็นบรรทัดฐาน และประวัติศาสตร์ของประเทศไทย และเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้น" นางสดศรี กล่าว...

ขอบคุณ เครดิต ไทยโพสต์ออนไลน์ 

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้