วันอาทิตย์ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
4 สัญญาณเตือน "โรคอัมพฤกษ์" รู้ก่อนรักษาได้

4 สัญญาณเตือน "โรคอัมพฤกษ์" รู้ก่อนรักษาได้

  • Share:

"โรคอัมพฤกษ์" ภัยอันตรายจากโรคหลอดเลือดสมอง ที่จัดได้ว่าเป็นโรคที่ใกล้ตัว และเป็นอันตรายอันดับต้นๆ ของคนไทยเลยทีเดียว 

ไลฟ์สไตล์ไทยรัฐ วันนี้จึงจะพาทุกท่านมาทำความเข้าใจถึงโรค, สาเหตุ, อาการ, สัญญาณเตือน, รวมถึงการดูแลตนเอง และคนรอบข้างอย่างง่ายๆ เกี่ยวกับโรคนี้กัน เพราะทุกคนมีความเสี่ยงที่จะเกิด "โรคอัมพฤกษ์" ได้อย่างเท่าเทียมกัน

โรคอัมพฤกษ์ 

โรคอัมพฤกษ์ คือ อาการที่อวัยวะในร่างกายเกิดอาการอ่อนแรง แต่ยังพอที่จะสามารถใช้งานได้อยู่ ซึ่งโดยปกติแล้วมักหมายถึงแขนขาอ่อนแรง เช่น เกิดอาการชา มีปัญหาด้านการเดิน หรือหยิบจับของได้ลำบาก

การเกิดโรค/อาการ

โรคอัมพฤกษ์ เกิดจากภาวะที่สมองขาดเลือดไปเลี้ยง จึงทำให้เกิดอาการชาที่ใบหน้า ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด แขน ขา ข้างใดข้างหนึ่งอ่อนแรง เคลื่อนไหวไม่ได้หรือเคลื่อนไหวลำบากอย่างทันที เป็นนาทีหรือเป็นชั่วโมง สำหรับสาเหตุพบว่าผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคหลอดเลือดจะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น

สาเหตุ

โดยสาเหตุของการเกิดโรคอัมพฤกษ์นั้น มีปัจจัยเสี่ยงด้วยกันหลากหลาย ซึ่งเราสามารถป้องกันปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้ได้

จากพฤติกรรม

- การดื่มสุรา

- การสูบบุหรี่

จากโรค

- ภาวะความดันเลือด

- ภาวะไขมันหลอดเลือดสูง

- โรคหัวใจ

- โรคเบาหวาน

หากสามารถลดพฤติกรรม หรือภาวะเสี่ยงเหล่านี้ได้ ก็จะทำให้มีโอกาสเป็นโรคอัมพฤกษ์หรืออัมพาตน้อยลง

สัญญาณเตือน

นอกจากทราบสาเหตุของการเกิดโรคอัมพฤกษ์ไปแล้ว มาทราบถึงสัญญาณเตือนของโรคนี้กันบ้างดีกว่า ซึ่งต้องบอกก่อนว่า อาการเตือนที่เกิดขึ้นนั้นสามารถพบได้มากกว่า 1 อาการ

- ใบหน้าอ่อนแรง หรือหน้าเบี้ยว

- สับสน พูดลำบาก พูดไม่ชัด 

- ตาข้างใดข้างหนึ่งมัวหรือมองไม่เห็น 

- มีอาการมึนงง เดินเซ เสียศูนย์ 

ซึ่งถ้าหากเห็นคนใกล้ชิดมีอาการดังกล่าว ควรรีบไปโรงพยาบาลให้เร็วที่สุดหรือภายใน 3 ชั่วโมง เพราะการรักษาที่ทันท่วงที จะช่วยลดความเสี่ยงของความพิการที่อาจจะเกิดขึ้นแก่ผู้ป่วย และรักษาชีวิตของผู้ป่วยไว้ได้

การดูแลตัวเอง

จะเห็นได้ว่าโรคอัมพฤกษ์เป็นอีกหนึ่งโรคที่มีความน่ากลัวไม่น้อยเลยทีเดียว เพื่อลดความเสี่ยงต่างๆ ของการเกิดโรคดังกล่าว เรามาดูแลตัวเอง

- เลือกรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่
- เลี่ยงอาหารประเภทหวาน มัน เค็ม
- ควรเพิ่มผักและผลไม้ในแต่ละมื้ออาหาร
- ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม
- ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
- งดหรือลดการสูบบุหรี่ และการดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์
- ควรทราบค่าความดันโลหิต โดยเฉพาะในผู้ที่มีอายุ 35 ปี ขึ้นไป ควรวัดความดันโลหิตอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
- ควรทราบค่าระดับน้ำตาลในเลือดและระดับคอเลสเตอรอลของตนเอง
- เข้ารับการตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี

ทั้งนี้ หากพบเห็นท่านที่มีอาการดังกล่าวสามารถโทรด่วน 1669 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยจะมีให้บริการรับส่งถึงโรงพยาบาลทั่วประเทศไทยอีกด้วย

ขอบคุณข้อมูลจาก  : wikipediathaihealth

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้