วันศุกร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
"ชัชชาติ" เขินถูกเสียงเชียร์นั่งนายกฯ ชี้ ยังไกลเกินตัว

"ชัชชาติ" เขินถูกเสียงเชียร์นั่งนายกฯ ชี้ ยังไกลเกินตัว

  • Share:

"ชัชชาติ" เขินถูกมวลชนส่งเสียงเชียร์เป็น "นายกฯ" ชี้ ยังไกลตัว เผยประกาศวันเลือกตั้ง ความเชื่อมั่นเริ่มกลับมา ย้ำ 4 รมต.ควรไขก๊อกหรือไม่ เป็นเรื่องวิจารณญาณตัวบุคคล...

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 24 ม.ค. ที่พรรคเพื่อไทย นายชัชชาติ สิทธิพันธ์ุ คณะทำงานด้านเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมความพร้อมในการเป็นแคนดิเดตนายกฯ ว่า วันนี้พรรคจะมีความชัดเจนว่าตนเองจะต้องทำหน้าที่อะไร เพราะมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องค่อนข้างมากจึง ต้องมาปรึกษาหารือกับผู้บริหารของพรรค ว่าตนเองจะต้องวางตัวอย่างไร และจะต้องทำอะไรบ้าง ซึ่งนับตั้งแต่ประกาศ พ.ร.ฎ.ตนหยุดโพสต์ข้อความทุกอย่างในเฟซบุ๊กที่อาจเข้าข่ายว่าว่าจะขัดต่อกฎหมาย และพรรคได้ให้สมาชิกทุกคนปฏิบัติไปในแนวทางเดียวกันด้วย ส่วนงานชัดๆ ของตนคืองานด้านของโครงสร้างพื้นฐาน และเศรษฐกิจ ส่วนเสียงเชียร์ที่ให้เป็นนายกฯ ยังถือเป็นเรื่องที่ไกลตัว

นายชัชชาติ กล่าวต่อว่า สำหรับเรื่องของเวลาการหาเสียง ยอมรับว่าคงมีเวลาอย่างจำกัด พรรคคงจะแบ่งทรัพยากร บุคลากรเป็นทีมไปยังพื้นที่ต่างๆ บุคลากรของพรรคต่างมีความรู้ความสามารถทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม การที่ตนเดินทางมายังพรรคในวันนี้ เพื่อถามความชัดเจน ทางพรรคจะมอบหมายให้ตนทำหน้าที่ส่วนไหนบ้าง อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการประกาศวันเลือกตั้งออกมาแล้ว เชื่อว่าความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจเริ่มกลับคืนมา ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ตอบรับ ส่งสัญญาณไปในทิศทางบวก นักลงทุนจะกลับมาลงทุน สำหรับนโยบายของพรรคเพื่อไทยแม้จะชูเรื่องการแก้ไขปัญหาปากท้องเป็นหลัก แต่เราไม่ได้เน้นในเรื่องนี้เพียงอย่างเดียว จะดูไปถึงเรื่องอื่นด้วย เช่น ราคาพืชผลทางการเกษตร การแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน เป็นต้น

เมื่อถามว่าสิ่งที่เคยพูดกับพี่น้องภาคอีสาน เรียกร้องให้เลือกพรรคฝ่ายประชาธิปไตยให้มาก เพื่อจะได้มาจับมือกันให้ได้ถึง 375 เสียง นายชัชชาติ กล่าวว่า ทุกวันนี้มี 2 แบบ คือคนที่ยืนอยู่ในฝ่ายประชาธิปไตยจริง กับคนที่อาศัยความเป็นประชาธิปไตยเข้ามา ทั้งที่ในจิตวิญญาณแล้วไม่ใช่ ที่เคยได้พูดถึงเรื่อง 375 เสียงไปนั้น ไม่ได้หมายความว่าเราจะสู้เอาเป็นเอาตายกัน แต่ที่พูดเพราะกังวลว่าฝ่ายที่ไม่ศรัทธาประชาธิปไตยจะอาศัยความเป็นประชาธิปไตยเข้ามาบังหน้า ฝ่ายที่ยึดมั่นประชาธิปไตยควรร่วมมือกัน และส่วนตัวเห็นด้วยหากพรรคการเมืองแต่ละพรรคจะประกาศออกมาว่า ยืนอยู่ในฝ่ายใด สำหรับประเด็น 4 รัฐมนตรีที่ไปร่วมงานพรรคพลังประชารัฐ ควรลาออกจากตำแหน่งหรือไม่นั้น คงไม่ขอพูดถึงคนอื่น แต่ในกรณีของตนที่ตัดสินใจมาทำงานการเมือง ได้ลาออกจากการบริหารงานในบริษัทเอกชน เพราะถือว่าคงไม่แฟร์หากจะนำเอาเวลาจากการทำงานภาคเอกชนแล้วแบ่งมาทำงานการเมืองด้วย เรื่อง 4 รัฐมนตรีจะลาออกหรือไม่ ตนไม่ขอก้าวล่วง ขอให้เป็นเรื่องวิจารณญาณแต่ละท่าน

เมื่อถามถึงกรณีที่มีผู้ตั้งข้อสังเกตคดีความต่างๆ ของนักการเมืองพรรคเพื่อไทย ที่มีคดีในชั้น ป.ป.ช. ซึ่งล้วนแล้วแต่ถูกหยิบยกมาในช่วงใกล้การเลือกตั้ง นายชัชชาติ กล่าวว่า เชื่อมั่นในระบบยุติธรรม แต่พรรคไม่ได้พึ่งบุคลากรคนใดคนหนึ่งเป็นพิเศษ เราทำงานเป็นทีม อย่างกรณีของตนที่มีคดีความอยู่ หากโดนจริงๆ ยังมีบุคคลอื่นที่พร้อมเข้ามาทำหน้าที่ต่อได้ ก่อนหน้านี้เคยได้ชี้แจงไปแล้ว ไม่ได้ทำอะไรผิด.

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้