วันศุกร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'มงคลกิตติ์' บี้ บิ๊กตู่ 4 รมต.ลาออก เพื่อแข่งขันกันอย่างเสมอภาค

'มงคลกิตติ์' บี้ บิ๊กตู่ 4 รมต.ลาออก เพื่อแข่งขันกันอย่างเสมอภาค

  • Share:

ไทยศรีวิไลย์ ประชุม กก.บริหาร สู้ศึกเลือกตั้ง ส่ง ส.ส. 65 จังหวัด 280 เขต 'มงคลกิตติ์' บี้ บิ๊กตู่-4 รมต. ลาออก เพื่อความเสมอภาคในการแข่งขัน ดักคอ ข้าราชการ ต้องวางตัวเป็นกลาง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สำนักงาน พรรคไทยศรีวิไลย์(เมืองทองธานี) มีการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคไทยศรีวิไลย์ ภายหลังจากที่ราชกิจจานุเบกษาลงประกาศ พระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) ให้มีการเลือกตั้งสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2562 มีผลบังคับเรียบร้อยแล้ว

โดยการประชุมดังกล่าว ประกอบด้วย นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรค, นายณัชพล สุพัฒนะ หรือ มาร์ค พิตบูล-พลโท อัศวิน รัชฏานนท์ รองหัวหน้าพรรค, นายวิวัฒน์ เจริญพาณิชย์ศิริ เลขาธิการพรรค, นายสาวภคอร จันทรคณา โฆษกพรรค, นายจำรูญศักดิ์ จันทรมัย-นายศยุน ชัยปัญญา-นายอธิวัฒน์ บุญชาติ รองเลขาธิการพรรค, นายสรกฤช จันทรคณา รองโฆษกพรรค พร้อมคณะกรรมการบริหารฯ ซึ่งวาระการประชุม มีเรื่องสำคัญดังนี้ 

1. สรุปการจัดตั้งตัวแทนพรรคประจำจังหวัด ให้ครบทั้ง 65 จังหวัด ทำไปแล้ว 20 จังหวัด ขาดอีก 45 จังหวัด รวมส่งผู้สมัคร ส.ส.เขต ได้ 280 เขต ส.ส.บัญชีรายชื่อ 35 ราย 2. การทำไพรมารีโหวตผู้สมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขต-การสรรหาผู้สมัคร ส.ส.ผู้สมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขต-บัญชีรายชื่อ ในแต่ละจังหวัด 3. การกำหนดยุทธศาสตร์การหาเสียง 4. การนำนโยบายพรรค 10 ด้าน ที่ใช้ในหาเสียงให้เข้าถึงประชาชนคนรากแก้ว-คนชั้นกลาง

5. การเตรียมหลักฐานของผู้สมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขต-บัญชีรายชื่อ 6. การเสนอรายชื่อบุคลคลในพรรค 3 รายชื่อ ชิงนายกรัฐมนตรี 7. กำหนดการลงพื้นที่อีก 35 จังหวัด และการลงพื้นที่ซ้ำช่วยผู้สมัคร

โดย นายมงคลกิตติ์ กล่าวก่อนการประชุมว่า หลังมีประกาศ พ.ร.ฎ.ให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป พ.ศ.2562 แล้วนั้น อีกทั้ง ช่วงเย็นเมื่อวาน กกต.ก็กำหนดวันรับสมัครรับเลือกตั้ง วันเลือกตั้ง อื่นๆ นั้น ซึ่งประเทศไทย ประชาชนไทย จะได้มีโอกาสเลือกตัวแทนของตนเองเข้าไปบริหารประเทศ ตามแนวทางที่คนส่วนใหญ่เห็นว่าเป็นประโยชน์สูงสุด ซึ่งประเทศไทยไม่ได้มีการเลือกตั้งที่สมบูรณ์มากว่า 7 ปี 8 เดือน แล้ว และก็เป็นโอกาสที่ดี ถ้า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ จะเข้ามาเป็นผู้ถูกเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาลชุดใหม่ ในนามพรรคพลังประชารัฐ ก็สมควรที่จะต้องลาออกจาก นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ไปเล่นการเมืองเต็มตัว จะได้ไม่เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบกันในการใช้อำนาจรัฐเอื้อประโยชน์ในทางการเมือง ส่วน 4 รัฐมนตรี-กรรมการผู้ช่วย รัฐมนตรี ในส่วนที่เป็นกรรมการบริหารของพรรคพลังประชารัฐ ก็ควรลาออกได้แล้ว ถ้าไม่มีสำนึกก็อยู่ต่อไป ข้าราชการทุกภาคส่วนต้องวางตัวเป็นกลาง อย่าถูกใช้เป็นเครื่องมือในการถูกบีบให้ช่วยหาเสียง เอื้อประโยชน์ทางระบบราชการ ให้ระวังไว้ด้วย.

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้