วันศุกร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
วิญญาณลูกชาย ส.ท.ภูเก็ต เฮี้ยนสิงพี่สาว หวีดร้องลั่น ไม่ยอมให้เผา

วิญญาณลูกชาย ส.ท.ภูเก็ต เฮี้ยนสิงพี่สาว หวีดร้องลั่น ไม่ยอมให้เผา

  • Share:

วิญญาณลูกชาย ส.ท.ภูเก็ต เฮี้ยน สิงร่างพี่สาวหวีดร้องดัง ขณะนำศพขึ้นเมรุ ไม่ยอมให้เผา พ่อตัดสินใจเก็บศพไว้ไม่มีกำหนดตามคำขอ เผยคาใจหลายประเด็นโดยเฉพาะให้ประกันผู้ต้องหา วอนผู้ใหญ่ให้ความเป็นธรรม...

จากเหตุคนร้ายยิง นายธีรศักดิ์ แซ่อ๋อง อายุ 29 ปี ลูกชายนายเจริญ แซ่อ๋อง สมาชิกสภาเทศบาลตำบลรัษฎา จ.ภูเก็ต เสียชีวิต เมื่อกลางดึกวันที่ 19 ม.ค. กระทั่งต่อมา นายจักรกฤษ แสงสะอาด ได้เข้ามามอบตัวสู้คดีต่อพนักงานสอบสวน สภ.วิชิต และถูกแจ้งข้อกล่าวหาฆ่าผู้อื่นและมีอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืน พาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร โดยในชั้นสอบสวน นายจักรกฤษ ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหาและประกันตัวไปโดยมีหลักทรัพย์ประกันตัว

ล่าสุด เมื่อช่วงเที่ยงวันที่ 23 ม.ค. ขณะเคลื่อนศพนายธีรศักดิ์ ไปยังเมรุด้านหลังวัดกะทู้ หมู่ 4 ต.กะทู้ อ.กะทู้ เพื่อทำพิธีฌาปนกิจ โดยมีญาติและเพื่อนสนิทของนายธีรศักดิ์ และกลุ่มนักการเมืองท้องถิ่น ซึ่งมีความใกล้ชิดกับนายเจริญ ผู้เป็นพ่อมาร่วมในพิธีจำนวนมาก ทันใดนั้น นางสาวแตง ซึ่งเป็นพี่สาวแท้ๆ ของผู้ตาย ได้เกิดอาการตัวสั่นและหวีดร้องเสียงดัง ญาติๆ ต้องช่วยกันจับตัวไว้ โดยตะโกนเสียงดังระบุเป็นวิญญาณนายธีรศักดิ์ และไม่ต้องการให้เผาอย่างเด็ดขาด แม้ผู้เป็นพ่อจะพยายามเข้าไปขอ แต่ไม่เป็นผล จึงสอบถามความเห็นญาติๆ ก่อนตัดสินใจยกเลิกการเผาศพตามคำขอ และจะเก็บศพไว้ที่วัดโดยไม่มีกำหนด ทำให้ร่างของพี่สาว เริ่มมีอาการสงบลง จึงพาตัวพี่สาวไปพบกับพระสงฆ์เพื่อรดน้ำมนต์

นายเจริญ เปิดเผยว่า ตนเองเชื่อว่า นายธีรศักดิ์ บุตรชายไม่ต้องการให้เผาศพ เนื่องจากยังไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงจะต้องเก็บศพไว้ต่อไม่มีกำหนด ในส่วนของคดีนั้นยังรู้สึกคาใจว่าทำไมเจ้าหน้าที่จึงให้ผู้ต้องหาประกันตัวออกไป และไม่ชี้แจงความคืบหน้าคดีต่อตนเองก่อนหน้านี้ นอกจากนี้ ตนเองไม่ทราบว่าผู้ต้องหาเป็นใคร จึงมีความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของครอบครัว ซึ่งความจริงก่อนหน้านี้ มีความคิดที่จะแห่โลงศพไปยังศาลากลางจังหวัด เพื่อขอความเป็นธรรมให้ลูกชาย แต่เมื่อมาพิจารณาแล้ว ก็รู้สึกไม่ดี คิดว่าเพื่อความสงบสุขของภูเก็ต ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยว ไม่อยากให้เสียภาพลักษณ์ จึงขอพึ่งพากระบวนการยุติธรรมแทน

ส่วนกรณีที่เจ้าหน้าที่ระบุว่า บุตรชายมีอาวุธปืนและเปิดฉากยิงก่อนนั้น แต่จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุ ไม่พบอาวุธปืนของลูกชาย ซึ่งได้หายไปไหน ผู้เสียชีวิตไม่สามารถโยนปืนทิ้งเองได้ ขณะเดียวกันมีแค่พยานอีกฝ่าย อาจจะเปลี่ยนแปลงคำให้การและหลักฐานได้ หลังจากนี้ตนเองจะดำเนินการทางกฎหมายต่อไป เพื่อให้เกิดความยุติธรรม กับลูกชายของตนเอง อย่างไรก็ตาม ฝากถึงผู้หลักผู้ใหญ่ให้ความเป็นธรรมกับตนและลูกด้วย ซึ่งตนเองหวังพึ่งกระบวนการยุติธรรมและเชื่อว่ากฎหมายไทยจะมีความยุติธรรม.

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้