วันศุกร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
นครพนมระอุ! ครูแก้ว ยัน ภูมิใจไทย ยังสู้  ไม่หวั่น ถูกดูดคนสนิท

นครพนมระอุ! ครูแก้ว ยัน ภูมิใจไทย ยังสู้ ไม่หวั่น ถูกดูดคนสนิท

  • Share:

สนามเลือกตั้ง นครพนมระอุ! ครูแก้ว ยัน ภูมิใจไทย ยังสู้ ไม่หวั่น ถูกดูดคนสนิท ยัน วัดกันที่ความศรัทธาของ ปชช. เผย ทำการเมืองร่วม 30 ปี เพิ่งเคยเจอรัฐบาลไร้สปิริตการเมือง

วันที่ 23 ม.ค.62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.นครพนม บรรยากาศการเมือง นับวันยิ่งเริ่มเข้มข้นมากขึ้น ถึงแม้ยังไม่ชัดเจนสำหรับวันเลือกตั้ง แต่มีพรรคการเมืองใหญ่ ได้เร่งลงพื้นที่เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. กันคึกคัก ในส่วนของพื้นที่ จ.นครพนม รวม 4 เขต ต้องยอมรับว่า มีเพียง 3 พรรคการเมืองใหญ่ เท่านั้น ที่ยังคงขับเคี่ยว ชิงที่นั่ง ส.ส.ในเขตพื้นที่ 12 อำเภอ รวม 4 เขต คือ พรรคเพื่อไทย กับ พรรคภูมิใจไทย และพรรคน้องใหม่ คือพลังประชารัฐ ที่พยายามชิงความได้เปรียบ หวังเรียกคะแนนนิยมกับประชาชนในพื้นที่เพื่อกวาดที่นั่ง ส.ส.ให้มากที่สุด

โดยเฉพาะเขตเลือกตั้งที่ 1 ต้องจับตามอง เริ่มคึกคักเป็นพิเศษ เนื่องจากสนามเลือกตั้ง ครั้งนี้ เดิมที่เป็นการขับเคี่ยวระหว่าง พรรคเพื่อไทย ที่มี อดีตส.ส.แชมป์เก่า นายยุทธจักร เรืองวรบูรณ์ อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย ที่ชนะการเลือกตั้งมาถึง 2 สมัย หลังมีการล้มแชมป์เก่า คือ นายศุภชัย โพธิ์สุ หรือ ครูแก้ว อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อดีต ส.ส.พรรคภูมิใจไทย ที่เคยสังกัดพรรคไทยรักไทย ก่อนย้ายพรรคในช่วงการเมืองเกิดความขัดแย้ง ทำให้พ่ายแพ้กระแสความนิยมพรรคเพื่อไทย แต่มาครั้งนี้ ต้องกลายเป็นศึก 3 เส้า หลัง พรรคน้องใหม่พลังประชารัฐ ได้หันไปดูด นายธงทิพย์ แห่สถิตย์ อดีต ประธานสภา อบจ.นครพนม และยังมีตำแหน่งเป็น ส.อบจ.นครพนม ที่เคยเป็นคนสนิท ถือว่าเป็นศิษย์ทางการเมืองของ นายศุภชัย โพธิ์สุ หรือ ครูแก้ว เพื่อหวังชิงตำแหน่ง ส.ส.เขต 1 นครพนม นอกจากนี้ ยังได้รับแรงเชียร์จาก ดร.สมชอบ นิติพจน์ นายก อบจ.นครพนม ที่เคยร่วมทุกข์ร่วมสุข ทำงานการเมืองกับครูแก้วมาตลอด แต่ครั้งนี้หันไปสนับสนุนพรรคพลังประชารัฐ ทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้ มีแนวโน้มแข่งขันเข้มข้นมากกว่าทุกสมัย

ล่าสุดทางด้าน นายศุภชัย โพธิ์สุ หรือ ครูแก้ว อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคภูมิใจไทย เขต 1 นครพนม เปิดเผยว่า มาถึงวันนี้ถึงแม้จะยังไม่ชัดเจนในวันเลือกตั้ง แต่ตนยืนยันมีความพร้อมที่จะลงสนามเลือกตั้งครั้งนี้ และพรรคภูมิใจไทย พร้อมที่จะส่งผู้สมัคร ส.ส.ทุกเขต ซึ่งตนในฐานะผู้ร่วมก่อตั้ง พรรคภูมิใจไทย ในยุคบ้านเมืองขัดแย้ง จากเคยต่อสู้ตั้งแต่อดีตสหาย มาจนถึงการสร้างแกนนำเสื้อแดง แต่มองว่า สุดท้ายไม่เกิดประโยชน์อะไร มีแต่ความขัดแย้ง จึงเลือกเส้นทางการเมืองที่จะเกิดประโยชน์กับชาวบ้านมากที่สุด ที่ผ่านมาในช่วงพักการเมือง นับ 7 ปี ตนไม่ได้ยึดติดว่าจะมีการเลือกตั้ง หรือไม่มี เพราะการทำงานการเมือง ไม่ต้องมีตำแหน่ง หรือไม่ต้องรอเลือกตั้ง ตนยังคงลงพื้นที่พบปะชาวบ้าน ดูแลแก้ไขปัญหาต่อเนื่องในสิ่งที่ทำได้ เพราะถือเป็นอุดมการณ์ทางการเมือง สุดท้ายให้ประชาชนตัดสิน

ครูแก้ว กล่าวอีกว่า หลายคนถามว่าหนักใจหรือไม่ ในการเลือกตั้งครั้งนี้ เพราะมีบางพรรคที่มีฝ่ายทหารสนับสนุน อีกทั้งมีอำนาจรัฐ หนำซ้ำยังมาดูดคนสนิท สังกัดพรรค ยืนยันว่าไม่ได้หนักใจ คิดเสมอว่าเป็นวิถีการเมือง เป็นเส้นทางการเมือง ย่อมมีการเปลี่ยนแปลงเป็นธรรมดา นักการเมืองยุคเก่าก็ต้องเปลี่ยนถ่าย นักการเมืองยุคใหม่มาทดแทน แต่สำคัญที่สุดไม่ว่า จะอาชีพอะไร การสำนึกในพระคุณของผู้มีพระคุณ ถือเป็นสิ่งสำคัญ หากใครก็ตามเป็นคนที่เนรคุณ ไม่ว่าอาชีพอะไร ต้องซื่อสัตย์ กตัญญู ถึงจะประสบความสำเร็จ ยิ่งนักการเมืองหากไม่มีจิตสำนึกประชาชนไม่มีทางยอมรับ และที่ผ่านมายังไม่เคยเห็นใครได้ดี

สุดท้ายการเลือกตั้งครั้งนี้ ตนยืนยันที่จะต่อสู้ร่วมทำงานกับพรรคภูมิใจไทย หน้าที่สำคัญคือ ได้พยายามร่วมกันผลักดันการแก้ไขปัญหาหนี้กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา หรือ กยศ. ปัจจุบันถือเป็นอีกปัญหาสำคัญ นอกจาก ปัญหาราคาสินค้าเกษตร เพราะลูกหลาน พ่อแม่ผู้ปกครอง ถูกฟ้องร้องบังคับคดี ร่วม 3 ล้านราย ต้องมีการเสนอพักหนี้ กยศ. 5 ปี และยังมีเรื่องการผลักดันตั้ง พ.ร.บ.กองทุนข้าว รวมถึงสินค้าเกษตร ที่จะกำกับดูแล บริหารจัดการ ในรูปแบบของการแชร์ผลกำไร เพื่อความเสมอภาคของเกษตรกร รวมถึงพ่อค้า เชื่อว่าทำได้จะแก้ปัญหาได้แน่นอน ทั้งนี้ การเลือกตั้งครั้งนี้ยืนยันไม่หนักใจ แต่ยอมรับว่า เป็นการเลือกตั้งครั้งแรก ที่เห็นรัฐบาลมีการสืบอำนาจพยายามใช้อำนาจเอื้อประโยชน์ทางการเมือง ไม่มีสปิริตทางการเมือง ถือเป็นเรื่องละอายใจ แต่สุดท้ายเชื่อว่า ประชาชนแยกแยะออก และตัดสินใจว่า ใครที่จริงใจกับประชาชน

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้