วันศุกร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ย้อนประวัติศาสตร์ พระราชพิธีตักน้ำศักดิ์สิทธิ์ "บรมราชาภิเษก"

ย้อนประวัติศาสตร์ พระราชพิธีตักน้ำศักดิ์สิทธิ์ "บรมราชาภิเษก"

  • Share:

ปวงชนชาวไทยทั้งผองต่างปีติยินดีทั่วทั้งแผ่นดิน ภายหลังจากมีประกาศสำนักพระราชวัง เรื่อง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ในวันที่ 4-6 พฤษภาคม 2562

เมื่อย้อนกลับไปตามประวัติศาสตร์ จะพบว่า พระราชพิธีบรมราชาภิเษกของประเทศไทยที่ปรากฏหลักฐานเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ คือ ศิลาจารึกวัดศรีชุมของพญาลิไท แห่งกรุงสุโขทัย กล่าวคือ พ่อขุนผาเมืองอภิเษกพระสหายคือ พ่อขุนบางกลางท่าว ให้เป็นพ่อขุนศรีอินทราทิตย์ ผู้ครองกรุงสุโขทัย แต่ก็ไม่มีรายละเอียดการประกอบพระราชพิธีว่ามีขั้นตอนอย่างใด

จนกระทั่งถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เมื่อขึ้นเสวยราชสมบัติ ได้ทรงทำพระราชพิธีนี้อย่างสังเขปเมื่อพุทธศักราช 2325 ครั้งหนึ่งก่อน แล้วทรงตั้งคณะกรรมการ โดยมีเจ้าพระยาเพชรพิชัย ซึ่งเป็นข้าราชการในสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นประธาน สอบสวนแบบแผนโดยถี่ถ้วนตั้งขึ้นเป็นตำรา แล้วทรงทำบรมราชาภิเษกเต็มตำราอีกครั้งหนึ่งเมื่อพุทธศักราช 2328 และได้ใช้เป็นแบบแผนในงานพระราชพิธี

ก่อนจะถึงพิธีอันสำคัญยิ่ง นายวิษณุ เครืองาม หัวหน้าคณะทำงานการจัดพระราชพิธีบรมราชาภิเษก กล่าวว่า เบื้องต้นขณะนี้หมายกำหนดการออกมาแล้ว โดยพิธีเบื้องต้นที่นำหน้ามาก่อนนั้น มีเกือบเต็มเดือน เม.ย. โดยจะเริ่มจากพิธี “พลีกรรม” คือพิธีตักน้ำจากแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ เริ่มตั้งแต่วันที่ 6 เม.ย. กระทั่งสิ้นเดือน เม.ย.

โดยการทำน้ำอภิเษกสำหรับพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 ตามการให้ข่าวของ ดร.วิษณุ เครืองาม หัวหน้าคณะทำงานการจัดพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ระบุว่า จะนำน้ำมาจากแหล่งเดียวกันกับที่ใช้ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก รัชกาลที่ 9

การทำน้ำอภิเษกสมัยรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 9

ในสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 เมื่อปี 2493 จากวันนั้นถึงวันนี้ เป็นระยะเวลา 69 ปี แล้ว ได้นำน้ำมาจากแหล่งต่างๆ เพื่อใช้ในการทำน้ำอภิเษก ประกอบด้วย

1.น้ำจากปัญจมหานที ได้แก่ แม่น้ำคงคา แม่น้ำยมนา แม่น้ำมหิ แม่น้ำอจิรวดี และแม่น้ำสรภู (ในประเทศอินเดีย)

2.น้ำจากเบญจสุทธคงคา ได้แก่ แม่น้ำเพชรบุรี แม่น้ำราชบุรี แม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำป่าสัก แม่น้ำบางปะกง

3.น้ำจากสระ 4 สระเมืองสุพรรณบุรี ได้แก่ สระเกษ สระแก้ว สระคา สระยมนา

4.น้ำจากมณฑลต่าง ๆ ได้แก่ น้ำที่ทะเลแก้ว สระแก้ว สระสองห้อง เมืองพิษณุโลก, น้ำที่กระพังทอง กระพังเงิน กระพังช้างเผือก กระพังไพยสี โซกชมพู่ น้ำบ่อแก้ว น้ำบ่อทอง จังหวัดสุโขทัย, น้ำในแม่น้ำนครชัยศรี น้ำกลางหาว บนองค์พระปฐมเจดีย์ น้ำสระพระปฐมเจดีย์ น้ำสระน้ำจันทร์ จังหวัดนครปฐม, น้ำที่บ่อวัดหน้าพระลาน บ่อวัดเสมาไชย บ่อวัดเสมาเมือง บ่อวัดประตูขาว ห้วยเขามหาชัย และน้ำบ่อปากนาคราช จังหวัดนครศรีธรรมราช, น้ำบ่อแก้ว จังหวัดน่าน, น้ำบ่อทิพย์ จังหวัดลำพูน, น้ำบ่อวัดพระธาตุพนม จังหวัดนครพนม

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้