วันศุกร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
คำสารภาพจากผู้ (เคย) ร้าย หวังช่วยยายจากตาขี้เมา พลาดโดนคดียกครัว

คำสารภาพจากผู้ (เคย) ร้าย หวังช่วยยายจากตาขี้เมา พลาดโดนคดียกครัว

  • Share:

ถอดบทเรียน ประสบการณ์ชีวิต “แดเนียล” หรือ นายวิวัฒน์วงศ์ ดูวา จากเด็กที่ไม่ชอบความรุนแรง แต่เพราะถูกซึมซับนาน 5 ปี จากตาขี้เมา พลาดพลั้งใช้ความรุนแรงยุติปัญหาเพื่อปกป้องชีวิตย่า พ่อ แม่และตัวเอง วันนี้กลับตัวเป็นอาสาสมัครต่อต้านความรุนแรง โน้มน้าวให้ชายไทยคนอื่นๆ ยุติการทำร้ายร่างกายภรรยา เพื่อความสุขในชีวิตครอบครัว...

ชีวิตของทุกคน ไม่มีใครสมบูรณ์แบบ บางคนมีอดีตอันหอมหวานน่าจดจำ แต่บางคนก็มีแต่เรื่องราวไม่น่าจดจำ เพราะ “ทุกการตัดสินใจ ผูกพันกับชีวิตเราเสมอ” คำพูดประโยคนี้ ถือเป็นกรณีศึกษา ผลพวงซึมซับของการใช้ความรุนแรงยุติปัญหาในครอบครัวสำหรับ “แดเนียล” หรือ นายวิวัฒน์วงศ์ ดูวา วัย 21 ปี อดีตเยาวชนจากศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน(ชาย) บ้านกาญจนาภิเษก 

เขาเคยผ่านการใช้ความรุนแรงในครอบครัวเกือบ 5 ปีในช่วงวัยเด็ก จนทำให้ตาเลี้ยงเสียชีวิต เหตุเพราะต้องการปกป้องแม่และยายจากการถูกทำร้ายของตาที่เมาขาดสติ แต่วันนี้เขาได้ออกมาใช้ชีวิตเหมือนคนปกติทั่วไป และขอเริ่มต้นชีวิตใหม่ ใช้ประสบการณ์ชีวิตสีดำมาเป็นอุทาหรณ์ให้สังคม

เปิดเส้นทางความรุนแรงในครอบครัว ถ้าตั้งใจ ตาตายวันละร้อยรอบได้

แดเนียล เริ่มเล่าเรื่องราวชีวิตของตัวเอง ผ่านทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ให้ฟัง ถึงเหตุการณ์เปลี่ยนชีวิตให้ก้าวเข้ามาอยู่วังวนของความรุนแรงในครอบครัวขณะอายุ 12 ปี หลังพ่อแท้ๆ เสียชีวิต แดเนียล พ่อเลี้ยง และแม่ ก็ย้ายมาอยู่กับยาย และตาเลี้ยงที่คบกันมา 7-8 ปี ใน จ.นนทบุรี เกือบ 5 ปีที่แดเนียลมาอาศัยร่วมใต้ชายคาบ้าน ภาพที่เห็นบ่อยครั้ง คือ ยายถูกตาเลี้ยงซ้อม ทุบตีทำร้ายร่างกายตลอดเมื่อเมาเหล้า แรกๆ เขาก็ไม่สนใจ เพราะมองว่าเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ที่ต้องหาทางแก้ไขกัน

แต่วันที่เกิดปัญหารุนแรงถึงขั้นมีคนเสียชีวิต จุดชนวนให้แดเนียลขาดสติ เกิดเมื่อตอนเที่ยงคืน ตาเลี้ยงเมาเหล้า ขาดสติ แล้วเอ่ยปากว่า จะนอนกับแม่ของเขา ยายไม่ยอมและลากกลับไปที่ห้อง จากนั้นตีสามยายจึงวิ่งหนีออกมาบอกว่า ไม่ไหว โดนกระทืบทั้งคืน

ความตั้งใจตอนนั้น เขา แม่และพ่อเลี้ยงจะเดินไปหาเพื่อพูดให้ตาระงับอารมณ์ แต่ตาเลี้ยง คุยไม่รู้เรื่อง กลับถือมีดวิ่งไล่ฟันทุกคน แต่พุ่งเป้าไปที่ยายมากกว่า ยายวิ่งหนีจนเหนื่อยจนบอกว่าคงต้องปล่อยให้ถูกฟันจนตาย ความคิดแดเนียลแวบมาว่า หากวิ่งหนี หรือถ้าไม่สู้ยายก็ต้องโดนอยู่ดี เลยเอาขวานมาป้องกันตัวเอง

“ความตั้งใจตอนนั้น คือ ผมต้องการหยุดตาเลี้ยงที่เมาอาละวาดให้มีสติ ไม่ได้กะฆ่า แต่อยากระงับการกระทำของเขาเท่านั้นเอง พอตาเงื้อมือจะฟัน แม่ก็ดึงยายหลบ ตาก็คงคิดว่าพวกเราสู้ ชุลมุนกันไปกันมา ผมก็ทนดูไม่ได้ ยายทั้งคน เลยต้องทำอะไรสักอย่าง พอตาล้ม เลือดออกเยอะ ก็คิดว่าจะแจ้งตำรวจ หรือพาไปหาหมอดี สุดท้าย ตกลงกันว่าจะพาไปหาหมอ แต่ออกบ้านได้แป๊บเดียว ตาก็เสียแล้ว”

ศาลตัดสินจำคุกทั้งครอบครัว กลัวความผิด ตกใจ สุดท้ายกลายเป็นเจตนาฆ่า

แดเนียล ยอมรับว่ารู้สึกผิด และเสียใจจริงๆ เขากล่าวว่า หากต้องการฆ่าจริงๆ เวลาตาเลี้ยงเมาแล้วนอนหลับสนิท ก็สามารถทำให้ตายวันละร้อยรอบได้ โดยส่วนตัวไม่ชอบความรุนแรงอยู่แล้ว และไม่เคยตอบโต้รุนแรงสักครั้งตั้งแต่ย้ายมาอยู่บ้านยาย แต่ทั้งนี้ด้วยความตกใจ และกลัวความผิด จังหวะช่วงส่งท้ายปีเก่า 56 จะเดินทางไปบ้านพ่อเลี้ยงพอดี จึงนำศพไปซ่อนที่พิษณุโลก

แต่ 6 เดือนต่อมาในปี 57 ก็ถูกจับ รวมทั้งแม่ และพ่อเลี้ยงด้วย ในคดีร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และซ่อนเร้นอำพรางศพ ศาลตัดสินให้แดเนียลซึ่งขณะนั้นอายุ 17 ปี เข้าสถานพินิจและฝึกอบรม 3 ปี พ่อเลี้ยงอายุ 28 ปี กับแม่อายุ 40 โดนจำคุก 8 ปี 6 เดือน ส่วนยายอายุ 50 กว่าๆ ศาลตัดสินรอลงอาญา 2 ปี ปัจจุบันทั้งหมดหลุดพ้นคดีหมดแล้ว และเปิดขายเฟอร์นิเจอร์ หารายได้มาเลี้ยงครอบครัว

“เหตุการณ์ครั้งนั้นถือเป็นตราบาป ทุกครั้งที่หลับตา ผมจำเหตุการณ์ทุกภาพฉาก ทุกตอนคืนนั้นได้หมด แต่เมื่อเรื่องเกิดไปแล้ว ก็ไม่รู้จะกลับไปแก้ไขอย่างไร หน้าที่ต่อไป คือการที่จะทำตัวอย่างไรไม่ให้กลับไปยืนในจุดนั้น ไม่ตกเป็นคนซึมซับการใช้ความรุนแรง ผมก็ให้โอกาสตัวเอง ยอมเปิดเผยเรื่องราวชีวิต เพื่อเป็นตัวแทน ของผู้ที่เคยก้าวพลาด เคยทำความผิดมา โดยเอาบทเรียนในครั้งนั้นมาเป็นต้นทุน มาพูดเตือนใจให้คนอื่นๆ เข้าใจตั้งแต่อยู่ในสถานพินิจ ว่าจะหลีกเลี่ยงเหตุการณ์รุนแรงอย่างไร

จากผู้กระทำสู่ผู้เฝ้าระวัง วัคซีนบทเรียนชีวิต ลดอาชญากรรม

แดเนียลบอกอีกว่า ตนมีวัคซีนที่จะปกป้องคนอื่นไม่ให้ก้าวพลาดเหมือนเขาก็พร้อมชี้แนะ ซึ่งทีแรกรู้สึกเหมือนเป็นการประจานตัวเอง แต่ก็คิดได้ว่า การพูดให้ 100 คนฟัง แล้วมี 1-2 คน เก็บไปคิด ไปใช้ แล้วไม่ผิดพลาด ก็เหมือนได้ช่วยลดอาชญากรรม ลดคนที่อาจก้าวผิดพลาดเหมือนตนได้ 

ผู้ใหญ่ ไม่ควรทะเลาะ หรือทำร้ายร่างกายกันต่อหน้าลูก ลูกจะซึมซับการกระทำ และคิดว่าการแก้ปัญหา คือ การตบ ตี ให้ยึดใช้ชีวิตเหมือนต่างประเทศที่หากมีปัญหาจะไปคุยกันข้างนอก ไม่ทะเลาะให้ลูกเห็น ไม่ว่าลูกโต หรือยังเด็ก เพื่อไม่ให้เป็นแบบอย่างไม่ดีกับลูก สังคมรอบข้างที่อยากช่วยเหลือ แต่กลัวได้รับอันตราย ก็ช่วยแจ้งเหตุไปยังสายด่วนตำรวจ ที่หมายเลข 191 หรือ ศูนย์ช่วยเหลือสังคม สายด่วน 1300 ตลอด 24 ชั่วดมง ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ก็เชื่อว่าปัญหาความรุนแรงในครอบครัวจะลดลง

“ค่อนข้างยากที่ความรุนแรงในครอบครัว สังคมจะหมดไป เพราะมันฝังรากลงไปลึกแล้ว เหล้าคือตัวกระตุ้นการเกิดความรุนแรง คนที่ไม่ดื่มก็รับผลพ่วงจากการดื่มสุราได้ เหมือนครอบครัวผม ถ้าคนเมา อย่าร้อนตาม ไม่ต่อปากต่อคำ ต้องใช้น้ำเย็นเข้าลูบ พอมีโอกาสก็แจ้งตำรวจได้ แต่ทุกอย่างขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ไม่มีอะไรเป็นสูตรสำเร็จ เพราะแต่ละคนต้นทุนการรับมือ การใช้ชีวิต แตกกต่างกัน ทางแก้ที่ดีที่สุดคือ ไม่ดื่มเหล้า คนในครอบครัวเปิดใจคุยกันให้มาก อย่าคิดว่าเป็นการแข่งขัน มึงทำได้ กูก็ทำได้

การใช้ความรุนแรง เหมือนเป็นทายาทอสูร ผู้ใหญ่ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ ผลกระทบก็ลามมาถึงคนในครอบครัว ความรุนแรงในครอบครัว มีแต่ผลเสีย พอใช้ครั้งแรกก็จะมีครั้งต่อๆ ไป เหมือนเป็นอุตสาหกรรมที่มันผลิตซ้ำทุกวันๆ ถ้ามีอะไรให้คนในครอบครัวคุยกันตรงๆ พอเก็บๆ ไว้จะเป็นเหมือนระเบิดเวลา พอระเบิดแล้วก็จะเกิดอารมณ์ชั่ววูบ”

ทั้งหมดนี้ คือ ประสบการณ์ชีวิตของ “แดเนียล” หรือ นายวิวัฒน์วงศ์ ดูวา เมื่อครั้ง “เหล้า” คือตัวการเกิดความรุนแรงในครอบครัวจนต้องถูกจำกัดอิสรภาพนาน 3 ปี เขาถอดบทเรียนชีวิตที่ผิดพลาดมาบอกเล่าอุทาหรณ์ ความรุนแรงในครอบครัวไม่ได้มีแค่ทำร้ายร่างกายเท่านั้น แต่ยังมีด้านจิตใจที่โดนด่าทอ โดนดูถูกทางวาจา หรือการกระทำด้วยซึ่งปัญหาเหล่านี้ในสังคมและครอบครัวจะลดลงหรือไม่นั้น จงอย่ารอให้เกิดเรื่องร้ายๆ แล้วค่อยเห็นความสำคัญ 

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน

สืบเสาะข่าว รับเรื่องราวร้องทุกข์ สามารถส่งเรื่องราว หรือประเด็นปัญหาของท่านมาได้ที่

reporter.thairath@gmail.com  หรือช่องทาง Facebook : ทีมข่าวเฉพาะกิจ



อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้