วันศุกร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ตร.ขอนแก่นเร่งรวมหลักฐานขอหมายจับ "เทพโซโล" จะประสานขอเมียนมาช่วยจับ

ตร.ขอนแก่นเร่งรวมหลักฐานขอหมายจับ "เทพโซโล" จะประสานขอเมียนมาช่วยจับ

  • Share:

ลุงวัย 52 ปี เหยื่อ "เทพโซโล" จ้างโจ๋กระทืบแต่ผิดคน พบตำรวจยืนยันไม่รู้จักกลุ่มคนทำร้าย ด้าน ตร.ขอนแก่นเร่งรวมหลักฐานขอหมายจับ พร้อมประสานทางการเมียนมาช่วยจับ "เทพโซโล"... 

จากกรณีที่มีคลิปเหตุรุมทำร้ายร่างกาย ชายไม่ทราบชื่อ นอนกลิ้งอยู่บนพื้นหญ้าในสภาพโชกเลือด ซึ่งคลิปดังกล่าว เป็นคลิปที่แก๊งของนายอรรถพล หรืออาร์ต ชัยสอน ฉายา อาร์ตลาย อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 44 ม.4 บ้านโคกฟันโปง ต.บ้านเป็ด อ.เมือง จ.ขอนแก่น พร้อมพวกรุมทำร้ายชายไม่ทราบชื่อ จนสุดท้ายกลายเป็นทำร้ายผิดคน และปล้นเอารถจักรยานยนต์ไปด้วย 1 คัน ซึ่งผู้เสียหายที่ถูกปล้นรถจักรยานยนต์ ได้แจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านเป็ด เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2562ที่ผ่านมานั้น

ความคืบหน้า เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 19 มกราคม 2562 ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิสมัย ผกก.สภ.บ้านเป็ด อ.เมือง จ.ขอนแก่น ว่า หลังจากมีคลิปเผยแพร่ออกมา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เรียกตัวผู้เสียหายในรายที่มาแจ้งความรถจักรยานยนต์หาย คือ นายกิตติพัฒน์ คำพิลา หรือ นายต้า อายุ 25 ปี อยู่ชาวบ้าน ม.14 บ้านหนองไผ่ ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น มาสอบสวน จนทราบว่า ไม่รู้จักกับกลุ่มผู้ต้องหา แต่ที่ไปตามนัดเพราะต้องการกู้ยืมเงิน แต่เมื่อไปถึงที่นัดหมายกลับพบวัยรุ่นประมาณ 5 คนยืนถือไม้เบสบอลและท่อนไม้ยืนอยู่หน้าบ้าน จึงจอดรถจักรยานยนต์แล้วทำทีเดินไปปัสสาวะข้างทาง กลุ่มผู้ต้องหาจึงเข้าทำร้ายเพื่อนที่ไปด้วยกันโดยไม่ทราบสาเหตุ และผู้ที่ถูกกลุ่มนายอรรถพล หรืออาร์ต ชัยสอน รุมทำร้ายร่างกายนั้นชื่อว่า นายบุญจันทร์ สิงห์สาย อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 98 ม.5 ต.ธงพระ อ. เมือง จ.พิษณุโลก เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ติดตามตัวนายบุญจันทร์มาสอบสวน

จากการสอบสวนทราบว่า นายบุญจันทร์ มีอาชีพเผาถ่านขายอาศัยอยู่ในชุมชนริมทางรถไฟพื้นที่บ้านหนองไผ่ ต.ศิลา รู้จักกับนายต้า เพราะอยู่ในชุมชนเดียวกัน ก่อนเกิดเหตุช่วงหัวค่ำวันที่ 9 มกราคม นายต้าชวนให้นั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ไปเป็นเพื่อน โดยนายต้าอ้างว่าจะไปจ่ายดอกเบี้ยเงินกู้รายวัน เมื่อขับขี่รถจักรยานยนต์ไปถึงหน้าบ้านหลังหนึ่งริมถนนเลี่ยงเมือง พื้นที่บ้านเป็ด ต.บ้านเป็ด นายต้าจอดรถจักรยานยนต์ จากนั้นก็หายตัวไปเหลือเพียงนายบุญจันทร์ ที่ถูกพรรคพวกของนายอาร์ตรุมทำร้าย ซึ่งเมื่อนายอาร์ตทราบว่าคนที่ถูกตีไม่ใช่นายต้า จึงปล่อยตัวไป และยึดเอารถจักรยานยนต์ของนายต้าไว้พร้อมทั้งปล่อยตัวนายบุญจันทร์ออกมาด้วย

พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิสมัย ผกก.สภ.บ้านเป็ด กล่าวว่า จากการตรวจสอบประวัติของนายบุญจันทร์ไม่มีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติดแต่อย่างใด จึงเชื่อว่านายต้ารู้ตัวก่อนจึงหลบหนีไปได้อย่างรวดเร็ว จากนั้นก็มาแจ้งความร้องทุกข์ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าถูกปล้นเอารถจักรยานยนต์ไป ในทางการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกทั้งคำให้การของนายอรรถพล หรืออาร์ต ชัยสอน ทราบว่า รับการว่าจ้างจากเทพโซโล ให้ทำร้ายนายต้าให้ได้รับบาดเจ็บ เพื่อเป็นการสั่งสอนที่เบี้ยวค่ายาเสพติด ในราคา 5,000 บาท พร้อมถ่ายคลิป โดย เทพโซโล แต่เมื่อทำงานพลาดเพราะตีผิดตัว เทพโซโลจึงจ่ายเงินให้เพียง 1,500 บาท

ผกก.สภ.บ้านเป็ด กล่าวต่อว่า ผู้ต้องหายังรับสารภาพอีกว่า ผู้ที่ร่วมกันรุมทำร้ายนายบุญจันทร์ในวันดังกล่าว ประกอบด้วย นายอรรถพล ชัยศร หรืออาร์ต อายุ 22 ปี นายอั๋น (ขอปิดชื่อสกุลจริง) อายุ 16 ปี นายมนตรี เนตรพล หรือมลอายุ 23 ปี นายเกียรติศักดิ์ เยี่ยมเวหา หรือบูม อายุ 23 ปี นางสาวอริสา จันทมุด หรือฝนอายุ 22 ปี และด.ญ.เอ (นามสมมติ) อายุ 15 ปี ซึ่งผู้ต้องหา 5 คนเป็นผู้ต้องหาในคดีทำร้ายน้องเรสจนตาย โดยถูกแจ้งข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นจนถึงแก่ความตายแล้ว และได้เพิ่มข้อหา เป็นร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน แต่หลังเกิดเหตุทำร้ายร่างกายนายบุญจันทร์และร่วมกันปล้นรถจักรยานยนต์ของนายต้าแล้ว จึงได้แจ้งข้อหาผู้ต้องหาทั้ง 5 คน รวมทั้งเด็กหญิงอายุ 15 ปีอีกหนึ่งคน ในข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นและข้อหาร่วมกันปล้นทรัพย์ รวมถึงข้อหา อั้งยี่ซ่องโจรด้วย

ด้าน พล.ต.ต.ไพโรจน์ กุจรพันธ์ ผบก.สส.ภ.4. กล่าวถึงการสืบสวนขยายผลจับกุมเทพโซโลว่า ขณะนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอศาลออกหมายจับผู้ที่ใช้เฟซบุ๊กชื่อ "เทพบุตรโซโล" ซึ่งทางการสืบสวนสอบสวนทราบตัวตนชัดเจน และพบว่าอาศัยหลบหนีอยู่ในประเทศเมียนมา แต่ต้องการให้หลักฐานชี้ชัดมากกว่านี้ เมื่อได้หมายจับมาแล้วทางตำรวจไทยก็จะประสานทางการเมียนมารอย่างเป็นทางการ ทั้งได้มีการประสานทางส่วนตัวไปด้วยอีกทางหนึ่ง 

“ที่ผ่านมาตำรวจไทยและทางการเมียนมามีการประสานงานกันในเรื่องส่งตัวผู้ต้องหาในหลายๆ คดีมาแล้ว และได้รับการร่วมมือเป็นอย่างดี คาดว่าคงไม่มีปัญหาอะไร อีกทั้งเราต้องเอาตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดีในประเทศไทยให้ได้ โดยเทพบุตรโซโลนั้นเป็นแก๊งเดียวกันกับ แก๊งมันทุกเม็ด ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า เมื่อแก๊งมันทุกเม็ดมีหมายจับก็ทำการปิดเฟซบุ๊ก และเชื่อว่าตัวการใหญ่แยกตัวมาตั้งเฟซบุ๊กใหม่ในชื่อ เทพโซโล หรือ เทพบุตรโซโล และในขณะนี้เทพบุตรโซโลก็ปิดเฟซบุ๊กไปแล้วเช่นกัน ซึ่งก็จะมีการตั้งชื่อเฟซบุ๊กขึ้นมาใหม่ เพื่อหลีกเลี่ยงในการตรวจสอบของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่สำหรับตำรวจแล้วไม่ใช่เรื่องยากในการที่จะสืบสวนหาตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดี”

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้