วันศุกร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ย้อนอาถรรพณ์แรง มือดีฉก "ของต้องห้าม" กลับบ้าน ขวัญผวา เอาคืนแทบไม่ทัน!

ย้อนอาถรรพณ์แรง มือดีฉก "ของต้องห้าม" กลับบ้าน ขวัญผวา เอาคืนแทบไม่ทัน!

  • Share:

ทีมข่าวเจาะประเด็นไทยรัฐออนไลน์ ย้อน 3 เหตุการณ์ขวัญผวา “ฉกของต้องห้ามกลับบ้าน” เกิดอาถรรพณ์ ขวัญผวา ต้องรีบเอามาคืนแทบไม่ทัน...

ฉกดาบองค์ดำ ของขลัง "เอ๋-ไพโรจน์" ตร.ตามรวบจนได้คืน

ย้อนกลับไปในปี 2554 เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุผู้เสียหายถูกลักทรัพย์ ย่านซอยแบริ่งรอยต่อสันติคาม ต.สำโรงเหนือ ต่อเนื่องกว่า 20 ครั้ง โดยคนร้ายฉกเอาพระเครื่อง และของคลังบูชาเป็นหลัก ซึ่งหนึ่งในผู้เสียหายมี นายไพโรจน์ สังวริบุตร ดาราชื่อดังรวมอยู่ด้วย

ขณะที่ ทรัพย์สินภายในบ้านของนายไพโรจน์ที่โดนขโมยไปนั้น คือ มีดดาบอรัญญิกสลักชื่อ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ลงอักขระ หรือดาบองค์ดำ จำนวน 1 เล่ม

กระทั่ง 1 เดือนผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมคนร้าย ส่วนมีดดาบดังกล่าวนำไปขายต่อได้ในราคา 1,000 บาท โดยไม่ทราบว่าเป็นของมีค่า และศักดิ์สิทธิ์มากถึงเพียงนี้ แต่ทั้งนี้ระหว่างที่ฉกดาบดังกล่าวไปก็เกิดเรื่องน่าพิศวงหลายอย่าง เช่น นอนหลับฝันเห็นชายร่างใหญ่ใส่ชุดไทยมาทวงดาบคืนจนนอนไม่หลับ

ส่วน นายไพโรจน์ สังวริบุตร พระเอกรุ่นใหญ่ กล่าวหลังชี้ตัวคนร้ายว่า มีดดาบดังกล่าวเป็นของภรรยาที่ได้รับตกทอดมา มีอายุกว่า 400 ปี ที่ได้นำมาไว้บูชาอยู่ที่บ้านพัก ซึ่งหลังจากที่ถูกคนร้ายเข้ามาหลักทรัพย์ ก็รู้สึกไม่ดี ไม่มีจิตใจในการทำงาน จึงพยายามไหว้พระอธิษฐานบนบานสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อให้กลับมา ในที่สุดก็สามารถได้คืนมา  

หนุ่มตาน้ำข้าว ผวาอาถรรพณ์ แอบหยิบอิฐเก่าอยุธยากลับบ้าน ต้องรีบส่งคืน

ในช่วงต้นปี 2561 เรื่องราวอันน่าสะพรึงชวนขนลุก ได้รับการเปิดเผยจากนายภาณุพงศ์ แพ่งกุล เจ้าหน้าที่สำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ว่า ได้รับพัสดุไปรษณีย์จากทางสำนักงานใหญ่ ซึ่งภายในพัสดุเป็นเศษซากอิฐปูนแตกหัก 3 ชิ้น ขนาดไม่เกิน 5 นิ้ว และมีจดหมายแนบมาด้วย ขอความกรุณานำสิ่งของสามชิ้นไปวางไว้ที่บริเวณโบราณสถานจังหวัดพระนครศรีอยุธยาด้วย

ทางสำนักงานท่องเที่ยวอยุธยา จึงนำไปไว้ที่วัดมหาธาตุ ซึ่งเชื่อว่าเป็นอิฐและเศษซากที่อยู่บริเวณดังกล่าว โดยเหตุการณ์นี้ไม่ใช่ครั้งแรก มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็นยุโรปหรือเอเชีย ชอบที่จะลองของ นำเศษก้อนอิฐเก่า หรือสิ่งของต่างๆ ที่อยู่ในเขตโบราณสถานติดตัวกลับไป บางคนก็คิดว่าจะไปเป็นเครื่องรางของขลัง หรือของที่ระลึก แต่เมื่อนำกลับไปแล้วก็จะมีเรื่องราวต่างๆ นานา เหมือนมีคนไปตามทวงคืน จนต้องส่งพัสดุคืนมายังสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ที่พระนครศรีอยุธยา อยู่หลายครั้ง บางคนก็เคยนำมาคืนด้วยตนเอง และไม่ยอมที่จะเล่าเหตุการณ์ บอกแต่เพียงว่า ขอโทษที่นำติดตัวไป

วิญญาณหลอน! โจรคงเจอดีเจ้าแม่ตะเคียน แอบเอาชุดไทยมาคืน

ในค่ำคืนหนึ่งของต้นเดือนเมษายนของปี 2561 คืนที่สายฝนเทลงมาอย่างหนัก คนร้ายได้แอบเข้ามาขโมยชุดไทยที่สาธุชนนำมาถวายเจ้าแม่ตะเคียนทอง หายไปกว่า 30 ชุด และเครื่องแต่งตัวหายไปเป็นจำนวนมาก

นอกจากนี้ ยังพบอีกว่าชุดไทยและสไบที่มีตำหนิ ถูกวางกองอยู่ด้านหน้าหุ่นเจ้าแม่ตะเคียนทองให้ดูต่างหน้า ส่วนคนร้ายเมื่อได้ของตามที่ต้องการแล้วหลบหนีหายไปอย่างไร้ร่องรอย ท่ามกลางการสาปแช่งจากสาธุชนที่ทราบข่าว

ด้านพระครูยติธรรมานุยุติ หรืออาจารย์แป๊ะ เจ้าอาวาสวัดสว่างอารมณ์ เผยว่า ชุดไทยเหล่านี้เป็นของสาธุชนที่นำมาแก้บนถวายแม่ตะเคียนเงินแม่ตะเคียนทอง ส่วนใหญ่แล้วจะมีคนมากราบไหว้ขอพรตามความเชื่อของคนไทย เมื่อมาขอพรแม่ตะเคียนเงินแม่ตะเคียนทอง ไม่ว่าจะเขย่าติ้ว เสี่ยงเซียมซี ขอเลขเด็ดจากต้นตะเคียนอายุกว่า 200 ปี ที่ตั้งอยู่ด้านข้างในศาลาเดียวกัน เมื่อได้โชคได้ลาภจากการขอจากสิ่งเหล่านี้ ก็จะเอาชุดมาแก้บนตามประสาคนโบราณได้รับโชค แล้วแต่ความเชื่อของแต่ละคน

“สำหรับชุดเหล่านี้ถือเป็นของวัด ของเทวดา บางคนมาขอ อาตมายังไม่กล้าให้ใครไป เอาไปใส่แล้วก็ไม่ได้เป็นมงคล อาจจะเป็นสิ่งไม่ดีกับตัวเองก็ได้ ไม่เชื่ออย่าลบหลู่” อาจารย์แป๊ะ กล่าว

3 วันต่อมา ยังไม่ทันเจ้าหน้าที่ตำรวจจะพบตัวคนร้าย ก็พบว่าคนร้ายได้นำชุดไทยใส่ถุงดำและชุดไทยที่ขโมยไปนำมากองไว้ที่ด้านหน้าหุ่นรูปปั้นเจ้าแม่ตะเคียนทอง และที่กระถางธูปด้านหน้าก็มีธูปปักขอขมา โดยอาจารย์แป๊ะคาดการณ์ว่า หัวขโมยรายนี้อาจจะโดนหลอกหลอนจนต้องนำมาคืน และยังต้องขอขมาด้วย อาตมาจึงอยากฝากเตือนบรรดาหัวขโมยทั้งหลายที่ลักชุดไทยตามวัด ซึ่งมีหลายวัดที่ถูกขโมยไป ขออย่าได้ทำอย่างนี้อีกเลย มันเป็นของที่มีวิญญาณ ไม่เชื่อก็อย่าลบหลู่เหมือนเช่นขโมยรายนี้.

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้