วันศุกร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
สนช.ยัน ก.ม.กัญชา ไม่เอื้อต่างชาติ ย้ำผ่านกระบวนการตาม ม.77 ทุกประการ

สนช.ยัน ก.ม.กัญชา ไม่เอื้อต่างชาติ ย้ำผ่านกระบวนการตาม ม.77 ทุกประการ

  • Share:

สนช.ยันกฎหมายกัญชาไม่เอื้อต่างชาติ ชี้มีกระบวนการบิดเบือนข้อมูลกฎหมาย ย้ำผ่านกระบวนการรับฟังเหตุผล ตามมาตรา 77 ทุกประการ ระบุผู้ศึกษาเป็นต่างชาติ แม้ดำเนินการมาก่อนก็หมดสิทธิขอไฟเขียว

เมื่อวันที่ 18 ม.ค.62 ที่รัฐสภา นายสมชาย แสวงการ อดีตประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวว่า กระบวนการออกกฎหมายดังกล่าวได้ผ่านการพิจารณาของ สนช.แล้ว และอยู่ในระหว่างการรอประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาต่อไป ซึ่งการพิจารณากฎหมายฉบับนี้ของ สนช.ได้ผ่านกระบวนการการรับฟังความคิดเห็นตามมาตรา  77 ของรัฐธรรมนูญทุกประการ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีขบวนการบิดเบือนเจตนารมณ์ของกฎหมายดังกล่าวใน 2 ประเด็น คือ 1.มีการกล่าวหาว่าร่างแก้ไขกฎหมายที่ให้นำกัญชามารักษาโรค จะทำให้เกิดการจำหน่ายพืชฝิ่นได้ ขอชี้แจงว่าไม่สามารถจำหน่ายพืชฝิ่นได้ เพราะฝิ่นเป็นยาเสพติดให้โทษตามกฎหมาย และที่ผ่านมาคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดก็ไม่เคยอนุญาตให้ปลูกหรือครอบครองหรือทำการวิจัยได้ เว้นแต่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เพียงหน่วยงานเดียว เพื่องานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดเท่านั้น 

และ 2.มีการกล่าวหาว่าร่างกฎหมายดังกล่าวเป็นการนิรโทษกรรม ทำให้ผู้วิจัยศึกษาที่เป็นบริษัทหรือบุคคลต่างชาติได้เปรียบผู้ศึกษาวิจัยที่เป็นคนไทยที่จะทำการศึกษาได้เมื่อกฎหมายนี้มีผลใช้บังคับ และอาจมีผลกระทบต่อการยื่นจดสิทธิบัตรเกี่ยวกับการงานวิจัย และมีผลให้ประเทศไทยเกิดความเสียหายและไม่ได้รับประโยชน์จากกฎหมายเท่าที่ควรนั้น ขอชี้แจงว่า เมื่อกฎหมายฉบับนี้ใช้บังคับจะมีการยกเว้นโทษให้กับผู้ศึกษาวิจัยที่มีกัญชาไว้ในครอบครองโดยมิชอบด้วยกฎหมาย แต่บุคคลดังกล่าวจะต้องยื่นขออนุญาตตามกฎหมาย

ทั้งนี้ บุคคลทั่วไปที่จะยื่นขออนุญาตตามกฎหมายจะต้องเป็นบุคลที่มีสัญชาติไทย และมีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย แต่หากเป็นนิติบุคคลต้องจดทะเบียนตามกฎหมายไทย และกรรมการของนิติบุคคล หุ้นส่วน หรือผู้ถือหุ้นอย่างน้อย 2 ใน 3 ต้องเป็นผู้มีสัญชาติไทย และมีสำนักงานในประเทศไทย ดังนั้น กรณีที่ผู้ศึกษาวิจัยเป็นคนต่างชาติที่ได้ดำเนินการมาก่อนร่างกฎหมายใช้บังคับจึงไม่อาจขออนุญาตเพื่อศึกษาวิจัยได้ และหากผู้ศึกษาวิจัยเป็นนิติบุคคลต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขการจดทะเบียนตามกฎหมายไทย ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นว่าร่างกฎหมายฉบับนี้ไม่ได้เอื้อประโยชน์กับชาวต่างชาติแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้