วันศุกร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
โก๋อุ้ม กะ หนุ่มนิว

โก๋อุ้ม กะ หนุ่มนิว

โดย บี บางปะกง
18 ม.ค. 2562 05:01 น.
  • Share:

เป็นอันว่า รอบ 16 ทีมสุดท้าย “เอเชียนคัพ 2019” ของทีมช้างศึก เราได้เจอกับ “จีน” แผ่นดินใหญ่สมความมุ่งมาดปรารถนาของใครหลายคนแล้วนะครับ!

ยังไงซะเมนู ติ่มซำ ซาลาเปา ก็ถูกปากคนไทยกว่าต้องกินกิมจิผสมโสมเป็นไหนๆ

อย่างน้อยการที่เราเคยบุกไปขอดเกล็ดมังกรถึงถิ่น 5-1 เมื่อเกือบๆ 7 ปีที่แล้ว มันก็ทำให้ไทยแลนด์คุยฟุ้งไปได้ยันลูกบวชแล้วล่ะ

จะแคร์อะไรกะอีแค่อภิมหากุนซือเงินเดือน 80 ล้าน อย่าง “มาเชลโล ลิปปี” ของเจ้าสัว ทีมชาติจีน

เจอ “อันโตนิโอ คอนโต่ย” ณ มหาสารคาม โค้ชของเราที่ค่าจ้างแค่ 5 หมื่นหน่อยเถอะ...เดี๋ยวได้จ๋อย!!

อย่างที่บอกล่ะครับว่าถึงรอบนี้แล้วไม่มีอะไรต้องกดดันอีกต่อไป

ดังนั้น เหล่าพลพรรค “ผู้เล่นคนที่ 12” ของทีมชาติไทย มีหน้าที่ล้างตารอเชียร์กันให้สุดลิ่มทิ่มประตูกันได้เลย ในวันอาทิตย์ที่ 20 ม.ค.นี้ ซึ่ง “วิก 7 สี” กับ “ฟ็อกซ์ สปอร์ต” จะถ่ายสดให้ชมกันเหมือนเดิม 3 ทุ่มตรง

สัปดาห์นี้ถือเป็นสัปดาห์แห่ง “ข่าวดี” ของวงการลูกหนังบ้านเราอย่างแท้จริง เพราะนอกจากผลงานอันแจ่มจรัสของทีมบอลไทยที่สร้างประวัติศาสตร์เข้ารอบน็อกเอาต์ถ้วยเอเชียได้เป็นครั้งแรกในรอบ 47 ปีแล้ว

แข้งตัวหลักของทีมช้างศึกชุดนี้อีก 2 คน ก็กำลังจะได้ไปโชว์ฝีเท้าในศึก “เจลีก” แดนซามูไร ในฤดูกาลใหม่ 2019 นี้อีกด้วย

รายแรกคือ “บุญจัง” ธีราทร บุญมาทัน ที่ได้รับไฟเขียวจากต้นสังกัด เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ให้โกยเงินเยนต่อไปอีกปี

หลังสโมสร “โยโกฮามา เอฟ มารินอส” ที่จบอันดับ 12 เมื่อปีที่แล้ว เพิ่งบรรลุสัญญายืมตัว “โก๋อุ้ม” ต่อจาก วิสเซล โกเบ ไปสดๆร้อนๆ

เชื่อว่าประสบการณ์ 1 ปีเต็มกับการค้าแข้ง ให้โกเบ จะสร้างความแข็งแกร่งทั้งกายและใจให้กับวิงแบ็กซ้าย “หมายเลข 1” ของเมืองไทยเป็นพะเรอเกวียน

โดยเฉพาะการได้ลงเล่นเคียงบ่าเคียงไหล่กับยอดแข้งระดับเวิลด์คลาส ทั้ง อันเดรส อิเนียสตา และลูคัส โพโดลสกี ถือเป็น “โมเมนต์” ความทรงจำที่น่าภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งสำหรับนักเตะในอาเซียนตัวเล็กๆคนหนึ่ง

ส่วนอีกหนึ่งนักเตะไทยซึ่งจ่อเต็มทีแล้ว ที่จะได้เปิดซิงในลีกสูงสุดแดนปลาดิบ ก็คือ “ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์” มิดฟิลด์จอมบู๊สะบั้นหั่นแหลก ที่รับบทฮีโร่ซัดประตูตีเสมอให้ไทยแบ่งแต้มกับเจ้าภาพ ยูเออีได้สำเร็จ

โดยสโมสร “โออิตะ ทรินิตะ” รองแชมป์ เจ ทู ปีที่ผ่านมาและได้สิทธิ์กลับมาเล่นในเจลีก 1 อีกครั้งในรอบ 6 ปี ได้ทำการเจรจายืมตัว “เจ้านิว” จากทีมบางกอกกล๊าส หรือชื่อใหม่ “บีจี ปทุม ยูไนเต็ด” ไปร่วมทัพเป็นเวลา 1 ปีเช่นกัน

ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดกันจริงๆ เราก็คงจะได้เห็นนักฟุตบอลไทย “คนที่ 4” ในประวัติศาสตร์ที่ได้ไปโชว์พลังแข้งในเจวัน ต่อจาก “เมสซีเจ” ชนาธิป สรงกระสินธ์, ธีรศิลป์ แดงดา และธีราทร ค่อนข้างแน่

นับเป็นดีลที่เหมาะสมเป็นที่สุดอีกครั้งนึงของวงการฟุตบอลไทย เพราะไม่ว่าจะเป็น “คุณวุฒิ-วัยวุฒิ” และคุณสมบัติต่างๆของฐิติพันธ์ ถือว่าครบเครื่องต้มยำหมดแล้วล่ะในยามนี้

ที่สำคัญเจ้าตัวยังมี “สายเลือดนักสู้-บู๊

ไม่ถอย” ที่ได้รับถ่ายทอด “ดีเอ็นเอ” สายตรงจาก “พ่อเด๋อ” ไพโรจน์ พ่วงจันทร์ อดีตแนวรับระดับตำนานของทีมชาติไทยมาเต็มๆอีกต่างหาก

จึงเชื่อขนมกินได้เถอะว่า “หนุ่มนิว” ผู้นี้นี่แหละ น่าจะเป็นแข้งตราช้างศึกอีกคนที่ประสบความสำเร็จในลีกแดนวาซาบิ

ได้ไม่ยากเย็นเลยยย...!!!

บี บางปะกง

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้