วันจันทร์ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
มะลิวรรณ ประยงค์พันธุ์ ชีวิตนี้ไม่มีคำว่า “ไม่ได้”

มะลิวรรณ ประยงค์พันธุ์ ชีวิตนี้ไม่มีคำว่า “ไม่ได้”

  • Share:

ก็เพราะถือคติอะไรที่ทำไม่ได้ ถ้าเราพยายามและตั้งใจมันต้องทำได้!! จึงไม่แปลกใจที่ซีอีโอหญิงแกร่งอย่าง “มะลิวรรณ ประยงค์พันธุ์” จะประสบความสำเร็จกับทุกย่างก้าวชีวิต รวมถึงก้าวสำคัญในการผงาดเป็นผู้นำ ธุรกิจชุดชั้นในปรับสรีระรายใหญ่ที่สุดของอาเซียน ภายใต้แบรนด์ “บอดี้ ซีเคร็ท” ซึ่งปลุกปั้นจนโด่งดังมายาวนานเกือบ 2 ทศวรรษ และได้รับการยกย่อง เป็นผู้กุมความลับของเรือนร่างผู้หญิงครึ่งค่อนทวีป

“กุลเป็นคนหาดใหญ่เกิดในครอบครัวคนจีน คุณพ่อเป็นเถ้าแก่ขายรถคาวาซากิกับน้ำมันเครื่องคาสตรอล กุลมีพี่น้อง 7 คน ผู้หญิง 4 ผู้ชาย 3 ตอนเกิดมาพ่อผิดหวังมาก เพราะมีลูกสาวมาแล้ว 2 คน เราเป็นคนที่สาม ก็ยังออกมาเป็นผู้หญิงอีก วันที่คลอดกุลพ่อเลยไม่ไปรับ ทิ้งไว้ที่โรงพยาบาลสงขลากับแม่ แต่หลังจากนั้น 2 วัน พ่อถูกลอตเตอรี่รางวัลที่หนึ่ง ท่านดีใจมาก และคิดว่าลูกสาวคนนี้เป็นลูกนำโชค คราวนี้รีบมารับเรากับแม่กลับบ้านทันที หลังจากนั้นท่านก็ได้ลูกคนที่ 4 เป็นผู้ชายสมใจ และได้ลูกชายปิดท้ายอีก 2 คน ถึงแม้จะเป็นลูกสาวคนโปรด แต่กุลมีนิสัยขยันและไม่ชอบอยู่นิ่งตั้งแต่เด็ก ในขณะที่เด็กคนอื่นไปวิ่งเล่นกัน แต่หลังเลิกเรียนทุกวัน เราจะต้องกลับมาช่วยทำงานบ้าน ทำทุกอย่างตั้งแต่ล้างจาน, ทำกับข้าว, ซักผ้า และเย็บผ้า บ้านเรามี 7 ชั้น ก็แบ่งหน้าที่กับพี่น้อง กวาดถูคนละชั้น”...คุณกุลบอกเล่าถึงชีวิตวัยเด็กที่ฟูมฟักให้เป็นหญิงแกร่ง

ฉายแววเด่นกล้าคิดกล้าทำมาตั้งแต่เด็กเลยไหม

ตอนอยู่หาดใหญ่เราเป็นดาวเด่นของโรงเรียนหาดใหญ่อำนวยวิทย์ เป็นทั้งเชียร์ลีดเดอร์และนักกีฬา จึงฝันว่าอยากจะไปเที่ยวกรุงเทพฯสักครั้ง พอเรียนจบ ม.ศ.3 ก็ขอคุณพ่อเข้ากรุงเทพฯ ไปอยู่กับอากู๋พี่ชายแม่ ซึ่งทำงานแดนเนรมิต ถือเป็นการผจญภัยแรก เพราะตั้งแต่เล็กจนโตไม่เคยออกจากบ้านหลังฟ้ามืด จากนั้นมีเพื่อนชวนไปเรียนต่อที่อังกฤษ กุลเลยส่งใบสมัคร และขออนุญาตคุณพ่อ ท่านบอกให้ไปลองดู

ไปถึงอังกฤษได้เห็นโลกกว้างอย่างที่ฝันไหมคะ

กุลไม่ได้เรียนอย่างเดียว ด้วยความที่ขยัน คิดว่ามาเรียนแล้วได้ตังค์ด้วยก็คงดี จึงไปสมัครทำงานที่บ้านคนยิว เริ่มจากเป็นพี่เลี้ยงเด็ก ได้ชั่วโมงละ 2.50 ปอนด์ ทำงานวันละ 3 ชั่วโมง ทำๆไปเขาขอให้ทำความสะอาดบ้านด้วย โดยจ่ายเพิ่มเป็น 2 แรง วันหนึ่งได้ 15 ปอนด์ เราตอบรับทันที สักพักเขาถามว่า “แมรี่” เธอนวดตัวได้ไหม เราบอกได้ค่ะ คือทุกอย่างเซย์เยสหมด พอถามว่ายูหวีผมเป็นมั้ย ก็ตอบว่าได้อีก คราวนี้เลยได้ฉายา “แมรี่ มิลเลียน จ็อบส์” เพราะทำได้หมด (หัวเราะ) จากบ้านแรก เขาแนะนำให้ไปทำกับญาติพี่น้องทั่วลอนดอน เราเลยมีงานทำครบ 7 วัน ทุกวันต้องออกจากบ้าน 7 โมงเช้า เลิกเรียนบ่ายสามไปทำงานพิเศษ พอสี่ทุ่มก็จบกลับบ้านนอน ทำอย่างนี้อยู่ 2 ปี ด้วยความสนุก และมีความสุขเก็บเงินเก็บทองได้เยอะ จากเดิมที่จะไปเรียนภาษาแค่ 6 เดือน เลยอยู่ยาว แล้วก็ไปเข้าคอร์สเลขาฯจนจบ เชื่อมั้ยกุลมีเงินเก็บเป็นล้าน

ครอบครัวอบอุ่นคือกำลังใจสำคัญของเจ้าแม่บอดี้ ซีเคร็ท

ชีวิตกำลังไปได้สวย อะไรทำให้ตัดสินใจกลับเมืองไทย

ฝันอยากเป็นแอร์โฮสเตส!! ตอนนั้นกลับมาเที่ยวเมืองไทย สายการบินซาอุดีอาระเบีย แอร์ไลน์ กำลังเปิดรับสมัครแอร์ ทั้งๆที่ความสูงไม่ถึง 160 ซม. แต่กุลผ่านรอบแรก 200 คน พอถึงรอบสัมภาษณ์ตื่นเต้นมากไปนั่งรอตั้งแต่ 9 โมงเช้าถึงค่ำ แต่ละคนแต่งตัวสวยเชียว ยกเว้นเราที่ไว้ผมม้าติดกิ๊บสองตัว แถมใส่ชุดมาร์คแอนด์สเปนเซอร์ คิดในใจว่าคงไม่ได้รับเลือก พอถึงคิวสัมภาษณ์ตอนทุ่มครึ่ง สิ่งแรกที่โดนคือ ถูกเรียกขึ้นชั่งน้ำหนัก ตอนนั้นหนัก 65 กิโลกรัม ความสูง 159 เซนติเมตร เพิ่งรู้สึกตัวว่าอ้วน คนสัมภาษณ์ถามว่า ทำไมถึงอยากเป็นแอร์ เราก็เล่าถึงความขยันตอนอยู่อังกฤษ ซึ่งถ้ารับเข้าทำงานจะทำให้เต็มที่ ไม่ว่าจะงานหนักงานเบาไม่มีคำว่าโน ตอนหลังเลยได้ฉายา “เดอะ เลดี้ เนเวอร์ เซย์ โน” อะไรที่ทำไม่ได้ ถ้าเราพยายามและตั้งใจต้องทำได้

สูงไม่ถึง 160 ซม. โดนติว่าอ้วน ทำยังไงถึงชนะใจกรรมการจนได้เป็นแอร์สายการบินใหญ่

พอได้ยินคนสัมภาษณ์บอกว่ากุลอ้วนไป เลยรีบขอโอกาสกลับไปลดน้ำหนัก ทางสายการบินให้เวลา 2 อาทิตย์ ถ้าสามารถลดได้ 10 กิโลกรัม ก็จะพิจารณาเราใหม่ กุลกลับบ้านไปอดข้าววันๆอมแต่น้ำแข็ง ทำขนาดนี้ยังลดน้ำหนักได้แค่ 6 กิโลกรัม ตอนกลับไปสัมภาษณ์ใหม่ ลองขอโอกาสว่าถ้าให้เวลามากกว่านี้ เชื่อมั่นว่าจะลดน้ำหนักได้ตามสัญญา ทางสายการบินเห็นความตั้งใจจึงรับเป็นแอร์

จากแอร์โฮสเตส ชีวิตพลิกผันสู่การเป็นเจ้าของธุรกิจได้อย่างไร

ระหว่างที่อยู่สายการบินซาอุดีอาระเบีย กุลทำธุรกิจเล็กๆ น้อยๆไปด้วย หิ้วของจากเมืองนอกมาขาย มีหมดตั้งแต่เสื้อผ้า, น้ำหอม, กระเป๋า, รองเท้า และชุดชั้นใน ทำงานสายการบินได้ปีกว่าก็แต่งงาน โดยสามี “พลตำรวจเอก ดร.วิทยา ประยงค์พันธุ์” เป็นตำรวจอยู่หาดใหญ่ อายุแก่กว่า 4 ปี (ปัจจุบันเป็นที่ปรึกษาพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ) แม้แอร์โฮสเตสจะเป็นอาชีพในฝัน แต่วันหนึ่งถึงจุดอิ่มตัว กุลตัดสินใจลาออกมาเปิดร้านขายเพชร พร้อมทำหน้าที่เลี้ยงลูก ช่วงที่ขายเพชรอยู่ 5 ปี ได้เจอลูกค้ามีฐานะเยอะ ลูกค้าที่สนิทกันคนหนึ่งเอาชุดชั้นในราคา 7-8 หมื่นบาท มาให้ดู บอกว่าใส่กระชับหุ่นดีมาก เราฟังแล้วก็ตกใจ ทำไมถึงแพงอย่างนั้น ด้วยนิสัยที่ไม่เคยหยุดนิ่ง กุลอาสาว่าหนูเคยเป็นแอร์รับรองซื้อได้ถูกกว่านี้ ไปเจอที่ญี่ปุ่นจริงๆได้ราคาถูกกว่าครึ่งหนึ่ง รีบคว้ามาให้ลูกค้าโดยไม่คิดเอากำไร แต่เขามีน้ำใจให้ค่าหิ้วของ แล้วก็ฝากซื้อมาเรื่อย แถมบอกต่อในหมู่ลูกค้าร้านเพชร สักพักก็มาปรึกษาว่าอยากหาร้านซ่อมชุดชั้นในราคาแพง กุลเลยอาสาตระเวนหาร้านซ่อมแถวซอยแบริ่ง บางนา ซึ่งเป็นแหล่งเย็บชุดชั้นใน และก็ค้นพบว่าการตัดชุดชั้นในไม่ได้ยากอย่างที่คิด

คราวนี้ปิ๊งไอเดียเลยไหมคะ

กุลวาดภาพว่าเราน่าจะตัดเย็บชุดชั้นในปรับสรีระดีๆด้วยฝีมือคนไทยได้ แม้ตอนนั้นจะไม่มีความรู้เรื่องการตัดเย็บ แต่เป็นคนที่ตั้งใจทำอะไรแล้วต้องทำให้ได้ จึงศึกษาและลงมือตัดเย็บชุดชั้นในด้วยตัวเอง ลองผิดลองถูกโดยมีต้นแบบของต่างประเทศเป็นโมเดล

จากที่คลุกคลีมา อะไรคือความต่างระหว่างชุดชั้นใน ทั่วไปกับชุดชั้นในปรับสรีระ

ชุดชั้นในทั่วไปทำหน้าที่ห่อหุ้มร่างกายไม่ให้โป๊เปลือย แต่ชุดชั้นในปรับสรีระช่วยลดส่วนเกินเติมส่วนขาดได้ โดยปรับกระดูกจัดเนื้อจัดคลื่นไขมันให้อยู่ในจุดที่สมดุลตามสรีระของแต่ละคน มีลูกค้าหลายคนหลังงอ ไหล่ทรุดไม่เท่ากัน พอใส่บอดี้สูทของเราสามารถปรับสรีระให้สมดุลขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นคนหลังตรงดูสง่างาม สิ่งเหล่านี้ชุดชั้นในสำเร็จรูปไม่สามารถตอบโจทย์ได้ การใส่เสื้อในตึงเกินไปมันรั้งหัวไหล่จนเป็นร่องน้ำ ทำให้ระบบประสาทหรือหลังของเรามีปัญหา เพราะถูกกดทับทุกวัน

อะไรคือเอกลักษณ์ของ “บอดี้ ซีเคร็ท” ที่เหนือกว่าชุดชั้นในปรับสรีระทั่วไป

แบรนด์เราจะมีการวัดตัวตัดให้พอดีเป๊ะกับรูปร่างเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ โดยใช้แพตเทิร์นหนึ่งต่อหนึ่ง ทำให้สามารถล็อกส่วนเกินโดยไม่ก่อให้เกิดการกดทับจนรู้สึกอึดอัด เนื้อจะไม่เกิดคลื่นลอนปลิ้น ขณะเดียวกันก็เสริมสร้างสรีระให้เกิดการยกกระชับอย่างพอดี ส่วนวัตถุดิบใช้ผ้าคุณภาพนำเข้าจากญี่ปุ่น มีความยืดหยุ่นสูง, ทนทาน, บางเบา, ระบายอากาศได้ดี ทำให้รู้สึกกระชับ สวมใส่สบายไม่อึดอัด แต่เก็บรักแร้ได้หมด

จากบริการเสริมให้ลูกค้าไฮโซ การทำชุดชั้นในกลายเป็นธุรกิจสร้างความรวยได้อย่างไร

กุลเจอวิกฤติหนักตอนไอเอ็มเอฟ ทำให้ต้องเลิกขายเพชร และเบนเข็มมาสร้างแบรนด์ “บอดี้ ซีเคร็ท” ผ่านการบอกเล่าปากต่อปาก จนได้รับความนิยมในหมู่คนมีชื่อเสียงในแวดวงสังคม ชุดชั้นในของเราขึ้นชื่อเรื่องความใส่ใจในรายละเอียด ตั้งแต่ขั้นตอนการซักถามลูกค้า, การวัดตัวอย่างละเอียด ไปจนถึงการตัดเย็บ และนัดลองชุด เรายินดีปรับแก้ให้จนกว่าลูกค้าจะพึงพอใจ มีอยู่ช่วงหนึ่งเคยเครียดมากอยากปิดโรงงาน เพราะพนักงานลาออกยกทีม ดีที่ลูกค้าให้กำลังใจ บอกว่าห้ามปิดเด็ดขาด เพราะชีวิตนี้ขาดชุดชั้นในของคุณกุลไม่ได้ ตรงนี้ทำให้มีกำลังใจสู้ถึงวันนี้

ทำไมต้องละเอียดลออและพิถีพิถันขนาดนั้น แล้วจะวิ่งทันคู่แข่งเหรอคะ

การทำธุรกิจต้องมีความพยายามเป็นอันดับหนึ่ง ตามมาด้วยความซื่อสัตย์ กุลบอกลูกค้าตลอดว่าการใส่ชุดชั้นในปรับสรีระก็เหมือนการออกกำลังกาย ถ้าออกแค่วันเดียวไม่มีทางได้ผล ต้องออกกำลังกายทุกวัน ถ้าจะใช้ให้ได้ผลก็ต้องซื้อไว้ 3-4 ชุด เพื่อใส่ทุกวัน เราลงทุนตัดชุดราตรีชุดหนึ่งหลายหมื่นบาท ใส่ออกงานไม่กี่ครั้ง แต่ชุดชั้นในต้องใส่ทุกวัน ทำไมจะไม่กล้าลงทุน ถามว่าชุดชั้นในของกุลราคาชุดละเป็นหมื่นๆแพงไหม ถ้าเอา 365 วันหาร ก็ตกวันละไม่กี่บาท แถมยังมีบริการซ่อมฟรีตลอดอายุการใช้งาน 3-5 ปี มันคุ้มที่จะลงทุน ใครสนใจก็แวะมาวัดตัวได้ไม่มีค่าใช้จ่าย ที่สำนักงานใหญ่อาคารจันสว่างวงศ์ อยู่ใกล้ๆเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า คลิกดูรายละเอียดที่ http://www.bodysecret.co.th

อะไรคือความลับของการสร้างเสน่ห์ให้ธุรกิจที่ใครก็ยากจะลอกเลียนแบบ

กุลคิดเสมอว่าหน้าที่ของชุดชั้นในที่ดีคือต้องลดส่วนเกินเติมส่วนขาด เช่น บางคนที่มีส่วนเกิน เราก็ลดให้เขา บางคนขาด คือไม่มีสะโพก ไม่มีก้น ไม่มีหน้าอก เราก็ต้องช่วยเติม การทำชุดชั้นในเป็นเรื่องละเอียดอ่อน เพราะเป็นอะไรที่แนบอยู่กับตัวลูกค้า ถ้าคิดจะทำชุ่ยๆไม่มีความจริงใจ บอกเลยไม่มีวันประสบความสำเร็จ.

ทีมข่าวหน้าสตรี

คุณอาจสนใจข่าวนี้