วันจันทร์ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
สาวซาอุฯ เดินทางไปแคนาดาในฐานะผู้ลี้ภัยแล้ว ขอบคุณทางการไทยที่ช่วย

สาวซาอุฯ เดินทางไปแคนาดาในฐานะผู้ลี้ภัยแล้ว ขอบคุณทางการไทยที่ช่วย

  • Share:

ผบช.สมต.นำจนท.ไปส่ง สาวซาอุฯ วัย 18 ปี ขึ้นเครื่องบินไปแคนาดา หลังได้อนุมัติสถานะให้เป็นผู้ลี้ภัย โดยมีเจ้าหน้าที่จาก UNHCR เดินทางไปด้วย พร้อมขอบคุณทางการไทยจนท.ทุกฝ่ายที่ช่วยเหลือ...

เมื่อเวลา 23.50 น. วันที่ 12 ม.ค.2562 พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม. นายกิตติพงศ์ กิตติขจร รองผอ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พล.ต.ต.พฤทธิพงษ์ ประยูรศิริ ผบก.ตม.2 พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม.3 เปิดเผยภายหลังเดินทางไปส่ง น.ส.ราฮาฟ โมฮัมเหม็ด เอ็ม อัลคูนัน อายุ 18 ปี ชาวซาอุดีอาระเบีย ที่ถูก ตม.ไทยปฏิเสธการเข้าเมือง เมื่อวันที่ 6 ม.ค.62 ที่ผ่านมา และต้องการเดินทางไปประเทศที่ 3 โดยมีทาง UNHCR เป็นผู้ดูแลระหว่างรอขอสถานะผู้ลี้ภัยเพื่อไปประเทศที่ 3 บริเวณประตู 7 ชั้น 4 อาคารผู้โดยสารขาออกท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จ.สมุทรปราการ

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม. กล่าวว่า ภายหลังจากการประสานความร่วมมือกันอย่างดีในทุกฝ่าย รวมถึง UNHCR และกระทรวงการต่างประเทศ ทำให้ ณ ปัจจุบัน น.ส.ราฮาฟได้สถานะผู้ลี้ภัยจาก UNHCR เรียบร้อยแล้วและอยู่ระหว่างเดินทางไปยังประเทศแคนาดา โดยมีเจ้าหน้าที่จาก UNHCR เดินทางไปด้วย ซึ่งเดินทางออกจากสนามบินสุวรรณภูมิ ด้วยสายการบินโคเรียนแอร์ เที่ยวบิน KE 652 ก่อนต่อเครื่องไปยังเมืองโตรอนโต ประเทศแคนาดา ซึ่งเมื่อไปถึงที่นั่นแล้วทางองค์กรระหว่างประเทศ IOM จะเป็นผู้รับผิดชอบในการดูแลต่อไป จึงถือว่าในส่วนของไทยขณะนี้สิ้นสุดแล้ว ซึ่งการไปแคนาดานั้นเป็นความประสงค์ของน.ส.ราฮาฟที่จะเดินทางไป 

ผบช.สตม. กล่าวต่อว่า น.ส.ราฮาฟได้กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ ตม.ไทย และทุกหน่วยงานที่ให้การช่วยเหลือ ด้วยมีสีหน้ายิ้มแย้มสุขภาพแข็งแรง โดยได้มีการตรวจสุขภาพก่อนเดินทางด้วย ส่วนที่บิดาและพี่ชายได้ยื่นความประสงค์จะเข้าพูดคุยด้วยนั้น น.ส.ราฮาฟก็ยังไม่ได้ให้เจอด้วยเหตุผลส่วนตัว แต่ด้วยความเป็นพ่อก็ต้องมีความเป็นห่วงบุตรสาวอย่างแน่นอน ขณะที่ ทางบิดาของน.ส.ราฮาฟได้ยื่นคำร้องคัดค้านการลี้ภัยเรียบร้อย ซึ่งจะมีการส่งเอกสารต่อไปยัง UN สำนักงานใหญ่ ณ เมืองเจนีวา เพื่อเป็นผู้พิจารณาต่อไป สำหรับตอนนี้น.ส.ราฮาฟมีสถานะเป็นเรฟูจี หรือ ผู้ลี้ภัย

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวอีกว่า ท่านอุปทูตซาอุดีอาระเบียได้บอกว่า ในเรื่องนี้ท่านพอใจ และมีความเชื่อมั่นและมั่นใจในการทำงานของทางตำรวจไทย ทั้งกระทรวงการต่างประเทศไทย และยังฝากขอบคุณมายังนายกรัฐมนตรี และยังสำทับอีกว่าในเรื่องดังกล่าว ไม่ทำให้ความสัมพันธ์ที่ดีที่กำลังจะพัฒนามากขึ้นกระทบแต่อย่างใด ทั้งนี้ประเทศซาอุดีอาระเบียและประเทศไทยเราเดินสองหลักเหมือนกันคือหลักแห่งความปลอดภัย อย่างไรก็ดี ในส่วนของการทำงานร่วมกัน การประสานความร่วมมือในทุกๆ หน่วยงาน เราก็มีการทำงานอย่างใกล้ชิด โดยยึดหลักเดียวกันคือหลักของความปลอดภัย 

เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องระหว่างประเทศไม่ใช่เรื่องความสัมพันธ์ต่างๆ ไม่ใช่เรื่องการลี้ภัยแต่ว่าเป็นเรื่องภายในครอบครัว แต่อย่างไรก็ตามเมื่อเขาหนีร้อนมาพึ่งเย็นประเทศไทยก็ต้องรับในหลักของสิทธิมนุษยชนหลักนิติธรรมรวมถึงหลักกฎหมาย ทั้งนี้มีความพยายามที่จะเทียบเคียงกับกรณีอื่น จึงกราบเรียนต่อสื่อมวลชน ว่าไม่ต้องกังวลใจว่าจะเป็นโมเดลหรือไม่เป็นโมเดล วันนี้ไม่มีอะไรที่เป็นโมเดลเป็นเรื่องการใช้หลักนิติธรรมกับกฎหมายและสิทธิมนุษยชน เพื่อที่จะให้เกิดสันติสุขในโลกนี้.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้