Thairath Logo
กีฬา

เมนูโปรดของคนดังในอดีต

Share :

วันนี้คอลัมน์ไทยรัฐซันเดย์สเปเชียลมีอาหารจานเด็ดรวมถึงอาหารจานแปลกที่เคยเป็นเมนูโปรดของคนดังในอดีตมาเล่าสู่กันฟังครับ บางเมนูนั้นแสนเรียบง่ายธรรมดาจนไม่น่าเชื่อว่านี่คืออาหารที่เคยเป็นจานเด็ดในดวงใจของบุคคลสำคัญระดับโลก ทว่าบางเมนูก็แปลกจนหลายท่านอาจจะเบ้หน้า เพราะเป็นเนื้อสัตว์ป่าซึ่งน่าจะอนุรักษ์ไว้มากกว่า แต่อย่าลืมครับว่านี่เป็นเรื่องในอดีต ซึ่งกฎหมายค่านิยม และปริมาณทรัพยากรในธรรมชาติย่อมแตกต่างจากยุคปัจจุบัน ถือว่าบอกเล่าเพื่อให้รู้ แต่อย่านำไปปฏิบัติตามก็แล้วกันครับ

ซุป จัดเป็นอาหารแบบตะวันตกที่ทำง่ายราคาไม่แพงและรับประทานง่าย แต่คนดังที่ชอบกินซุปแทบจะไม่เบื่อเลยก็คือ ลุดวิก แฟน เบโธเฟน (Ludwig van Beethoven) ครับ ยอดคีตกวีเอกผู้นี้ชอบซุปเป็นที่สุด ดังที่ครั้งหนึ่งเคยกล่าวไว้ว่า “ต้องเป็นหัวใจที่บริสุทธิ์เท่านั้นจึงจะสามารถปรุงซุปที่ดีขึ้นมาได้” ซึ่งไม่ต้องสงสัยเลยว่าคีตกวีเอกของเราท่านนี้จะตกหลุมรักซุปแค่ไหน นับแต่ในเวลาที่เบโธเฟนเคยพลาดพลั้งทางการเงินจนตกอับก็ได้ซุปที่เป็นอาหารง่ายๆนี้เองมาประทังชีวิตให้ผ่านช่วงที่ยุ่งยากมาได้ โดยซุปถ้วยโปรดของท่านนั้นมีความพิเศษคือใส่ไข่ทีละ 1 โหล! นอกจากนั้นแล้วเบโธเฟนยังชอบอาหารง่ายๆ (แต่อร่อย) อย่างมะกะโรนีกับชีสอีกด้วย

สันคอหมูคู่แอปเป้ิลเจลลี่ จานนี้เป็นของโปรดแห่งต้นตระกูลจักรพรรดิพระองค์แรกของโรมคือ จูเลียส ซีซาร์ (Julius Cesar) ครับ สำหรับรสนิยมของท่านซีซาร์นี้เป็นที่รู้กันว่าเป็นเลิศด้วยชื่นชอบไวน์และอาหารดีๆ ดังนั้นจานนี้จึงไม่ธรรมดามาตั้งแต่ 2,000 ปีก่อนจนถึงเดี๋ยวนี้ ด้วยมีวัตถุดิบคือหมูส่วนสันคอปรุงรสด้วยแอปเปิ้ล, หัวหอม แล้วปรุงรสด้วยน้ำผึ้ง, น้ำส้ม, ไวน์แดง และน้ำปลาแอนโชวี่ ซึ่งฟังดูน่าจะรสดีกลมกล่อมน่าอร่อย โดยเวลาจัดจานนี้ให้กับซีซาร์จะต้องมาพร้อมด้วยตับบด (liver pate), เจลลี่แอปเปิ้ลป่า และที่ท่านจอมทัพชอบสุดคือการมีชีสริคอตตากองโตโปะหน้ามาให้น่ากินด้วยครับ

จูเลียส ซีซาร์.

เบคอนและกาแฟ ทีนี้มาถึงอาหารจานบ้านๆของคนดังระดับประธานาธิบดีบ้างครับ ท่านที่ว่าคือ อับราฮัม ลินคอล์น (Abraham Lincoln) เป็นผู้ที่มีความสมถะอย่างยิ่ง แม้ว่าท่านจะดำรงตำแหน่งอยู่ในทำเนียบขาวแล้วแต่ก็ยังคงกินอาหารที่เรียบง่าย ทว่าในเวลางานที่มีการจัดเลี้ยงใหญ่ระดับประเทศท่านก็ให้จัดอาหารแบบหรูหราเป็นสง่า เช่น “หอยนางรม” ที่ถือเป็นของแพงของอร่อยเมื่อกว่า 150 ปีก่อน โดยชายผู้เป็นเจ้าของวลีดังๆที่คนทั่วโลกขอยืมไปใช้อย่างประชาธิปไตยคือ “การปกครองของประชาชน โดยประชาชนและเพื่อประชาชน” ซึ่งท่านมีความโปรดปรานอาหารแบบ “ชาวบ้าน (ฝรั่ง)” เป็นอย่างยิ่ง ซึ่งอาหารที่ท่านโปรดสุดคือ “มื้อเช้า” ที่มีของโปรดที่รับประทานบ่อยสุดคือแอปเปิ้ล, เบคอน แล้วจิบกาแฟร้อนๆตามครับ

อับราฮัม ลินคอล์น.

เนื้ออามาดิลโล สัตว์หน้าตาคล้าย “ตัวนิ่ม” มักม้วนหัวหางเป็นก้อนกลมเวลาถูกคุกคาม ตัวอามาดิลโลนี้เป็นสิ่งมีชีวิตอยู่แถบอเมริกากลางและทวีปอเมริกาใต้ เอาเป็นว่าไม่ใช่สัตว์ที่จะหามารับประทานได้ง่ายๆ โดยเฉพาะถ้าคนคนนั้นอยู่ในประเทศอังกฤษเมื่อ150 ปีก่อน ซึ่งเรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหาสำหรับปรมาจารย์แห่งทฤษฎีวิวัฒนาการชาร์ลส์ ดาร์วิน (Charles Darwin) ที่ได้ชื่อว่าเป็นนักกิน (ของแปลก) ตัวพ่อ เมื่อส่องประวัติสมัยเรียนที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ของคุณทวดชาร์ลส์ผู้มีเคราดกปรกหน้าท่านนี้แล้วก็จะเห็นว่าเคยเป็นถึงประธานสโมสรชูชก (Glutton club) โดยสโมสรนี้มีกิจกรรมคือสมาชิกจะต้องมาพบกันสัปดาห์ละหนึ่งครั้งเพื่อหา “เนื้อแปลกๆ” มารับประทาน เช่น เนื้อนกอินทรี ซึ่งว่ากันว่าหนึ่งในจานเนื้อแปลกที่นิสิตนามชาร์ลส์ ดาร์วิน โปรดปรานก็คือเนื้อตัวอามาดิลโล นักทฤษฎีวิวัฒนาการท่านนี้เคยกล่าวถึงรสชาติของมันว่าคล้ายกับเนื้อ “เป็ด” พร้อมสำทับว่าเป็นเนื้อที่ดีเลิศที่สุดที่เคยกินมา ก็เรียกว่าเอาที่สบายใจครับ

ภาพวาดล้อเลียนชาร์ลส์ ดาร์วิน.

เครื่อง เสวยพร้อมส้อม ถ้ากล่าวถึงอาหารแล้วไม่มีชาติไหนได้ชื่อว่าหรูหราเป็นต้นตำรับเท่าฝรั่งเศส แต่ใครจะรู้ว่าแท้จริงแล้วนั้นโภชนศิลป์ของฝรั่งเศสก็ยังเป็นหนี้ชาวอิตาเลียน ซึ่งบุคคลผู้นั้นคือพระนางแคทเธอรีน เด เมดิชี (Catherine de’ Medici) ที่จากบ้านเกิดมาเพื่อเป็น “ควีน” แห่งฝรั่งเศสเมื่อศตวรรษที่ 16 พระราชินีพระองค์นี้มีชื่อเสียงในหลายแง่ทั้งที่ดีและได้ชื่อว่าเป็นนักวางยาพิษ แคทเธอรีนมาจากตระกูลสูงและร่ำรวย จึงไม่น่าแปลกว่าเธอได้ก้าวเข้าสู่ราชสำนักอันโอ่อ่าของฝรั่งเศสอย่างเต็มภาคภูมิพร้อมอุปกรณ์การกินที่ไม่มีใครในชาตินั้นเคยเห็น คือ “ส้อม” ครับ ซึ่งอย่าลืมว่าฝรั่งสมัยก่อนอย่างอังกฤษนั้นก็ใช้มีดเถือเนื้อเอาเป็นชิ้นโตๆ ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะเสวยหรือชาวบ้าน ดังนั้นแคทเธอรีนผู้เป็นนักอภิรมย์อาหารมือหนึ่งจึงได้นำอุปกรณ์ของเธอมาใช้จนมีผู้โดยเสด็จตามพระราชนิยมจนแพร่หลายสืบมาจนทุกวันนี้

พระนางแคทเธอรีน.

หอยนางรมและไวน์ (จากฝรั่งเศส) อาหารจานนี้เป็นของนักเขียนนามอุโฆษ เออร์เนสต์เฮมิงเวย์ (Ernest Hemingway) โดยเออร์เนสต์นั้นได้ชื่อว่าเป็น “ฟู้ดดี้” หรือนักกินคนหนึ่งแห่งยุค ด้วยท่านมีรสนิยมการกินแบบ “ผู้รู้” ซึ่งมีจานโปรดอยู่มากมายล้วนแต่เป็นของชั้นเลิศระดับโลกทั้งนั้น เป็นต้นว่าหอยนางรมมาฆ็อง-โอเลอฆ็องจากฝรั่งเศสที่มีสีเหลือบเขียวเป็นเอกลักษณ์ ส่วนชีสก็ต้องเป็นปงต์-เลเวค ทำในตอนใต้ของแว่นแคว้นนอร์มังดี แล้วกลั้วคอด้วยไวน์ขาวซองแซร์ที่เย็นเฉียบ นั่งจิบเงียบๆอยู่ในมุมโปรดที่โรงแรมริทซ์กลางกรุงปารีส เรียกว่าภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 นั้น เฮมิงเวย์ได้ใช้ชีวิตเต็มที่ อะไรที่ขึ้นชื่อว่าดีสุดหรูสุดเป็นหามาได้ นอกจากนั้นรสนิยมในด้านการ “สูบ” ก็ขึ้นชื่อไม่แพ้กัน ด้วยยอดประพันธ์รางวัลโนเบลสูบซิการ์ที่ทำโดย ดอน อเลจานโดร โรบายนา เอาเป็นว่าคือซิการ์เจ้าเดียวกับท่านวินสตัน เชอร์ชิลล์ ผู้นำแห่งอังกฤษสมัยนั้นนิยมเลย

เออร์เนสต์ เฮมิงเวย์.

ทีเดียว ส่วนคนที่เป็นซัพพลายเออร์ส่งซิการ์ให้เฮมิงเวย์ไม่ขาดก็คือ ฟิเดล คาสโตร ผู้นำคอมมิวนิสต์แห่งคิวบาบอกผ่านจานหลักเพื่อของหวาน การกินโต๊ะแบบนี้มีอยู่ท่านหนึ่งคือ แอนดี้ วอร์ฮอล (Andy Warhol) ที่เป็นศิลปินร่วมสมัยที่เรียกว่าพ็อพคัลเจอร์ชาวอเมริกันชื่อก้องโลกมีผลงานศิลป์มากมายในระดับชั้นครู ศิลปินท่านนี้ชอบของหวานติดปากมากที่สุด มีร้านขนมแห่งหนึ่งซึ่งตัวแทนร้านจำได้ดีว่าแอนดี้นั้นแทบจะ “ยังชีพอยู่ได้ด้วยพายเลม่อนเท่านั้น” ความชอบขนมอันไม่มีที่สิ้นสุดนี้มีตัวอย่างเช่น ในงานวันเกิดที่มีเค้กก้อนโตมหึมาตั้งอยู่เขาก็สามารถที่จะกินหมดได้ทั้งก้อนคนเดียว ไม่ว่าจะเดินทางไปที่ไหนใกล้ไกลแอนดี้จะต้องมีลูกอม, คุกกี้ และหมากฝรั่งติดตัวไว้ ถึงขั้นที่ใส่ไว้ในกระเป๋าเดินทางด้วย เนื่องจากเขาเป็นคนดังจึงได้รับเชิญไปงานเลี้ยงบ่อย แต่เขาก็ไม่ปล่อยตัวให้หลุดคอนเซปต์ด้วยการมองผ่านอาหารจานหลักที่หรูหราแล้วตรงไปหาบรรดาของหวานก่อนทันที แต่เพียงเท่านี้อย่าคิดว่าเขาไม่มีความรู้เรื่องกินนะครับ เพราะแอนดี้เป็นคนที่พิถีพิถันพอควรเลยอย่างที่ครั้งหนึ่งเขากล่าวว่า “ผมรู้จักกุ๊กดีที่จะใช้เวลาเป็นวันๆในการเสาะหาของสดอย่างกระเทียม, โหระพา และทารากอน แต่แล้วจากนั้นก็มาเปิดมะเขือเทศกระป๋องเพื่อทำซอสพร้อมกล่าวว่านั่นไม่เป็นไรดอก แต่ผมรู้ดีว่านั่นละคือเป็นไรแล้ว”

หางตัวบีเวอร์ย่างและนกยูงอบ พระเครื่องต้นโปรดของพระเจ้าเฮนรีที่ 8 (Henry VIII of England) ผู้ได้ชื่อว่าทรงเป็นพระราชานักกินมือวางอันดับ 1 ของอังกฤษ ประวัติชีวิตของพระเจ้าเฮนรีนั้นมีอยู่ 2 สิ่งที่ทรงโปรดปรานยิ่งคือ “สตรี” และ “ของกิน” โดยของกินที่ว่านั้นไม่ได้มาในรูปแบบแค่อาหารตั้งโต๊ะเสวยเฉพาะพระองค์แบบธรรมดา ทว่ามาในรูปแบบงานเลี้ยงมโหฬารพันลึกมีของกินชั้นเลิศสุดเท่าที่จะนึกได้ เป็นต้นว่านกยูงอบทั้งตัวโดยที่ถอนขนออกก่อน จากนั้นเมื่อสุกแล้วจึงนำมาปักลงตามตัวใหม่พร้อมกับจะงอยปากที่หุ้มด้วยแผ่นทองคำบางๆ หงส์อบตำรับชาววังคือมีการประดับหงส์นั้นอย่างหรูหราก่อนเสิร์ฟด้วยมงกุฎทองคำบนหัวของมัน ซึ่งปัจจุบันนี้หงส์ขาวหรือที่เรียกมิวต์สวอน (Mute swan) นั้นก็ยังถือเป็นสัตว์ต้องห้าม (จับกิน) นอกจากจะได้รับพระบรมราชานุญาตจากควีนเท่านั้น นอกจากนั้นยังมีเนื้อวาฬต้มหรือย่าง, หมูป่าทั้งตัวย่างในทุกมื้อ และจานเด็ดสุดยอดคือหางบีเวอร์ย่าง ซึ่งบีเวอร์นี้เป็นสัตว์หน้าตาคล้ายตัวนาก เหตุที่เป็นอาหารยอดนิยมขึ้นโต๊ะเสวยทุกวันศุกร์ ด้วยธรรมเนียมคริสเตียนจะไม่มีการกินเนื้อสัตว์บกในวันนี้ แต่เจ้าบีเวอร์นี้คนยุคก่อนท่าน (เลี่ยง) จัดไว้ให้เป็นจำพวกปลา

พระเจ้าเฮนรีที่ 8.

เฟตุชชินีมังสวิรัติ เป็นจานโปรดขึ้นชื่อลือชาของชายผู้เป็นมันสมองแห่งโลก อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ (Albert Ein-stein) ซึ่งความจริงที่ซ่อนไว้คือไอน์สไตน์เป็นนักกินเนื้อตัวยงมาก่อน แล้วบั้นปลายชีวิตของเขาเปลี่ยนเป็นถือ “มังสวิรัติ” อย่างเคร่งครัด ดังที่เขาเขียนจดหมายถึงเพื่อนมีความตอนหนึ่งว่า “มนุษย์ไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นสัตว์กินเนื้อ” ซึ่งจานโปรดของท่านโปรเฟสเซอร์เจ้าของทฤษฎีสะท้านโลกที่นักฟิสิกส์รู้จักกันดีนี้ประกอบด้วย เห็ด, ผัก และเส้นพาสตาแบบอิตาเลียนที่ชื่อว่าเฟตุชชินี ซึ่งเป็นเส้นแบนหนาขนาดเล็กกว่าก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่ของเราเล็กน้อย ส่วนของหวานที่เป็นจานโปรดก็คือสตรอว์เบอร์รีสดรับประทานกับวิปครีม โดยส่วนตัวแล้วท่านอัจฉริยาจารย์ท่านนี้ชอบรับประทานเห็ดและผักเป็นหลัก ไม่ค่อยดื่มแอลกอฮอล์นักเหมือนฝรั่งทั่วไปเครื่องดื่มส่วนใหญ่เป็นกาแฟปลอดคาเฟอีนหรือชาดำธรรมดาเท่านั้น จึงเรียกได้ว่าท่านกินอาหารที่ค่อนข้างเป็นสาย “คลีน” คล้ายกับคนยุคเรานี้

อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์.

บางครั้งของกินที่ให้ความสุขไม่จำเป็นต้องหรูหรา ดังจะเห็นว่าบุคคลสำคัญของโลกที่เล่ามาหลายท่านชื่นชอบอาหารที่ดูธรรมดาอย่างไม่น่าเชื่อ ซึ่งนั่นไม่แปลกแต่อย่างใดถ้าท่านทราบว่าความอร่อยของอาหารนั้นขึ้นกับความหลังในอดีตด้วย เช่น เป็นอาหารที่คุณแม่เคยทำให้กินตอนเด็กๆ หรือเคยกินกับคนรักมา แม้จะเป็นอาหารธรรมดา แต่เพียงเท่านี้ก็เป็นความสุขอย่างเหลือเชื่อ.

โดย : นพ.กฤษดา ศิรามพุช
ทีมงานนิตยสาร ต่วย'ตูน

อ่านเพิ่มเติม...
เมนูโปรดคนดังไทยรัฐซันเดย์สเปเชียลทีมงานนิตยสารต่วยตูนอาหารโปรดบุคคลสำคัญ