วันจันทร์ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
“หนุ่ม 52” สารภาพ พรากนักเรียนหญิง 14 วางแผนนับเดือน แอบซุกเชียงใหม่

“หนุ่ม 52” สารภาพ พรากนักเรียนหญิง 14 วางแผนนับเดือน แอบซุกเชียงใหม่

  • Share:

ชุดสืบสวน สน.พลับพลาไชย 1 คุมตัว “รณชิต (ขอสงวนนามสกุล)” จากจังหวัดเชียงใหม่ มาดำเนินคดีที่ กรุงเทพฯแล้ว ปิดห้องสอบเครียด 2 ชม.ให้การรับสารภาพว่า พรากผู้เยาว์จริง แฉวางแผนกันมาเป็นเดือน ดัดแปลงเพิ่มที่ใส่กระเป๋าเดินทางท้ายรถ จยย. เริ่มเดินทางตั้งแต่วันที่ 27 ธ.ค.วันที่เด็กสอบวันสุดท้าย เส้นทางลัดเลาะไปตามสถานที่สำคัญทุกจังหวัด ตั้งแต่ภาคกลางไปจนถึง จ.เชียงใหม่ แถมส่งจดหมายหลอกครอบครัวว่าอยู่ จ.ระยอง แกะรอยมือถือจนได้หลักฐานสำคัญภาพวงจรปิดห้างดังเชียงใหม่จนออกหมายจับได้ ขณะบุกเข้าจับกุมพบอยู่ห้องโรงแรมสองต่อสอง “อธิบดี ดย.” ยัน เด็กมีสภาพจิตใจดี แต่ยังไม่สามารถให้ผู้ปกครองพบได้ ต้องรอตรวจร่างกายและสภาพจิตใจจนมั่นใจก่อน จิตแพทย์แนะพ่อแม่เข้าใจธรรมชาติเด็กวัยรุ่น มักต่อต้านพ่อแม่ด้วยการหนีออกจากบ้าน พ่อแม่รุ่นใหม่ต้องหมั่นสังเกตพฤติกรรมของลูก

กรณีการหายตัวไปของ ด.ญ.เอ (นามสมมติ) อายุ 14 ปี นักเรียนชั้น ม.2 โรงเรียนชื่อดังใน กทม. ตั้งแต่ช่วงบ่ายวันที่ 27 ธ.ค.61 ซึ่งเป็นวันสอบวันสุดท้าย ก่อนหยุดยาวช่วงปีใหม่ จนผู้ปกครองเข้าแจ้งความร้องทุกข์ที่ สน.พลับพลาไชย 1 และกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ให้ช่วยตามหา กระทั่งคืนวันที่ 10 ม.ค. พล.ต.ต.พิเชษฐ จีระนันตสิน ผบก.ภ.จ.เชียงใหม่ ชุดสืบสวนกองปราบปราม และชุดสืบสวน บก.ภ.จ.เชียงใหม่ นำหมายศาลบุกค้นหอพักแห่งหนึ่งย่านถนนลิขสิทธิ์ราษฎร์วิถี ต.หนองป่าครั่ง อ.เมืองเชียงใหม่ พบ ด.ญ.เอ อยู่ใน ห้องพักกับนายรณชิต (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 52 ปี พ่อของเพื่อนที่โรงเรียน นายรณชิตถูกแจ้งข้อหาพรากเด็กไม่เกินอายุ 15 ปีไปเสียจากบิดามารดาผู้ปกครองหรือผู้ดูแลโดยปราศจากเหตุอันสมควร นำตัวฝากขังที่ สภ.แม่ปิง อ.เมืองเชียงใหม่ ส่วนน้องเอประสานเจ้าหน้าที่ พม.มารับตัวไปดูแลตามกระบวนการทางกฎหมาย

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 11 ม.ค. พ.ต.ท.กิจฐิพงศ์ ชูเมือง สว.สส.สน.พลับพลาไชย 1 ท้องที่เกิดเหตุพร้อมกำลัง เดินทางจากกรุงเทพมหานครไปรับตัวนายรณชิต (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 52 ปี ผู้ต้องหาพรากผู้เยาว์กลับไปดำเนินคดีที่กรุงเทพฯ ระหว่างถูกนำตัวไปขึ้นรถ นายรณชิตมีสีหน้านิ่งเฉยไม่ยอมตอบคำถามผู้สื่อข่าว ส่วนจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ 125 สีแดงดำ ทะเบียน ลนร 266 กรุงเทพมหานคร ที่ผู้ต้องหาขี่พาน้องเอจากกรุงเทพฯไปถึงจังหวัดเชียงใหม่ถูกยึดไว้เป็นของกลาง ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากเจ้าหน้าที่ตำรวจนายหนึ่งว่า ผู้้ต้องหาเป็นครู สอนพิเศษให้น้องเอ อาศัยความใกล้ชิดพูดหยอกกันกระทั่งเกิดความสนิทสนม ส่วนจะมีการกระทำชำเราหรือไม่ ต้องรอผลตรวจจากแพทย์ จากนั้นเจ้าหน้าที่คุมตัวนายรณชิตไปที่ท่าอากาศยานเชียงใหม่ขึ้นเครื่องบินกลับไปดำเนินคดีที่กรุงเทพฯทันที

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ระหว่างสอบสวนนายรณชิตให้การรับสารภาพว่า หลัง ด.ญ.เอ สอบเสร็จเมื่อวันที่ 27 ธ.ค.61 ไปรับออกจากโรงเรียนที่กรุงเทพฯ ก่อนพาซ้อนรถ จยย.ฮอนด้า เวฟ 125 ทะเบียน ลนร 266 กรุงเทพมหานคร ด้านท้ายดัดแปลงติดตั้งถาดวางของเพื่อใส่กระเป๋าเสื้อผ้าขี่พาออกจากกรุงเทพฯ ไปพักค้างแรมคืนแรกที่ จ.พระนครศรีอยุธยา อีกวันขี่เลาะท่องเที่ยวไป จ.อ่างทอง จ.ชัยนาท จ.นครสวรรค์ จ.กำแพงเพชร จ.ตาก จ.ลำปาง จนถึง จ.เชียงใหม่ ทุกจังหวัดแวะเที่ยวตามแหล่งท่องเที่ยวสำคัญๆ ถึงจ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 8 ม.ค. รวมระยะทาง 800 กม. จนถูกตำรวจเข้าจับกุม

ขณะที่ชุดจับกุมเผยว่า การจับกุมครั้งนี้เป็นการ ทำงานร่วมมือกันทั้งตำรวจท้องที่เกิดเหตุ ตำรวจเชียงใหม่และตำรวจกองปราบฯเริ่มจากกองปราบฯแกะรอยโทรศัพท์มือถือมาถึงจังหวัดเชียงใหม่ แต่มีจดหมายส่งมาลวงญาติว่าอยู่ที่ จ.ระยอง กองปราบฯ จึงประสานตำรวจสืบสวน ภ.จ.เชียงใหม่ ตรวจพบสัญญาณมือถือของคนทั้ง 2 ที่ห้างเซ็นทรัลเฟสติวัล เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 8 ม.ค. จึงไปขอตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดพบว่า น้องเอเดินอยู่กับผู้ต้องหา กองปราบฯจึงประสาน สน.พลับพลาไชย 1 ไปขอหมายจับนายรณชิตและตามแกะรอยรถ จยย.จากกล้องวงจรปิดจนทราบว่า ทั้ง 2 คนพักที่โรงแรมทิพย์ศิริย่าน ถนนลิขสิทธิ์ราษฎร์วิถี ต.หนองป่าครั่ง อ.เมืองเชียงใหม่ จึงนำหมายค้นเข้าจับกุม

ต่อมาเวลา 15.00 น. ที่ สน.พลับพลาไชย 1 พ่อและแม่ของน้องเอเดินทางเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมกับเผยว่า ตั้งแต่ตำรวจพบลูกสาวแล้วยังไม่ได้คุยกันเลย หากเจออยากจะกอดเป็นอย่างแรก สำหรับนายรณชิตตนเชื่อว่าเป็นผู้พาลูกสาวไปตั้งแต่วันแรกที่หายไป เพราะสนิทกันมากที่สุด อีกทั้งยังไม่สามารถติดต่อได้ ขณะที่ภรรยาของนายรณชิตบ่ายเบี่ยงที่จะตอบว่าสามีอยู่ที่ไหน วันนี้ตนได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่เพียงแค่ให้มารับลูกสาวเท่านั้น แต่ยังไม่ทราบราย ละเอียดอื่น ทราบเพียงว่าน้องเอร้องไห้หนักมาก คงเพราะกลัวความผิดและไม่พร้อมจะคุยกับพ่อแม่

“นายรณชิตมีลูกสาวโตกว่าและเรียนอยู่โรงเรียนเดียวกับลูก สนิทสนมกันมากพอควรมักเรียกว่าลุง ทั้งยังเคยไปเที่ยวไปกินข้าวตามร้านอาหารด้วยกัน ครอบครัวจึงไว้เนื้อเชื่อใจ บางครั้งผู้ต้องหามักไปรับส่งที่โรงเรียนโดยมีแม่ของน้องติดรถไปด้วย ก่อนลูกจะหายไปไม่มีวี่แววอะไรเลยปกติน้องไปเรียนพิเศษกับติวเตอร์ตามห้างฯ ผมเจอครั้งล่าสุดหลังจากไปตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาล ก่อนหน้านี้ลูกเคยบ่นว่าอยากไปเที่ยวไปดูหนัง ปกติจะพาไปทุกวันเสาร์ แต่ช่วงที่ผ่านมาผมผ่าตัด แม่เค้าก็ล้มจนเจ็บขา ทำให้ 2 เดือนที่ผ่านมา ไม่ได้พาไปไหน ยอมรับว่าไม่ค่อยเปิดรับฟังปัญหาของลูก ฝากเป็นอุทาหรณ์ว่า อยากให้ทุกครอบครัวเปิดใจรับฟังปัญหาเด็ก หากมีเรื่องอะไรขอให้รับฟังกันมากๆ

ต่อมาเวลา 15.30 น. ชุดสืบสวน สน.พลับพลาไชย 1 คุมตัวนายรณชิต (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 52 ปี เดินทางกลับมาถึง สน.พลับพลาไชย 1 แล้วคุมตัวเข้าห้องสืบสวนเพื่อสอบปากคำทันทีหลังสอบสวนเครียด 2 ชม. พ.ต.อ.เกียรติณรงค์ เฉลิมสุข ผกก.สน.พลับพลาไชย 1 ออกมาเผยว่า นายรณชิตรับสารภาพว่า เป็นผู้ที่พาเด็กหลบหนีไปจริง เนื่องจากเด็กมีปัญหาภายในครอบครัว เด็กปรึกษากับผู้ต้องหามานานร่วมเดือนขอร้องให้พาหนี และไม่มีแผนว่าจะพาตัวกลับมาส่งเมื่อไหร่ กระทั่งพบหลักฐานภาพถ่ายนายรณชิตพาตัวเด็กไปที่ห้างสรรพสินค้าในจังหวัดเชียงใหม่ จึงขออำนาจศาลออกหมายจับ ก่อนประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในท้องที่ ไปรับตัวเด็กไปดูแล ส่วนที่มีการแชร์ภาพถ่ายพบกล่องนมบำรุงครรภ์ในห้องที่พบผู้ต้องหากับเด็ก เป็นเรื่องละเอียดอ่อน และยังอยู่ในสำนวนการทำคดีไม่ขอกล่าวถึง สำหรับเด็กจะพบกับพ่อแม่เมื่อไหร่ ขึ้นอยู่กับความพร้อมของน้อง คล้ายกับกรณีของสาวซาอุฯวัย 18 ปี ที่หลบหนีการแต่งงานมาที่ประเทศไทย เป็นเรื่องของหลักสิทธิมนุษยชน ช่วงเช้าวันพรุ่งนี้ (12 ม.ค.) จะนำตัวผู้ต้องหาไปฝากขังศาลอาญากรุงเทพใต้ต่อไป

ด้านนายสมคิด สมศรี อธิบดีกรมเด็กและเยาวชน (ดย.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เผยว่า ขณะนี้เด็กอยู่ในการคุ้มครองดูแลของบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดเชียงใหม่ เท่าที่ได้รับรายงานเบื้องต้นพบว่า เด็กมีสภาพจิตใจดี พูดคุยได้ตามปกติ ขณะที่ช่วงบ่ายวันนี้จะประชุมทีมสหวิชาชีพและนำตัวเด็กไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล ผลเป็นอย่างไร ดย.จะรวบรวมข้อมูลเพื่อเข้าแจ้งความดำเนินคดีฐานะโจทก์ ส่วนฝ่ายผู้ปกครองเด็กหากติดต่อเพื่อขอเข้าพบเด็ก คงยังไม่สามารถดำเนินการได้ทันที ต้องรอดำเนินการตรวจร่างกายให้เสร็จก่อน เสมือนเป็นการคุ้มครองพยาน ทางบ้านพักเด็กฯจะต้องดูแลคุ้มครองตัวเด็กไปสักระยะ ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก 2546 จนกว่า จะประเมินสภาพจิตใจให้มั่นใจว่า สามารถกลับไปอยู่กับครอบครัวแล้วจะไม่เกิดอันตราย

ขณะที่นางสุภัชชา สุทธิพล โฆษกกระทรวงพม.กล่าวว่า กรณีดังกล่าวที่สังคมกำลังวิพากษ์วิจารณ์มากมาย หลายคนตั้งคำถามในแง่ลบกับตัวเด็กหญิง อยากฝากว่า การวิพากษ์วิจารณ์ดังกล่าวจะส่งผลกระทบ ต่อสภาพจิตใจเด็กในระยะยาว ขอให้หยุดการกระทำดังกล่าว ขณะเดียวกันฝากไปยังผู้ปกครองให้สอดส่องดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิด เพื่อจะไม่ให้เกิดปัญหาดังกล่าวอีกต่อไป

พญ.มธุรดา สุวรรณโพธิ์ ผอ.สถาบันราชานุกูล กล่าวว่า การที่เด็กมักมองพ่อแม่ผู้ปกครองเป็นปรปักษ์หรือคู่ขัดแย้ง เป็นเรื่องธรรมดาของวัยรุ่นที่ต่อต้านพ่อแม่ เช่น บอกให้ไปซ้ายก็กลับไปขวา เป็นความรู้สึกของการต่อต้าน อีกทั้งปัจจุบันเด็กโตเป็นวัยรุ่นเร็วกว่า ร่างกายเติบโตแต่จิตใจยังเป็นเด็กขาดความยั้งคิด ทางออกของปัญหาเมื่อเด็กรู้สึกต่อต้านพ่อแม่คนในครอบครัว พ่อแม่ต้องหมั่นสังเกต เช่น เงียบผิดปกติ ไม่พูดไม่คุย หรือแม้แต่เพื่อนสนิทก็ไม่คุยด้วย พ่อแม่ยุคใหม่ต้องรู้จักตีสนิทกับเพื่อนลูก ค่อยเข้าไปสืบถามพฤติกรรมจากเพื่อนเพื่อป้องกันความคิดนอกลู่นอกทาง

พญ.มธุรดากล่าวต่อว่า ส่วนประเด็นการไว้วางใจคนใกล้ตัว ต้องรู้จักสอนลูกให้รู้จักปฏิเสธ เมื่อถูกชักชวนไปในทางที่ไม่ควร แม้แต่คนสนิทหรือไว้วางใจ หากชักชวนไปในทางที่ไม่ควรต้องไม่ทำตาม สอนลูกให้รู้จักอยู่เป็นกลุ่มเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ขณะเดียวกันการฝึกให้เด็กมีความรับผิดชอบเป็นเรื่องดี เช่น การทำงานบ้าน เลี้ยงน้อง ถูบ้าน แต่ว่า อย่าลืมชมเชยยกย่อง ไม่ใช่แค่เก่ง แต่ชื่นชมในความพยายามของเด็ก การฝึกให้มีความรับผิดชอบ ต้องไม่เป็นการบังคับ หรือทำให้เด็กคิดว่าอึดอัด เพราะท้ายที่สุดเด็กจะต้านไม่อยากทำ ขณะเดียวกันห่วงว่า เรื่องของเด็กวัย 14 ปี ท้ายที่สุดจะส่งผลกระทบหลายฝ่าย ทั้งครอบครัวเด็กรวมถึงครอบครัวของฝ่ายชายที่มีฐานะเป็นพ่อเพื่อน เพราะท้ายที่สุดอาจทำให้เด็กทั้ง 2 คนไม่สามารถเรียนโรงเรียนเดียวกันได้

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้