Thairath Logo
กีฬา

ลูกช้างถูกพลายป่าตัวผู้ต่อสู้แย่งตัวเมีย เหยียบขาหลังบาดเจ็บ

Share :

ลูกช้างถูกช้างป่าตัวผู้ต่อสู้แย่งชิงตัวเมีย เหยียบจนขาหลังบาดเจ็บ จนไม่สามารถยืนได้ ต้องระดมทีมสัตวแพทย์ กรมอุทยานฯกุยบุรี เร่งตรวจอาการ พร้อมเฝ้าระวังโขลง 17 ตัว วนเวียนใกล้ๆที่จะเข้ากินสับปะรด...

เมื่อวันที่ 18 ธ.ค.61 นายทัศเนศวร์ เพชรคง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี ได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าหน่วยแพรกตะลุย หมู่ 6 ต.เขาจ้าว อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ว่า พบลูกช้างป่า อายุประมาณ 5-6 ปี ได้รับบาดเจ็บบริเวณสะโพกและขาหลังด้านขวา ไม่สามารถลุกยืนเองได้ โดยเกิดจากเหตุการณ์ช้างป่าตัวผู้ชนกันเพื่อแย่งตัวเมีย แล้วไปเหยียบลูกช้างป่าจนได้รับบาดเจ็บ 

จึงรายงานให้ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี ทราบข้อมูลเบื้องต้น พร้อมประสาน สัตวแพทย์หญิงกชพร พิมพ์สิน นายสัตวแพทย์ประจำสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยทรายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ พร้อมทีมสัตวแพทย์ลงพื้นที่เพื่อตรวจดูอาการบาดเจ็บของลูกช้างป่า โดยมี ร.ต.อ.เอกพจน์ ทิมทอง รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.ปราณบุรี พ.ต.ท.เสกสิทธิ์ จันทร รอง ผกก.ป.สภ.ปราณบุรี พ.ต.ท.วิศรุต สุขแท้ ผบ.ร้อย ตชด. ที่ 145 ทหารหน่วยเฉพาะกิจจงอางศึก ชุดปฏิบัติการบ้านแพรกตะคร้อ หมวด รว.1 และนายเพชรพร โกมลฤทธิ์ กำนัน ต.เขาจ้าว เดินทางไปที่เกิดเหตุ

ในที่เกิดเหตุ เป็นร่องเขาลึกใกล้ชายป่า มีลูกช้างป่า อายุ 5-6 ปี ลักษณะอ้วนท้วมสมบูรณ์ นอนตะแคงขวา ขาหลังขวามีอาการบวม ไม่สามารถลุกขึ้นยืนเองได้ ซึ่งลูกช้างพยายามตะเกียดตะกายลุกขึ้นได้และส่งเสียงร้องตลอดเวลา ตามตัวลูกช้างไม่บาดแผลที่เกิดจาของมีคม หรืออาวุธใด ๆ ทั้งนี้พื้นที่โดยรอบตรวจพบรอยเท้าช้างป่าจำนวนมาก และร่องรอยการหักโค้นของต้นไม้ใกล้เคียงกับลูกช้างป่านอนอยู่เป็นวงกว้างเกือบ 1 ไร่ 

นายทัศเนศวร์ เพชรคง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี กล่าวว่า เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าหน่วยแพรกตะลุย ได้ออกมาช่วยชาวบ้านผลักดันโขลงช้างป่าจำนวน 18 ตัว ที่เตรียมจะเข้ากินสับปะรดแปลงที่อยู่ห่างจากแนวเขตอุทยานแห่งชาติกุยบุรีประมาณ 1 กิโลเมตร แต่ช้างตัวผู้หลายตัวเกิดต่อสู้กันที่บริเวณชายป่าเพื่อแย่งชิงช้างตัวเมีย เนื่องจากในช่วงนี้เป็นฤดูผสมพันธุ์ จึงทำให้ลูกช้างป่าตัวดังกล่าวถูกลูกหลงได้รับบาดเจ็บ เบื้องต้นคาดว่าน่าจะถูกเหยียบที่สะโพกหรือขาหลัง 

นายทัศเนศวร์ กล่าวว่า ขณะนี้เตรียมปรึกษาหารือกับทีมสัตวแพทย์และผู้บังคับบัญชากรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชว่า จะดำเนินการเช่นไรหลังจากนี้ หากจะทำการรักษาลูกช้างป่าในป่าบริเวณดังกล่าวจะต้องเฝ้าระวังเรื่องความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ เนื่องจากบริเวณดังกล่าวยังมีโขลงช้างขนาดใหญ่ถึง 17 ตัว ที่วนเวียนอยู่ใกล้ๆ และส่งเสียงร้องให้ได้ยินตลอดเวลา และเครื่องมือที่จะรักษาลูกช้างป่าอาจไม่สะดวก หรือหากจะมีการเคลื่อนย้ายลูกช้างป่าออกจากบริเวณดังกล่าว เพื่อนำไปรักษาตัวต่อที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กำแพงแสน หรืออาจจะเป็น มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่อยู่ใกล้เคียงและมีความพร้อมเรื่องเครื่องมือนั้น ก็จะต้องมีการประสานทีมสัตวแพทย์ และเรื่องต่างๆให้พร้อม เนื่องจากการเคลื่อนย้ายลูกช้างป่ามีความเสี่ยงสูงเพราะอาจจะตายได้ 

นายสัตวแพทย์หญิงกชพร พิมพ์สิน นายสัตวแพทย์ประจำสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยทรายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ได้ทำการตรวจลูกช้างป่าเบื้องต้น พบว่า ลูกช้างป่ามีอายุ 5-6 ปี ยังไม่สามารถระบุเพศที่ชัดเจนได้ เพราะไม่มีงา ส่วนสะโพกและขาหลังขวาบาดเจ็บไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ แต่ลูกช้างป่ายังมีแรงดิ้นรน พยายามที่จะลุกขึ้นให้ได้ ส่วนบาดแผลอื่นไม่พบ แต่เริ่มมีผิวหนังถลอกจากการดิ้นรนบ้างแล้ว ทั้งนี้ยังไม่สามารถระบุได้ชัดเจนว่า ขาที่บาดเจ็บจะแตกหักหรือแค่หลุด จะต้องมีการเอ็กเรย์อย่างละเอียดอีกครั้ง 

ในวันนี้สิ่งที่ทำได้ คือการฉีดยาแก้ปวดและยาปฏิชีวนะเพื่อแก้อักเสบให้กับลูกช้างป่า จำนวน 2 เข็ม เพื่อบรรเทาอาการ ซึ่งการปล่อยให้ลูกช้างป่านอนนานกว่านี้จะเป็นอันตรายถ้าไม่สามารถลุกขึ้นได้เพราะจะเกิดแผลกดทับบริเวณซีกขวาที่ลูกช้างนอนทับอยู่ อีกทั้งระบบภายในถูกกดทับ จะเกิดอาการท้องอืดและตายได้ในที่สุด ซึ่งเริ่มพบว่าลูกช้างเริ่มตดและขี้เป็นระยะ เพื่อระบายแก๊สในกระเพาะอาหารหากบ่อยไว้นานจะยิ่งเป็นอันตราย.

อ่านเพิ่มเติม...
ลูกช้างช้างบาดเจ็บช่างป่าต่อสู้ช้างป่าแย่งตัวเมียอช.กุยบุรีข่าวทั่วไป