แดงเดือด ลิเวอร์พูลปะทะแมนฯยู ศึกพรีเมียร์ลีก

Share :

คืนนี้ (16 ธ.ค.) “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล จ่าฝูง จะเปิดรังแอนฟิลด์ทำศึกแดงเดือดยกแรกของซีซั่น รับการมาเยือนของคู่อริตลอดกาลอย่าง “ผีแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด นัดนี้ มูรินโญ กุนซือแมนฯยู เจอปัญหากลุ้มใจ เนื่องจากมีนักเตะบาดเจ็บอื้อถึง 9 ราย แต่คาดว่าจะส่งมาร์คัส แรชฟอร์ด และเจสซี ลินการ์ด เป็นตัวทีเด็ดแนวรุก ด้านเจอร์เกน คลอปป์ นายใหญ่หงส์แดง จะจัดชุดเก่งวาง โม ซาลาห์, โรแบร์โต ฟีร์มิโน และซาดิโอ มาเน เป็นสามประสานแดนหน้า แต่แนวรับจะขาด 2 ผู้เล่นตัวหลักอย่าง มาติป และอาร์โนลด์ เริ่มเตะ 5 ทุ่มตรง ยิงสดทางพีพีทีวี เอชดี และทรูบีอิน สปอร์ต 1 ส่วน “สิงห์บลู” เชลซี จะบุกไปเยือน “นกนางนวล” ไบรท์ตัน เริ่ม 2 ทุ่มครึ่ง สดทางทรูบีอิน สปอร์ต 3

ความเคลื่อนไหวศึกพรีเมียร์ลีก คืนนี้ (วันอาทิตย์ 16 ธ.ค.) มีเตะรวม 3 คู่ โดยคู่บิ๊กแมตช์หยุดโลกเป็นศึกวันแดงเดือดเวอร์ชั่นเกมลีก นัดที่ 171 ระหว่าง “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล จ่าฝูงทีมล่าสุด ที่ยังไม่แพ้ใครในพรีเมียร์ลีกซีซั่นนี้ จะเปิดสังเวียนแอนฟิลด์ต้อนรับการมาเยือนของคู่รักคู่แค้นตลอดกาลอย่าง “ผีแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เริ่มแข่งเวลา 23.00 น. ถ่ายทอดสดให้ชมพร้อมกันทางทรูบีอิน สปอร์ต 1 และพีพีทีวี เอชดี ช่อง 36

สำหรับความพร้อมของลิเวอร์พูลในเกมนี้ เจอร์เกน คลอปป์ นายใหญ่หงส์แดงชาวเยอรมัน เจอปัญหาปวดหัวในแนวรับ เมื่อต้องขาด 2 กำลังสำคัญอย่าง เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ แบ็กขวา และโจเอล มาติป เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ หลังทั้งคู่ได้รับบาดเจ็บมาจากเกมแชมเปียนส์ลีกที่ชนะนาโปลี 1-0 เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา โดยอาร์โนลด์เจ็บฝ่าเท้า ส่วนมาติปเจ็บหัวไหล่ต้องพักยาวถึง 6 สัปดาห์ แถมยังจะไร้โจ โกเมซ กองหลังดาวรุ่ง ที่บาดเจ็บเช่นกัน

คาดว่า คลอปป์ อาจจะส่ง นาธาเนียล ไคลน์ ลงไปเล่นแบ็กขวาแทนอาร์โนลด์ และจะส่งเดยัน ลอฟเรน ลงมายืนเป็นเซ็นเตอร์ฮาล์ฟคู่กับ เวอร์จิล ฟาน ไดก์ ส่วน อลิสสัน เบคเกอร์ มือกาวชาวแซมบ้า ที่ฟอร์มกำลังหนึบสุดๆ จะได้เฝ้าเสาเหมือนเดิม อย่างไรก็ตาม แนวรุกของหงส์แดงยังเต็มสูบ โดยมี โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต ฟีร์มิโน และซาดิโอ มาเน เป็นสามประสานแดนหน้าเช่นเดิม ส่วนแดนกลางคาดว่า นาบี เกอิตา จะได้สตาร์ตเป็นตัวจริงประสานงานกับ ไวจ์นัลดุม และจอร์แดน เฮนเดอร์สัน

ทางด้านความพร้อมของ “ผีแดง” นั้น โจเซ มูรินโญ กุนซือชาวโปรตุกีสของแมนฯยู กำลังเจอปัญหากลุ้มใจอย่างหนัก เมื่อมีนักเตะบาดเจ็บอื้อถึง 9 ราย ได้แก่ อเล็กซิส ซานเชซ, อ็องโตนี มาร์กเซียล, ดีโอโก ดาล็อต, สกอตต์ แมคโทมิเนย์, คริส สมอลลิง, ลุค ชอว์, มาร์กอส โรโฮ, วิคเตอร์ ลินเดอเลิฟ และมัตเตโอ ดาร์เมียน ทำให้มูรินโญเหลือนักเตะที่ฟิตสมบูรณ์พร้อมใช้งานอยู่ไม่มาก แต่คาดว่าผู้เล่น 11 ตัวจริงจะมี ดาวิด เด เคอา, ฟิล โจนส์, แอชลีย์ ยัง, อันโตนิโอ วาเลนเซีย, เนมานยา มาติช, มารูยาน เฟลไลนี, อันเดร์ เอร์เรรา, ฮวน มาตา, เจสซี ลินการ์ด, โรเมลู ลูกากู, มาร์คัส แรชฟอร์ด

พลิกปูมสถิติศึกวันแดงเดือดที่ทั้งสองทีมเจอกันในทุกรายการ ปรากฏว่า แมนฯยูเหนือกว่า เก็บชัยชนะได้ถึง 88 ครั้ง ส่วนลิเวอร์พูลชนะ 75 ครั้ง และเสมอกัน 65 ครั้ง โดยการเจอกัน 2 นัดเหย้า-เยือนเมื่อฤดูกาลที่แล้ว หงส์แดงเปิดบ้านเสมอแมนฯยู โนสกอร์ 0-0 ที่แอนฟิลด์ ก่อนที่ผีแดงจะเปิดรังโอลด์แทรฟเฟิร์ดเฉือนคว้าชัยไปได้ 2-1

ขณะที่ “สิงห์บลู” เชลซี ทีมอันดับ 4 จะยกพลบุกไปเยือน “นกนางนวล” ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบียน ที่เอเม็กซ์ สเตเดียม เริ่มแข่ง 20.30 น. ถ่ายทอดสดทางทรูบีอิน สปอร์ต 1 เกมนี้ เชลซี ของเมาริซิโอ ซาร์รี กุนซือสายควัน จะส่งเอเด็น อาซาร์, เปโดร โรดริเกซ และโอลิวิเยร์ ชิรูด์ เป็นสามประสานแนวรุก แต่จะไร้ อัลบาโร โมราตา กองหน้าชาวสเปนที่บาดเจ็บ ส่วนเจ้าบ้านไบรท์ตันจะส่งปาสกาล กรอสส์ กับเกล็น เมอร์เรย์ เป็นตัวทีเด็ดแดนหน้า

ทางด้าน “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล ทีมอันดับ 5 จะเคลื่อนพลล่องใต้บุกเยือนรัง “นักบุญ” เซาแธมป์ตัน ทีมรองบ๊วย ที่สนามเซนต์ แมรีส์ เริ่มเตะ 2 ทุ่มครึ่ง ยิงสดทางทรูบีอิน สปอร์ต 1 เกมนี้ อูไน เอเมรี กุนซืออาร์เซนอล จะส่งเมซุต โอซิล ลงมาปั้นเกมสนับสนุน ปิแอร์-เอเมอริก โอบาเมยอง กับอเล็กซงดร์ ลากาแซตต์ ทำประตู ขณะที่ราล์ฟ ฮาเซนฮุตเทิล กุนซือใหม่ของเซาแธมป์ตัน จะส่งนาธาน เรดมอนด์, สจ๊วร์ต อาร์ม-สตรอง และชาร์ลี ออสติน เป็นตัวทีเด็ดแนวรุก.

อ่านเพิ่มเติม...