วันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
จับสาวร้อยเอ็ด ตามหมายจับคดีฉ้อโกง หลังหลอกวิ่งเต้นช่วยหลุดคดียาเสพติด

จับสาวร้อยเอ็ด ตามหมายจับคดีฉ้อโกง หลังหลอกวิ่งเต้นช่วยหลุดคดียาเสพติด

  • Share:

ตร.กองปราบ รวบตัวสาวร้อยเอ็ดวัย 47 ปี ตามหมายจับข้อหา "ร่วมกันฉ้อโกง" หลังร่วมกับผู้ต้องหาอีกรายหลอกลวงว่า มีนายทหารช่วยวิ่งเต้นให้หลุดคดียาเสพติดได้ โดยหลอกเอาเงินไป 1.2 ล้าน...

เมื่อวันที่ 14 พ.ย.2561 ที่กองบังคับการปราบปราม พ.ต.อ.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง ผกก.5 บก.ป. สั่งการให้ พ.ต.ท.อภิสันฐ์ ไชยรัตน์ รอง ผกก.5 บก.ป. พ.ต.ท.วิศิษฏ์ ศรียาภัย สว.กก.5 บก.ป. นำกำลังจับกุม น.ส.ปาณิสรา น้ำบุ่น อายุ 47 ปี ชาว จ.ร้อยเอ็ด ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลแขวงนครปฐมที่ 210/2555 ลงวันที่ 26 กรกฎาคม 2555 ข้อหา "ร่วมกันฉ้อโกง" ได้ที่โรงแรมแห่งหนึ่งใน อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

พ.ต.ท.อภิสันฐ์ กล่าวว่า เมื่อต้นปี 2554 น.ส.เพ็ญนภา คุ้มถนอม อายุ 32 ปี ผู้เสียหาย ถูกตำรวจจับกุมพร้อมยาบ้า 200 เม็ด ไอซ์อีก 4 กรัม พนักงานสอบสวน สภ.โพธิ์แก้ว ดำเนินคดีข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ต่อมาได้มี น.ส.หนูนี (ไม่ทราบชื่อสกุลจริง) ญาติของ น.ส.เพ็ญนภา บอกว่า น.ส.ปาณิสรา กับนายทรงพล ทรงเมตตาธรรม นายทหารยศ พ.อ. สามารถวิ่งเต้นช่วยเหลือให้หลุดคดีได้ ทำให้นางพรทิพย์ คุ้มถนอม มารดาของ น.ส.เพ็ญนภา นำเงินให้กับ น.ส.ปาณิสรา และนายทรงพล เพื่อวิ่งเต้นคดี 1.2 ล้านบาท

รอง ผกก.5 บก.ป. กล่าวต่อว่า ต่อมา น.ส.เพ็ญนภา ถูกศาลพิพากษาจำคุก 4 ปี ทำให้นางพรทิพย์เชื่อว่าถูกหลอก จึงแจ้งความกับตำรวจ จนเมื่อปี 2559 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ป.ได้ร่วมกันจับกุมนายทรงพลได้ที่ จ.ชลบุรี ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกง โดยหลอกผู้อื่นว่าเป็นทหารยศ พ.อ. สามารถวิ่งเต้นออกโฉนดที่ดินได้ ขณะนี้ถูกจำคุกอยู่ในเรือนจำกลางราชบุรี จากนั้นได้ขยายผลสืบสวนติดตามจับกุม น.ส.ปาณิสรา จนทราบว่าได้หลบหนีไปทำงานอยู่ที่โรงแรมใน อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จึงนำกำลังจับกุมได้ดังกล่าว 

สอบสวน น.ส.ปาณิสราให้การปฏิเสธอ้างว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการฉ้อโกง เนื่องจากเป็นผู้เสียหายเช่นกัน ทั้งนี้เมื่อปี 2554 ได้รู้จักกับนายทรงพล เห็นว่าเป็นที่นับหน้าถือตาในแวดวงข้าราชการ สามารถวิ่งเต้นทางคดีได้ เลยขอให้ช่วยยังต้องเสียเงินไปเป็นแสน พอรู้ว่าญาติมีลูกสาวคือ น.ส.เพ็ญนภา ถูกดำเนินคดียาเสพติด จึงได้ให้เบอร์โทรศัพท์ของนายทรงพลไป ไม่เคยได้สักบาทเดียว พอมีเรื่องคดีกัน ตนเลยรู้ว่าถูกหลอก ซ้ำยังถูกฟ้องร้องว่ามีส่วนรู้เห็นด้วย ทำให้ต้องสู้คดีจนหมดเนื้อหมดตัว สุดท้ายศาลจังหวัดร้อยเอ็ดได้ตัดสินแล้วว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าว เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้นำตัวส่ง สภ.โพธิ์แก้ว จ.นครปฐม ดำเนินคดีต่อไป.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้