วันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
อ่วม! รับปีใหม่จ่อใช้ไฟแพง ต้นทุนน้ำมัน-ก๊าซพุ่ง กกพ.เคาะขึ้น "เอฟที"

อ่วม! รับปีใหม่จ่อใช้ไฟแพง ต้นทุนน้ำมัน-ก๊าซพุ่ง กกพ.เคาะขึ้น "เอฟที"

  • Share:

“กกพ.” เบรกไม่อยู่เคาะขึ้นค่าไฟงวดใหม่ 4.30 สต.ต่อหน่วย หลังต้นทุนน้ำมันก๊าซฯพุ่ง ส่งผลค่าไฟปรับสูงรับปีใหม่ 24 สต.ต่อหน่วย แถมบอกใบ้ให้คนเริ่มทำใจรับเทรนด์ค่าไฟขาขึ้น ชี้ถ้าอิงตามราคาจริงต้องขึ้นเอฟทีสูงถึง 24 สต.แต่ที่ขึ้นแค่นี้เพราะรัฐอุดหนุนเงินกว่าหมื่นล้านบาท

น.ส.นฤภัทร อมรโฆษิต เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) ในฐานะโฆษก กกพ.เปิดเผยว่า คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) มีมติให้เรียกเก็บอัตราค่าไฟฟ้าผันแปร (เอฟที) สำหรับบิลค่าไฟที่เรียกเก็บกับประชาชนเดือน ม.ค.-เม.ย.2562 ปรับเพิ่มขึ้น 4.30 สตางค์ (สต.) ต่อหน่วย จากที่เรียกเก็บปัจจุบัน (ก.ย.-ธ.ค.2561) ติดลบ15.90 สต.ต่อหน่วยขึ้นเป็น ติดลบ 11.60 สต.ต่อหน่วย ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยเมื่อรวมค่าไฟฐานจะอยู่ที่ 3.6396 บาทต่อหน่วย (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) จากเดิมอยู่ที่จาก 3.5966 บาทต่อหน่วยซึ่งถือเป็นการปรับขึ้นครั้งแรกในรอบ 16เดือน

อย่างไรก็ตาม ในข้อเท็จจริงแล้ว ค่าเอฟทีงวดเดือน ม.ค.-เม.ย.ปีหน้า จะต้องปรับขึ้นถึง 24 สต.ต่อหน่วยหรือค่าเอฟทีต้องขึ้นมาอยู่ที่ 8.10 สต.ต่อหน่วย เนื่องจากปัจจัยราคาเชื้อเพลิงสำหรับการผลิตไฟฟ้าในงวดเดือน ม.ค.-เม.ย.2562 เทียบกับงวดเดือน ก.ย.-ธ.ค.นี้ ได้แก่ราคาก๊าซธรรมชาติ ปรับเพิ่มขึ้น 12.67 บาทต่อล้านบีทียูมาเป็น 299.50 บาทต่อล้านบีทียู ราคาน้ำมันเตาปรับขึ้น 1.17 บาทต่อลิตร เป็น 16.86 บาทต่อลิตร น้ำมันดีเซลได้ปรับเพิ่มขึ้น 3.48 บาทต่อลิตรเป็น 23.16 บาทต่อลิตร ราคาถ่านหินนำเข้าปรับเพิ่มขึ้น 114.36 บาทต่อตันเป็น 2,697.40 บาทต่อตันส่วนการซื้อไฟฟ้าจากต่างประเทศ ได้ปรับเพิ่มขึ้น 0.08 บาทต่อหน่วยเป็น 1.81 บาทต่อหน่วย

ดังนั้น เพื่อไม่ให้ค่าไฟฟ้าที่จะปรับขึ้นมากจนกระทบกับภาระค่าครองชีพของประชาชนทั่วไป และภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมของประเทศ กกพ.จึงได้ใช้มาตรการทางการเงินที่ได้ถูกสะสมไว้ 10,367 ล้านบาทเข้ามาดูแล โดย กกพ.มีมติให้นำเงินสะสมจากการเรียกเก็บค่าเอฟที ที่ผ่านๆมา จำนวน 3,298 ล้านบาท รวมกับเงินบริหารค่าเอฟที ซึ่งมีที่มาจากส่วนลดและค่าปรับจากผู้ประกอบการ 5,547 ล้านบาท และเรียกเม็ดเงินลงทุน (Clawback) จากการไฟฟ้าที่ไม่ได้ลงทุนตามแผนอีก 1,522 ล้านบาท เพื่อนำมาชดเชยต้นทุนการผลิตไฟฟ้าและลดความผันผวนค่าเอฟที

นอกจากนั้น ยังมีการดำเนินการมาตรการด้านการบริหารอื่นๆ เพื่อให้การปรับขึ้นของค่าไฟฟ้าลดต่ำลงเหลือเพียงการปรับขึ้นเพียง 4.30 สต.ต่อหน่วยในครั้งนี้ ประกอบด้วย การเสริมประสิทธิภาพในการบริหารจัดการต้นทุนเชื้อเพลิงที่จำเป็นสำหรับการผลิต ได้แก่ ประสานกับบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ศึกษาวิเคราะห์การลดนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) และประสานการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) พิจารณาแหล่งผลิตไฟฟ้าที่มีความเหมาะสม ได้แก่ การเพิ่มปริมาณการซื้อไฟฟ้าจากประเทศเพื่อนบ้าน และผลิตไฟด้วยเชื้อเพลิงต้นทุน พร้อมกันนี้ กกพ. ยังได้ปรับประมาณการค่าเอฟทีให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงราคาน้ำมันในตลาดโลกที่อ่อนค่าลง และพิจารณาอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ที่อ่อนค่าลงให้สอดคล้องกับภาวการณ์ปัจจุบัน

นางสาวนฤภัทร กล่าวต่อ ว่า ค่าเอฟทีที่เรียกเก็บดังกล่าว ทางสำนักงาน กกพ.จะเผยแพร่รายละเอียดทั้งหมดผ่าน www.erc.or.th เพื่อรับฟังความคิดเห็นต่อไป โดยเงินที่สะสมไว้เพื่อนำมาดูแลบริหารจัดการค่าไฟครั้งนี้ก็นำมาใช้จนหมดไม่ได้เหลือไว้สำหรับดูแลงวดต่อไป อย่างไรก็ตามแนวโน้มค่าไฟในงวด พ.ค.-ส.ค.2562 ยอมรับว่าทิศทางจะยังคงเป็น ขาขึ้นเพราะราคาน้ำมันที่จะสะท้อนไปยังราคาก๊าซฯ ย้อนหลังยังคงอยู่ช่วงขาขึ้น แต่ทั้งนี้ กกพ.ก็จะติดตามปัจจัยต่างๆ เพื่อที่จะบริหารจัดการให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดและให้กระทบต่อประชาชนให้น้อยที่สุด.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้