วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ประเทศกูมี...สารพิษ ฆ่า! ลูกหลานวัยรุ่น

ประเทศกูมี...สารพิษ ฆ่า! ลูกหลานวัยรุ่น

  • Share:

ทุกเรื่องที่ผ่านมาเป็นเรื่อง “คนไทย”...เสียประโยชน์ “คนไทย”...เสียชีวิต แค่สองเรื่องนี้

“สารเคมีพิษ”...ปนในอาหาร พืช ผัก ผลไม้ ผลประโยชน์อย่างน้อย 2 แสนล้านบาทต่อปี

การขัดขวางไม่ให้ใช้...“กัญชาทางการแพทย์” จากการสกัดเอง เพราะ ยากันชัก ยาแก้ปวด ยามะเร็ง ยาสมองเสื่อม ยาพาร์กินสัน ยาโรคจิต ยานอนหลับ ยาคลายเครียด ยาลดการเกร็ง

ทั้งหมดที่ว่ามานี้มีมูลค่า...เป็นกี่หมื่น กี่แสนล้านบาท?

การประชุมคณะกรรมการกัญชา 31 ตุลาคม 2561 ยังคงพายเรือในอ่าง “หมอดื้อ” หรือ ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์

ยกตัวอย่าง ถึงแม้จะปรับจากยาเสพติดประเภทห้าเป็นประเภทที่สองโดยเป็น “สารสกัดกัญชา” ก็ยังคงยึดติดกรอบประเด็นมองว่ากัญชาเป็น “ยาเสพติดร้ายแรง” แบบมอร์ฟีน

ถัดมา...แนวคิดดังกล่าวนำมาซึ่งการเข้มงวดอย่างรุนแรงเรื่องของสถานพยาบาล กระบวนการ จนเมื่อดูข้อกำหนดแล้วแม้แต่แพทย์แผนปัจจุบันเองคงไม่มีใครอยากใช้

คำว่า “สารสกัด” ประเด็นหมายถึงตั้งแต่การสกัดแบบแพทย์แผนไทยจนกระทั่งถึงการสกัดแบบมีกระบวนการที่เข้าใกล้มาตรฐาน โดยสามารถเลือกวัตถุดิบที่ปราศจากโลหะหนัก เช่น ตะกั่ว สารหนู สารเคมีทำลายหญ้าและแมลง ตลอดจนสามารถที่จะทราบความเข้มข้นของสารออกฤทธิ์แต่ละชนิดได้

แต่...ก็ยังมีข้อแย้งจาก อย.ถึงคุณภาพในข้างต้นว่าไม่เพียงพอ โดยให้ใช้มาตรฐานสากลประหนึ่งว่าจะต้องนำเข้าจากต่างประเทศเท่านั้น ถึงจะสามารถขึ้นทะเบียนได้

เมื่อเป็นเช่นนั้น... “น้ำมันกัญชา” หรือ “สารสกัดพื้นๆ” จะไม่มีทางใช้ได้เลย

ถ้า “คนไทย” ไม่ลุกขึ้นมาตราหน้าพวกกลุ่มคนเหล่านี้ เราจะมีอะไรเหลือให้ลูกหลาน ใคร? ผ่านมติอะไรมา แสดงตัว ไอ้คนไหน ทำอะไรไว้...โดยเฉพาะปัญหายืดเยื้อ “ยาฆ่าหญ้านรก ฆ่าลูกหลานวัยรุ่น และฆาตกรในผู้บริหาร” ศ.นพ.ธีระวัฒน์ ย้ำว่า เป็นคำกล่าวที่ดูจะไม่เกินจริง ยืนยันจากประสบการณ์จริงที่พานพบ

เรื่องเดิมๆ “พาราควอต” กับ “ไกลโฟเสต” อาทิตย์ที่ผ่านมามีโอกาสไปเยี่ยมโรงพยาบาลทางภาคเหนือ เพื่อให้กำลังใจน้องๆที่ทำงานอย่างหนัก...ที่เตียงล้นเกือบตลอด อยู่เวรกันจนไม่ได้มีอันจะทำอย่างอื่น

โดยในวันฮาโลวีนปีนี้นั้น ก็มีเด็กวัยรุ่นแอดมิตเข้ามาจากห้องฉุกเฉิน ช่วงบ่ายหนึ่งคน และช่วงค่ำอีกหนึ่งคน หมอก็ครุ่นสงสัยว่าอายุเท่านี้ดูแข็งแรงอยู่เลย เป็นอะไรนะ

คำตอบของน้องหมอเวรคือ เค้าดื่มยาฆ่าหญ้ามาครับอาจารย์

“คนนึงดื่มไปกรึ๊บ อีกคนสองกรึ๊บ ไตวายไปแล้วครับ คงคุยกับทางญาติว่าให้ไปตายที่บ้านไหม ก็เลยถามไป กรึ๊บเดียวเองนะช่วยไม่ได้หรอ เค้าอารมณ์ชั่ววูบ ประชดแฟน ประชดครอบครัว คงไม่ได้อยากตายจริง”

และ...หมอจึงได้รู้ว่าถ้าอยากตายชัวร์ๆไม่พลาดแน่นอนก็ดื่มพาราควอตครับ ดื่มเยอะหน่อย เห็นผล 100% ถามไปอีกก็ได้ความว่าดื่มพาราควอตฆ่าตัวตายกันบ่อยครั้งและที่โรงพยาบาลก็มีแอดมิตเข้ามาเป็นประจำ

หมอใหญ่ของโรงพยาบาลจึงบอกหมอว่า ของแบบนี้ต้องอุเบกขา หรือวางใจเป็นกลาง หมอก็มึนๆ ตอนนั้นเที่ยงไม่ได้ดื่มเหล้านะ สรุปก็คือให้ปลงเถอะ แต่ไม่ได้...หมอไม่ยอมง่ายๆ

ปัญหา...ก็อยู่ที่ความง่ายของการดื่มยานรกแค่ฝาเล็กๆ ดื่มยาฆ่าหญ้าถูกๆ ไม่ได้ฝืนใจอะไรมาก นึกภาพดูมันง่ายกว่ามานั่งกลืนพารา แขวนคอ ปืนจ่อหัวเยอะแยะ

“...ก็ทำให้อารมณ์ชั่ววูบไม่ทันคิดเนี่ย ปล่อยให้พ่อแม่ต้องมาเฝ้าลูกตายอย่างทุกข์ทรมาน แทนที่จะทำมาหากินเลี้ยงดูพ่อแม่อันนี้ก็เป็นเรื่องน่าหดหู่อีกเรื่องนึงของสังคมไทย”

กลับมาที่เกร็ดความรู้ “พาราควอต” นั้นใช้กันแพร่หลายมากในประเทศไทยและประเทศด้อยพัฒนาทั้งหลาย สามารถฆ่าวัชพืชได้อย่างรวดเร็ว โดยการหยุดการถ่ายทอดอิเล็กตรอนในไมโทคอนเดรีย ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานของทุกสิ่งที่มีชีวิต รวมถึงในคน

นอกจากนั้นยังสามารถสร้างอนุมูลอิสระไปทำลายดีเอ็นเอของเรา เพิ่มโอกาสเป็นมะเร็ง แก่เร็ว และเป็นโรคทางสมอง เช่น พาร์กินสันอีกด้วย

ฉะนั้น...คนที่ซื้ออาหารเสริมที่บอกว่าต้านอนุมูลอิสระ กินเท่าไหร่ก็อาจไม่พอ มาช่วยกันกดดันผู้รับผิดชอบเรื่องนี้โดยใช้พลังประชาชน กำจัดสารอันตรายต่อคนไทย และทำให้เศรษฐกิจไทยยั่งยืนกันดีกว่า

ส่วนฮาโลวีนนี่หมอก็ไม่ได้สนใจอะไรมากหรอก แต่อเมริกาเค้าก็มีการแต่งตัวกันเยอะ พูดถึงอเมริกาก็ต้องกล่าวโยงไปพูดถึงการฟ้องร้องบริษัทมอนซานโต ขายยาฆ่าหญ้าอีกตัว ซึ่งมีสารไกลโฟเสต เป็นภัยต่อสุขภาพคน โดยการก่อมะเร็ง แต่ก็ยังมีการอนุญาตใช้ในประเทศไทยของพวกเรา

ทั้งๆที่ข้อเสียนั้นมากมาย เป็น “มะเร็ง” ถึงตาย และสักพักคงจะไม่มีประเทศไหนรับผลิตผลส่งออกจากบ้านเราอีกต่อไป เพราะเป็นผักปนสารอันตราย ทั้งนี้เดาดูเอาเองว่าทำไมถึงยังให้ใช้กันอยู่

“ส่วนการฟ้องร้องของหนุ่มคนนึง...เป็นมะเร็งขั้นสุดท้ายจากยาฆ่าหญ้าไกลโฟเสต เพราะเค้าเป็นคนดูแลสวนที่ใช้ยาฆ่าหญ้านี้และบริษัทมอนซานโตไม่ได้เตือนถึงความเสี่ยงนรกพวกนี้”

ศ.นพ.ธีระวัฒน์ บอกว่า ก่อนหน้านี้ ผู้พิพากษาได้อ่านความเสียหายจากการตัดสินของคณะลูกขุนในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา และตัดสินว่าบริษัทจะต้องชดใช้นายคนนี้ 289 ล้านยูเอสดอลลาร์ หรือราวๆ 9,500 ล้านบาท...แน่นอนบริษัทไม่มีทางยอม จึงไปขอให้ศาลสูงสหรัฐฯเปลี่ยนคำตัดสิน

สุดท้าย...ศาลสูงกลับคำตัดสินของคณะลูกขุนและลดค่าปรับเหลือ 78 ล้านยูเอสดอลลาร์ เหลือแค่ 2,600 ล้านบาท ความที่นายคนนี้ก็เหลือเวลาไม่มาก และไม่อยากมีเรื่องอีกแล้ว จึงยอมรับคำตัดสิน

“แต่...กลับมาที่บริษัทสุดท้ายจะยอมจบไหม ใช้เงินไปเยอะแล้วกับการทำการศึกษาไม่ได้คุณภาพ ว่าปลอดภัยแต่แท้จริงคืออะไร ก็รู้ๆกันอยู่ ถึงตอนนี้ท่าจะไม่ยอมแพ้หนุ่มคนนี้เพราะมีผู้ที่ถูกกระทบจากสารพิษนี้และตอนนี้เป็นมะเร็งอีกเยอะ”

และ...มีเคสแบบเดียวกันที่ฟ้องมอนซานโต กำลังรอขึ้นศาลอีก กว่า 4,000 เคสในสหรัฐฯทีเดียว

น่าสนใจด้วยว่า...ตอนนี้บริษัทยักษ์ใหญ่เบเยอร์ที่เพิ่งซื้อมอนซานโตมาก็นั่งไม่ติด และดูท่าจะเตรียมยื่นอุทธรณ์ พร้อมทั้งกล่าวว่า...การศึกษากว่าร้อยอันบอกว่าปลอดภัยถ้าใช้ตามที่เค้าบอก และได้มีการใช้มาเกิน 40 ปีแล้ว...อืมยังไงดีล่ะ? ก็เพราะใช้มานานขนาดนี้ มะเร็งมันถึงยิ่งถามหารึเปล่า?

“เพราะกลไกการผิดปกติของดีเอ็นเอเพื่อก่อมะเร็งก็ใช้เวลานะ แล้วมะเร็งอีกกี่รายที่เป็นแล้วแต่ไม่ได้รู้ว่าอาจจะเป็นเพราะสารฆ่าแมลงพวกนี้ล่ะ”

ถัดมา... “ไกลโฟเสต” ในต่างประเทศก็ยังอนุโลมให้ใช้อยู่เพราะการวิจัยบอกบ้างว่าเสี่ยงเป็นมะเร็ง บ้างว่าไม่มีอันตรายถ้าใช้ถูกต้อง แต่การวิจัยเราก็ไม่รู้หรอกว่าใครจ่ายเงินใคร ส่วนพาราควอตยาฆ่าหญ้าและคนทันใจ เค้าก็แบนกันกี่ประเทศแล้วไม่รู้ ประเทศเราก็ปล่อยสารพิษละเลงเลือดคนไทยต่อไป

“หมอดื้อ...ดื้อคนเดียวคงไม่ไหว สงสารคนที่ทำงานในระบบสาธารณสุขเถอะครับ จะไม่ไหวแล้ว มีมะเร็ง มีฆ่าตัวตาย เพิ่มมาอีกเยอะๆ ไม่ไหวครับ คนไทยต้องดื้อด้วยกันนะครับ ในเรื่องที่ส่งผลเสียต่อประเทศเรา อย่าให้คนโกงขายชาติอีกต่อไป”.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้