วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ข้าวไทยเผชิญวิบากกรรม ความสามารถแข่งขันลด คู่แข่งไล่เบียด

ข้าวไทยเผชิญวิบากกรรม ความสามารถแข่งขันลด คู่แข่งไล่เบียด

  • Share:


รัฐ-เอกชนระดมสมองทำแผนบริหารจัดการข้าวครบวงจรปี 62 นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวยอมรับความสามารถในการแข่งขันของข้าวไทยลดลง แถมถูกเพื่อนบ้านไล่บี้ตลอดเวลา จี้เตรียมรับมือรักษาตลาดข้าวไทยให้ยั่งยืน

น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร รมช.พาณิชย์ เปิดเผยภายในงานเสวนาโต๊ะกลม “เสียงสะท้อนชาวนาไทยทั้งแผ่นดิน” ว่า กระทรวงพาณิชย์เปิดรับฟังความเห็นจากกลุ่มชาวนา โรงสี และผู้ส่งออกข้าวไทย รวมถึงผู้รวบรวมข้าวเพื่อจัดทำแผนข้าวครบวงจรในการนำไปสู่การพัฒนาและปรับปรุงอุตสาหกรรมข้าวไทยให้สอดรับกับตลาดค้าข้าวที่เปลี่ยนไป ซึ่งจะนำเสนอแผนบริหารจัดการข้าวปี 2562 เข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) ในเดือน ธ.ค.นี้ อย่างไรก็ตาม การที่จะทำให้วงการค้าข้าวของไทยยั่งยืนได้ ต้องนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อให้แข่งขันได้กับประเทศผู้ผลิตและส่งออกข้าวรายอื่น โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้าน ส่วนความวิตกว่าข้าวประเทศเพื่อนบ้านจะตีตลาดส่งออกข้าวไทยนั้น ในระยะสั้นน่าจะมีปัญหา เพราะผู้ส่งออกไทยมีความเชี่ยวชาญและได้รับการเชื่อถือจากตลาดข้าวโลก

ส่วนสถานการณ์ราคาข้าว ขณะนี้ราคาข้าวเปลือกหอมมะลิไทยอยู่ที่ตันละ 17,000 บาท ข้าวเปลือกเจ้าตันละ 7,800 บาท ซึ่งจากการลงพื้นที่สำรวจผลผลิตข้าวรอบแรกเมื่อเร็วๆนี้ พบว่า ผลผลิตข้าวไทยปีนี้ไม่น้อยกว่าปีที่ผ่านมา อยู่ที่ว่าฝนจะมาเร็วหรือช้า หากมาช้าอาจทำให้ผลผลิตข้าวปีนี้หายไปบ้าง แต่ภาครัฐก็ไม่อยากให้ราคาข้าวเปลือกแพงมาก เพราะจะทำให้ราคาข้าวสารสูงขึ้นตามไปด้วย ซึ่งอาจกระทบต่อผู้บริโภค แต่อยากได้ราคาที่มีความยุติธรรมมากกว่า

ด้านนายเจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวถึงกรณีที่ข้าวหอมของกัมพูชาครองแชมป์ข้าวดีที่สุดในการแข่งขันข้าวดีที่สุดของโลกปี 2561 โดยข้าวหอมมะลิไทยตกมาอยู่ในอันดับ 3 และมีข้าวหอมมะลิเวียดนามเป็นอันดับ 2 ว่า กัมพูชามีความเข้มงวดและเอาจริงเอาจังกับประสิทธิภาพการผลิตและการจัดเก็บ ทำให้เมื่อนำข้าวเข้าสู่เวทีประกวด จึงได้อันดับที่ดี ไทยต้องย้อนกลับมาดูตัวเองมากขึ้น ตั้งแต่กระบวนการผลิต จัดเก็บ และกระจายข้าว แต่ยังเชื่อว่าการส่งออกข้าวไทยจะยังไม่ได้รับผลกระทบ ซึ่งดูจากราคาข้าวในตลาดโลกในส่วนของข้าวหอมมะลิไทยยังสูงถึงตันละ 1,100 เหรียญสหรัฐฯ ทำให้การส่งออกช่วง 8 เดือน (ม.ค.-ส.ค.) ปี 2561 ไทยส่งออกข้าวหอมมะลิแล้ว 800,000-900,000 ตัน ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน 20% เพราะราคาแพง ไม่เกี่ยวกับข้าวหอมจากกัมพูชามาแย่งตลาด

“ไทยยังมีความได้เปรียบในเรื่องของความน่าเชื่อถือของการค้าข้าวโลกมาต่อเนื่องหลายสิบปี ข้าวกัมพูชาจึงไม่กระทบต่อปริมาณการส่งออกรวม ซึ่งปี 2562 ตั้งเป้าส่งออกข้าวไว้ที่ 10 ล้านตัน ใกล้เคียงกับปีนี้ ที่ 10-11 ล้านตัน ส่วนเรื่องราคาข้าวหอมมะลิไทยที่เหมาะสมอยู่ที่ตันละ 1,000 เหรียญ เมื่อคิดทอนเป็นราคาข้าวเปลือกจะอยู่ที่ตันละ 16,000 บาท ซึ่งเป็นราคาที่ทั้งชาวนาและผู้นำเข้ารับได้” นายเจริญกล่าว

นายเจริญกล่าวต่อว่า ความสามารถในการแข่งขันข้าวไทยลดลงเรื่อยๆ เพราะไทยมีคู่แข่งเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะเพื่อนบ้านที่เริ่ม
น่ากลัวมากขึ้น อย่างเมียนมาที่หลังเปิดประเทศได้ไม่นาน ก็สามารถส่งออกได้มากถึงปีละ 3 ล้านตัน ขณะที่เวียดนามส่งออกได้ 7 ล้านตัน และมีความโดดเด่นในเรื่องมีข้าวนิ่ม ซึ่งเป็นข้าวที่ต้องการของโลก โดยเฉพาะจีน ผู้นำเข้าข้าวรายใหญ่ที่นำเข้าข้าวทุกชนิดปีละกว่า 8 ล้านตัน นอกจากนี้ยังมีกัมพูชาที่ส่งออกข้าวเพิ่มมากขึ้น จากเดิมส่งออกได้เพียงหลักหมื่นตันก็เพิ่มขึ้นเป็นปีละ 1.3 ล้านตัน รวมถึงอินเดียที่ขณะนี้เป็นผู้ส่งออกอันดับ 1 ของโลกที่ปีละ 12 ล้านตัน ดังนั้น ไทยต้องเตรียมรับมือ เพื่อรักษาตลาดข้าวไทยให้ยั่งยืน

ส่วนนายขจร เราประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์ข้าว กรมการข้าว กล่าวว่า วันนี้สถานการณ์ไม่เหมือนเดิม โลกเปลี่ยนไปเร็วมาก เกษตรกรไทยต้องเปลี่ยนแบบพลิกโฉม ไม่เช่นนั้นจะก้าวไม่ทันโลก ซึ่งเกษตรกรจะเพาะปลูกแบบเดิมๆไม่ได้ ต้องทำแบบฉลาดขึ้น ในอนาคตเทคโนโลยี เครื่องจักรกลการเกษตรสมัยใหม่จะเข้ามาแทนที่มากขึ้น จึงจำเป็นต้องสร้างสมาร์ทฟาร์มเมอร์ให้มากขึ้น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้