วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
บทเรียนสอนใคร? ดร.อภิวันท์ ลี้ภัย ตายต่างแดน สู่ 'วิสา คัญทัพ' ป่วยหนัก ซุกเยอรมนี

บทเรียนสอนใคร? ดร.อภิวันท์ ลี้ภัย ตายต่างแดน สู่ 'วิสา คัญทัพ' ป่วยหนัก ซุกเยอรมนี

  • Share:

ชะตากรรมนักโทษการเมืองแต่ละฝั่งฝ่าย ที่ต้องอพยพลี้ภัยหนีไปกระจายอยู่ยังประเทศต่างๆ เกือบจะทุกมุมโลก ต้องเผชิญกับเรื่องราวที่ดีกว่า หรือเลวร้ายกว่า ขณะอาศัยอยู่ในเมืองไทย ประเทศบ้านเกิด ...หลายคน "ต้องหนี" เพราะต้องคดีที่มิชอบด้วยกฎหมายในเมืองไทย ดิ้นรนไปตายเอาดาบหน้า ซึ่งหลายคนยังเคลื่อนไหวอยู่ในโลกโซเชียล ขณะที่หลายคนหนีหายประหนึ่งตายจาก ซึ่งก็มีไม่น้อย "ต้องสิ้นลมหายใจในต่างแดนจริงๆ" เหลือทิ้งไว้เพียงชื่อเสียงที่เคยร่วมวีรกรรมการเมืองในประเทศไทย  

โดยเฉพาะเหตุการณ์รัฐประหารในประเทศไทย พ.ศ. 2557 ภายหลัง พันเอก ดร.อภิวันท์ วิริยะชัย ได้ถูกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เรียกไปรายงานตัว เขาเดินทางไปพบตามสถานที่ที่กำหนดและภายหลังจากนั้น เขาเลือกที่จะเดินทางออกนอกประเทศ เนื่องจากคาดว่าจะถูกดำเนินคดีในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ต่อมาในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2557 ศาลอาญาได้อนุมัติออกหมายจับ ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 จากกรณีขึ้นปราศรัยเวที นปช.กล่าวพาดพิงสถาบันพระมหากษัตริย์ ในท้องที่ สน.ชนะสงคราม   

ดร.อภิวันท์ วิริยะชัย ได้ลี้ภัยไปอยู่ประเทศฟิลิปปินส์ และเสียชีวิตลงจากการล้มป่วยอย่างรุนแรงด้วยโรคปอดติดเชื้อ ที่ฟิลิปปินส์ ในช่วงเวลาประมาณ 22.30 น. วันที่ 6 ต.ค.57 ที่ผ่านมา ก่อนจะถูกส่งร่างไร้วิญญาณกลับมาทำพิธีในประเทศ 

ล่าสุด กลายเป็นประเด็นใหญ่ขึ้นมาทันที เมื่อ นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข ที่เพิ่งพ้นโทษหมิ่นพระบรมเดชานุภาพเมื่อกลางปี 2561 ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Somyot Pruksakasemsuk  พาดพิงถึงเรื่องราว ขณะที่เขาเดินทางไปยุโรป และได้พบเจอกับ "วิสา คัญทัพ" มหากวีและเจ้าของบทเพลงเพื่อชีวิตที่โด่งดังในตำนาน ต่อสู้กับเผด็จการมาตลอดอายุขัย ตบท้ายด้วยเรื่องเศร้า เพราะขณะนี้ "วิสา คัญทัพ" ป่วยเป็นโรคพาร์กินสัน พักอาศัยอยู่ในเมืองโคโลญเยอรมนี ต้องเผชิญกับการรักษาที่ยากลำบาก และยังใช้ชีวิตร่วมกับ "ไพจิตร อักษรณรงค์" ภรรยา ไม่ได้ออกไปไหน เพราะยังรอคอยสถานภาพผู้ลี้ภัย ต่อมา ทีมข่าวเจาะประเด็น ได้ประสานไปยังแหล่งข่าวใกล้ชิดที่เคยร่วมงานกับ "วิสา คัญทัพ" และ "ไพจิตร อักษรณรงค์" พร้อมตอบข้อสงสัย ในการขอความช่วยเหลือ

ทราบข่าวคราวเรื่องที่คุณ "วิสา คัญทัพ" ป่วย และต้องการขอความช่วยเหลือไหมคะ? 

เราได้อัพเดตเรื่องราวกันตลอดกับทางคุณไพจิตร อักษรณรงค์ ภรรยาของคุณวิสา ก่อนหน้านี้ทราบว่าคุณวิสา หกล้มลงด้วยจึงทำให้อาการกำเริบมากขึ้นไปกว่าเดิม ซึ่งทางคนสนิทรู้สึกเห็นใจ และไม่เคยคิดจะทอดทิ้ง เคยพยายามต่อสายประสานให้กลับมารักษาตัวในเมืองไทย แต่ยังไม่ได้รับการตอบกลับมาว่าเขาตัดสินใจอย่างไร เรารู้ว่าการใช้ชีวิตในต่างแดนมันลำบาก และตัวเขาเองไม่ได้อยู่หนีแบบนั้น แต่เมื่อเขาตัดสินใจที่จะไม่ไปรายงานตัวต่อ คสช. เพราะรับระบบเผด็จการไม่ได้ การหนีจึงเหมือนจะเป็นหนทางที่ดีที่สุด ซึ่งเขาได้ตัดสินใจเอง เราก็ยอมรับในการตัดสินใจของเขา และยืนยันว่า ไม่เคยคิดทอดทิ้งให้ใครเดียวดายในยามลำบาก

ตอนอยู่เมืองไทย คุณ "วิสา คัญทัพ" เคยมีอาการเจ็บป่วยมาก่อน หรือมีโรคประจำตัวด้วยไหม?

คนใกล้ชิดทราบกันดีว่าคุณวิสาดื่มเหล้าหนักมากตอนอยู่เมืองไทย แต่เราไม่ทราบว่าเขามีโรคประจำตัวอะไรหรือไม่ เพราะไม่เคยได้คุยกันถึงเรื่องนี้ ดูภายนอกปกติดี เวลาล่วงเลยมานาน อายุก็มากขึ้นโรคที่รุมเร้าก็น่าทวีความรุนแรง ประกอบกับสภาพภูมิอากาศของประเทศเยอรมนี ไม่เหมือนประเทศไทย ทางเรามีความเห็นใจและพยายามประสานช่วยเหลือทุกวิถีทาง แต่สิ่งที่ดีที่สุดคือการตัดสินใจของเขา อยากบอกว่าคนสนิทที่ไทยไม่เคยคิดทอดทิ้งเลย 

คุณวิสา บอกว่า ค่ารักษาพยาบาลที่นี่แพงมหาศาล และใช้ชีวิตลำบาก ขณะนี้ยังรอสถานะผู้ลี้ภัย?

เรารู้สึกเห็นใจมาก และพยายามช่วยเท่าที่ช่วยได้ เข้าใจในทุกความรู้สึก ขนาดคนไม่ป่วย หนุ่มสาวมีกำลังพลังดีๆ ยังไม่สามารถอดทนอยู่กับสภาพแวดล้อมที่แปลกแยกจากเมืองไทย อยู่ที่ไหนก็คงไม่สุขใจเหมือนบ้านเกิดเรา ยิ่งคุณวิสา มีอายุที่เยอะแล้ว ต้องพักอาศัยล้อมรอบด้วยสังคมคนไม่รู้จัก มันทำให้สภาพจิตใจย่ำแย่เข้าไปอีก สังคมต่างแดนมันโหดร้ายมาก พวกเราเข้าใจดีและไม่เคยคิดทอดทิ้ง มีอะไรก็ประสานมาทางคนที่คุณวิสาสนิทที่สุดในเมืองไทย เชื่อว่าการขอความช่วยเหลือจะถึงกันหมด และเราจะยื่นมือเข้าไปทันทีเหมือนทุกครั้ง ในฐานะมิตรสหาย และคนไทยด้วยกัน

ในส่วนของผู้ลี้ภัยคนอื่นๆ ล่ะคะ เรามีการช่วยเหลือเขาอย่างไร ? 

เบื้องต้น เท่าที่ทราบ หากใครได้สถานะผู้ลี้ภัยยังประเทศต่างๆ แล้ว ประเทศเหล่านี้จะมีสวัสดิการฟรีแคร์ ช่วยเหลือผู้ลี้ภัย รักษาพยาบาลฟรี ส่วนความเป็นอยู่ต่างๆ ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ซึ่งบางรายก็เงียบหายไปเลยติดต่อไม่ได้ แต่ใครมีการประสานกลับมาขอความช่วยเหลือกับคนรู้จัก เมื่อข่าวส่งส่งต่อๆ กันมา โดยเฉพาะเรื่องการป่วยไข้ไม่สบาย เชื่อว่าทุกๆ คนพร้อมจะยื่นมือเข้าช่วยเหลือให้ดีที่สุดเท่าที่ทำได้ ในฐานะมิตรสหาย และคนไทยเช่นกัน 

ประวัติทางการเมืองที่ผ่านมาของ "วิสา คัญทัพ" 

"วิสา คัญทัพ" เริ่มต้นจากการเป็น ผู้นำนักศึกษารามคำแหงต่อสู้เผด็จการจนถูกลบชื่อออกจากมหาวิทยาลัย ทำให้มีการเคลื่อนไหวจนนำไปสู่การเรียกร้องรัฐธรรมนูญในปี 2516 ถูกจับกุมเป็นหนึ่งใน 13 กบฏที่กลายเป็นการลุกขึ้นสู้ครั้งใหญ่ของประชาชน 14 ตุลาคม 2516 ต่อมาปี 2519 วิสา คัญทัพ ต้องหนีเข้าป่าแต่งเพลงสู้กับเผด็จการ ถึงพฤษภาทมิฬ 35 และพฤษภาเลือด 2553 มีรายชื่อให้ไปรายงานตัวต่อคณะ ศอฉ. แต่วิสา เลือกที่จะไม่ไปรายงานตัว ต้องหลบลี้หนีภัยไปต่างแดนในวัย 69 ปี ด้วยสังขารกำลังร่วงโรยเต็มทน

ขณะที่ นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข ได้เขียนข้อความสะเทือนความรู้สึกคนอยากเลือกตั้ง ทิ้งท้ายได้อย่างโดนใจ ไว้ว่า.... 

หลายคนกำลังเรียกร้องให้มีการเลือกตั้งที่เป็นธรรม ผมนึกอยู่ในใจว่า การเลือกตั้งครั้งนี้จะมีความหมายที่เป็นประชาธิปไตยได้อย่างไรเล่า? ในเมื่อ คนอย่างวิสา คัญทัพ จรัล ดิษฐาอภิชัย และ สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ผลผลิตโดยตรงของ 14 ตุลาคม 16 ยังต้องหลบลี้หนีภัยไปต่างแดน (ขณะที่เขียนอยู่นี้นายจรัล ยังนอนซม ถือถุงเยี่ยว ส่วนนายสมศักดิ์ กำลังฟื้นฟูร่างกายในโรงพยาบาล) เช่นเดียวกับทอม ดันดี ยังถูกตีตรวนหลังกรงขังจนแทบจะเป็นบ้าอยู่แล้ว

มันจะเป็นการเลือกตั้งที่เที่ยงธรรมได้อย่างไรในเมื่อเส้นทางสู่การเลือกตั้งยังเหยียบย่ำเสรีภาพของคนไทยและเหยียบทับผู้ลี้ภัยและนักโทษการเมืองนับร้อยคนอยู่ใต้ทางเดินบนถนนสู่การเลือกตั้งที่พรรคการเมืองกระดี๋กระด๋าขอส่วนแบ่งอำนาจ แต่ทว่ากำลังลืมพรรคพวกที่ถูกเผด็จการไล่ล่าทำลายล้างจนใกล้จบชีวิตไปแล้ว ผมจึงปรารถนาอยากเห็นพวกนักการเมืองทั้งเก่าและใหม่และทุกคนผู้รักความเป็นธรรม รักประชาธิปไตย ก่อนการเลือกตั้ง ช่วยกันต่อสู้ ให้ปลดปล่อยนักโทษการเมืองและนำผู้ลี้ภัยการเมืองกลับแผ่นดินบ้านเกิดกันก่อนเลือกตั้งจะได้ไหม ?

อย่าให้พวกเขาเหล่านั้นเหลือแต่ “เถ้ากระดูก” แล้วนำกลับมาเมืองไทย เพื่อฉลองการเลือกตั้งภายใต้กฎกติกาเผด็จการทหารในขณะนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้