ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    ไอซีทีรับลูกบรอดแบนด์นายกฯ ลั่น 8ม.ค.เว็บไทยติดเบอร์2โลก

    ไทยรัฐออนไลน์7 ม.ค. 2554 20:00 น.
    SHARE

    นายกฯ ประกาศเปิดพรมแดนความรู้ ลดช่องว่างสร้างโอกาสดิจิตอล ด้าน รมว.ไอซีที รับลูกคลอดสารานุกรมออนไลน์ภาษาไทย ลั่นขึ้นเบอร์ 2 หน้าเว็บโลก ขณะที่ กสท ทุ่ม 10.7 ล้านบาทหนุนแปลอังกฤษเป็นไทย... 

    วันที่ 7 ม.ค. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดงาน "เปิดพรมแดนความรู้ ลดช่องว่าง สร้างโอกาสทางดิจิตัล" เป็นของขวัญวันเด็กให้เด็กไทนทั่วประเทศว่า จากการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติ หรือ สสช. พบว่า มีเพียง 9.5 ครัวเรือนจาก 100 ครัวเรือนในประเทศ ที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต เนื่องจากอัตราค่าบริการยังมีราคาสูงเมื่อเทียบกับรายได้ของครัวเรือน และการให้บริการยังไม่ครอบคลุมทุกพื้นที่

    ทั้งนี้ รัฐบาลจึงมีนโยบายบรอดแบนด์แห่งชาติ ตั้งเป้าว่าจะพัฒนาโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงให้ครอบคลุมประชากรไม่ต่ำกว่า 80% ภายในปี 2558 และไม่ต่ำกว่า 95% ภายในปี 2563 โดยมอบหมายให้กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอซีที ดำเนินการ อาทิ อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (บรอดแบนด์) ราคาประหยัดสำหรับบ้านที่มีสายโทรศัพท์ คิดค่าบริการเดือนละ 199 บาท บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงผ่านระบบไร้สายที่ใช้เทคโนโลยีไวแมกซ์ คิดค่าบริการเดือนละ 99 บาท เพื่อลดช่องว่างทางดิจิตอลในสังคม เข้าถึงคอมพิวเตอร์ และเป็นประโยชน์อย่างสูงในด้านการศึกษาสำหรับเด็กและเยาวชน

    ด้าน นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอซีที กล่าวว่า ขณะนี้ มอบหมายให้ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT ใช้งบประมาณจำนวน 10.7 ล้านบาทสนับสนุนการจัดทำสารานุกรมออนไลน์ภาษาไทย โดยการแปลบทความภาษาอังกฤษจากสารานุกรมวิกิพีเดียจำนวน 3 ล้านบทความเป็นภาษาไทย ด้วยเทคโนโลยีที่เรียกว่า Statistical Machine Translation ซึ่งเป็นผลงานของนักพัฒนาซอฟต์แวร์ และนักภาษาศาสตร์ชาวไทย และถือเป็นครั้งแรกในโลก ที่มีการแปลสารานุกรมวิกิพีเดียจากภาษาอังกฤษทั้งหมด เป็นภาษาอื่นด้วยคอมพิวเตอร์ โดยเนื้อหาทั้งหมดของสารานุกรมออนไลน์ จะอยู่บนเว็บไซต์ www.asiaonline.com

    ขณะที่ จำนวนหน้าเว็บทั่วโลกมีกว่า 4 พันล้านหน้า ประเทศไทยมีหน้าเว็บภาษาไทยอยู่ประมาณ 3 ล้านหน้า โดยตั้งเป้าว่า ภายใน 2 ปี จะก้าวกระโดดเป็นอีก 100 ล้านหน้า ทั้งนี้ เพื่อให้เด็กและเยาวชน ได้ศึกษาหาความรู้และเข้าถึงเทคโนโลยีมากขึ้น และสอดคล้องกับจำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทย ที่มีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี โดยปี 2553 มีจำนวน 24 ล้านคน เพิ่มขึ้น จากปี 2551 ที่มีจำนวน 10.96 ล้านคน และ ปี 2552 มีจำนวน 18.3 ล้านคน อย่างไรก็ตาม วันที่ 8 ม.ค.นี้ ประเทศไทยจะมีหน้าเว็บภาษาไทยขยับขึ้นเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากเยอรมนี แม้ว่ามาเลเซีย ญี่ปุ่น เกาหลี จะเริ่มแปลมาก่อนแล้วก็ตาม

    “ปัจจุบันหน้าเว็บทั่วโลกมีกว่า 4 พันล้านหน้า ภาษาไทยมีประมาณ3 ล้านหน้า แต่ในวันที่ 8 ม.ค. ประเทศไทยจะมีหน้าเว็บภาษาไทยเป็นอันดับสองของโลกรองจากเยอรมนี โดยตั้งเป้าว่า ภายใน 18-24 เดือน จะก้าวกระโดดเป็น 100 ล้านหน้า และจากนี้จะประเมินผลทุก 3 6 และ 12 เดือน ก่อนต่อยอดการแปลหนังสือราชการที่เป็นภาษาอังกฤษต่อไป” นายจุติ กล่าว

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้