วันพฤหัสบดีที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ไกล่เกลี่ยหนี้'นกน้อย'วงแตก นายทุนยันต้องคืน 3.8 ล้านพร้อมค่าทนาย

ไกล่เกลี่ยหนี้'นกน้อย'วงแตก นายทุนยันต้องคืน 3.8 ล้านพร้อมค่าทนาย

  • Share:

ไกล่เกลี่ยเหลว!! หลังตำรวจนัด 3 ฝ่ายเจรจาระหว่างนายทุนที่ส่งทนาย ทนายนกน้อย และสุดารัตน์ แต่ไม่สำเร็จเมื่อทนายนายทุนไม่ยอม หากไถ่ถอนที่ดินต้องจ่าย 3.8 ล้านก่อนที่จะวงแตก พร้อมวอนให้ "บิ๊กป้อม" และ "บิ๊กโจ๊ก" ลงมาช่วยในเรื่องคดี...

เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 12 ต.ค.61 นางสุดารัตน์ ภูผานี อายุ 47 ปี นักธุรกิจสาว ที่แจ้งความ นางอุไร ฉิมหลวง หรือ นกน้อย อุไรพร อายุ 61 ปี ศิลปินหมอลำชื่อดัง วงเสียงอิสาน ในข้อหา "ฉ้อโกง" พร้อมทนายความ ได้เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.ผลิตอรัญ บุญมาตุ่น รอง ผกก.สอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี เจ้าของคดี เพื่อให้เข้ามาไกล่เกลี่ย เตรียมจะไถ่ถอนที่ดิน 33 ไร่ ที่ขายฝากไว้กับนายทุน 3.8 ล้านบาท โดยก่อนหน้านี้ตำรวจได้เรียกนายทุนมาไกล่เกลี่ย จนยอมลดหนี้เหลือ 2.1 ล้านบาท 

โดยมีทนายความ ที่เป็นตัวแทนของ นกน้อย อุไรพร พร้อมทนายความที่เป็นตัวแทนของนายทุน เข้ามาเจรจาไกล่เกลี่ย ใช้เวลานานกว่า 1 ชั่วโมง โดยทางตำรวจไม่อนุญาตให้ผู้สื่อข่าวบันทึกภาพ เกรงว่าการเจรจาครั้งนี้จะไม่สำเร็จ แต่ประมาณ 30 นาที ทางทนายความของนายทุน ได้ออกจากห้องสอบสวน เดินทางกลับไปก่อน

ต่อมาเวลา 16.30 น. วันเดียวกัน นางสุดารัตน์ ได้ติดต่อผู้สื่อข่าว ให้สัมภาษณ์เรื่องการนัดไกล่เกลี่ยทั้ง 3 ฝ่ายในวันนี้ว่า ทางตำรวจเจ้าของคดี ได้นัดให้มาพบ เพื่อไกล่เกลี่ยกับแม่นกน้อย ที่ส่งทนายความมาเป็นตัวแทน พร้อมแจ้งให้ทางนายทุนมาร่วมรับฟังการไกล่เกลี่ย โดยนายทุนได้ส่งทนายความมาร่วม ซึ่งตนดีใจที่จะได้แก้ปัญหาที่เกิดขึ้น เพราะตนเสนอให้ทางแม่นกน้อยหาเงินมาให้ก่อน 1 ล้านบาทเศษ ส่วนตนก็หากู้เงินจากนายทุนใหม่ ก่อนให้แม่นกน้อย มารับสภาพหนี้ นำเงินออกมาช่วยจ่ายให้นายทุนเดิมให้ครบ 2.1 ล้านบาท ตามที่ไกล่เกลี่ยกับนายทุนไว้แล้ว และจะได้นำโฉนดที่ดินออกมาก่อน โดยเขาคิดดอกเบี้ยตามกฎหมายกำหนด

"แต่ปรากฏว่า ทนายความของนายทุนเขาไม่ยอม กลับแจ้งว่า หากจะไถ่ถอนโฉนดที่ดินคืน จะต้องจ่ายให้ 3.8 ล้านบาท ไม่ลดอะไรให้ พร้อมค่าทนาย ค่าเสียหาย และค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้ โดยไม่ได้บอกเป็นตัวเลขมา โดยยืนยันไม่ลดให้จาก 3.8 ล้านบาท จากที่สัญญาขาดไปแล้วเมื่อวันที่ 25 กันยายน ที่ผ่านมา ทั้งที่เราติดต่อนายทุนไปแล้วว่า ขอต่อสัญญาอีก 1 เดือน ซึ่งดิฉันไม่ทราบว่าเขามีเจตนาอะไร ทั้งที่วันนี้เราคิดว่าจะสามารถตกลงกับทางทนายความของแม่นกน้อยได้ ตามที่เสนอไว้ เพราะทางทนายความแม่นกน้อย เป็นคนที่โทรศัพท์นัดให้มาไกล่เกลี่ยในวันนี้ ต่อหน้าพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี"

นางสุดารัตน์ กล่าวอีกว่า ไม่คิดว่ามาวันนี้ทนายความของนายทุน เขาจะกลับคำทุกอย่าง ทั้งๆ ที่จริงแล้วตำรวจก็ได้เจรจาไกล่เกลี่ยมาแล้ว ทำให้วันนี้ไม่สามารถจะเจรจากันกับทางทนายความของแม่นกน้อยได้ ทั้งที่ทนายแม่นกน้อยยอมเจรจาแล้ว ในราคา 2.1 ล้านบาท แต่นายทุนกลับมากลับคำทุกสิ่งทุกอย่าง 

"เมื่อเกิดเป็นเรื่องอย่างนี้ ดิฉันอยากขอร้องให้ผู้ใหญ่ ที่คงเป็นที่พึ่งสุดท้ายของเรา อยากให้ท่านประวิตร และบิ๊กโจ๊ก ลงมาช่วยดิฉันด้วย ตอนนี้ดิฉันลำบากมาก ที่ดินของดิฉันเขาจะยึดจริงๆ แล้ว ขอให้ท่านมาช่วยเหลือ เพราะตนเดือดร้อนจริงๆ ที่ดินก็จะต้องถูกยึดแล้ว เพราะว่าทางนายทุนเขาไม่ต่อสัญญาให้ และทนายก็บอกว่าที่ดินนั้นมันขาดไปแล้ว ทนายนายทุนบอกว่า ถ้าจะเล่นเรื่องดอกเบี้ยเกินกว่ากำหนดแล้ว ก็เชิญจัดการได้เลยเขาไม่กลัว เพราะว่าดอกเบี้ยร้อยละ 2.50 และทนายก็เดินออกจากห้องไปเลย เราต้องกลับไปอเมริกา กลับไปทำมาหากิน มาเมืองไทย 4 เดือนแล้ว เลือนตั๋วเครื่องบิน 6 ครั้ง ครั้งละหมื่นกว่าบาท จึงขอร้องให้ผู้หลักผู้ใหญ่ลงมาช่วยตนด้วย เพราะนายทุนบอกว่าที่ดินของเราหลุดไปแล้ว ทั้งที่จริงเขาไม่ยอมต่อขยายสัญญาให้ ติดต่อเขาไปเขาก็ไม่ยอมให้ขยายสัญญา" นางสุดารัตน์ กล่าวในที่สุด

ผู้สื่อข่าวติดต่อไปยังผู้ที่ถูกระบุว่าเป็นนายทุนรายนี้ เพื่อสอบถามเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ โดยนายทุน บอกว่า เรื่องทั้งหมดทางนางสุดารัตน์ คิดไปเองหรือไม่ ที่ผ่านมาตนไปพบกับตำรวจเพียงครั้งเดียว และยังไม่เคยพบและไม่เคยบอกกับนางสุดารัตน์ว่าจะให้ไถ่ถอนที่ดินในราคา 2.1 ล้านบาท ก็ไม่รู้ว่าเขาไปเอาราคานี้มาจากไหน ตนบอกให้นางสุดารัตน์ ไปเคลียร์กับทางแม่นกน้อยให้จบเสียก่อน แล้วจึงเข้ามาคุยเรื่องไถ่ถอนที่ดิน และเรื่องขยายสัญญา ยืนยันเรื่องราคาที่ดินที่จะไถ่ถอน ไม่เคยบอกเลยว่า จะให้ไถ่ถอนในราคานี้.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้