วันอังคารที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ตาต้าสารภาพ ถูกบังคับยิงหมีขอ

ตาต้าสารภาพ ถูกบังคับยิงหมีขอ

  • Share:

อส.อํา-เป็นตร.อุทยานฯ ตรวจหลักฐานเพิ่ม! พบซากกบทูด

ตำรวจบุกรวบ “ตาต้า” หนุ่มเมียนมาคนยิงหมีขอคาสำนักสงฆ์ในป่าอุทยานฯ ก่อนจะหิ้วตัวขึ้น ฮ.พาเข้ากรุงเทพฯให้ “ศรีวราห์” สอบปากคำและแถลงข่าว ยอมเปิดปากรับสารภาพเป็นคนลั่นไกยิงหมีขอ พร้อมซัด 2 อส.อ้างเป็นตำรวจบังคับให้ยิง รวมจับผู้ต้องหาได้แล้ว 13 คน เหลืออีก 1 คน ทำหน้าที่ชำแหละหมียังเผ่นหนี ตำรวจมั่นใจหลักฐานมัดแน่น รอผลดีเอ็นเอยืนยันซากหมีที่ยึดได้เป็นตัวเดียวกันหรือไม่

กรณีนายพนัชกร โพธิบัณฑิต หน.อุทยานแห่งชาติไทรโยค จ.กาญจนบุรี ร่วมกับเจ้าหน้าที่หน่วย ปฏิบัติการพิเศษผู้พิทักษ์อุทยานแห่งชาติและสัตว์ป่า (พญาเสือ) กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช นำกำลังเข้าปิดล้อมตรวจค้นกลุ่มรถออฟโรด 6 คัน บริเวณพื้นที่ป่าเขตหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติไทรโยคที่ ทย.6 (เขาพลู) อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี หลังสืบทราบว่ากลุ่มคนดังกล่าวเข้าไปล่าสัตว์ในเขตอุทยานแห่งชาติไทรโยค ยึดปืนยาว .22 ติดลำกล้องและอุปกรณ์เก็บเสียง 1 กระบอก ปืนสั้น 2 กระบอก เครื่องกระสุนจำนวนมาก และซากสัตว์ป่าเป็นอุ้งตีหมีขอ 4 ข้าง เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ควบคุมตัวนายวัชรชัย สมีรักษ์ หรือ “ปลัดแมน” อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 300 หมู่ 1 ต.ท่าขนุน อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี เป็นปลัดฝ่ายป้องกันอำเภอด่านมะขามเตี้ย จ.กาญจนบุรี หัวหน้าทีมออฟโรดพร้อมพวกรวม 12 คน ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี ก่อนที่ทั้งหมดจะยื่นประกันตัวในชั้นศาลออกไปสู้คดี ในขณะเดียวกัน กระทรวงมหาดไทยยังมีคำสั่งให้นายวัชรชัยออกจากราชการไว้ก่อน รวมทั้งสั่งพักงาน อส. 2 นาย จนกว่าคดีจะสิ้นสุด

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 11 ต.ค. พล.ต.ต.ธนา ชูวงศ์ รรท.ผบช.ภ.7 ได้ควบคุมตัวนายตาต้า อายุ 41 ปี ชาวเมียนมา อยู่บ้านเลขที่ 100/177 หมู่ 1 ต.ปิล๊อก อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ซึ่งถูกตำรวจนำโดย พ.ต.อ.ชวลิต สุขสุวรรณ์ รอง ผบก.ภ.จ.กาญจนบุรี บุกเข้าจับกุมได้ภายในสำนักสงฆ์เต่าดำ เขตอุทยานแห่งชาติไทรโยค ป่าเขาพลู หมู่ 8 ต.วังกระแจะ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี เมื่อช่วงค่ำวันที่ 10 ต.ค.ที่ผ่านมา ตามหมายจับที่ 520/2561 ลง 10 ต.ค.61 หลังนายอนุสรณ์ เรือนงาม อส.อ.ด่านมะขามเตี้ย จ.กาญจนบุรี หนึ่งในผู้ต้องหาคดีล่าหมีขอให้การซัดทอดว่าเป็นคนยิงหมีขอ โดยนำ ผู้ต้องหาขึ้นเฮลิคอปเตอร์เดินทางไปสอบปากคำเพิ่มเติมและแถลงข่าวที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทันทีที่เดินทางถึง ตำรวจได้นำตัวนายตาต้าไปสอบปากคำและชี้ตัวผู้ต้องหาที่ร่วมกระทำความผิดต่อหน้า พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.และชุดพนักงานสอบสวน ที่สำนักงานชั้น 7 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมีรายงานว่าหลังแถลงข่าวเสร็จแล้วตำรวจจะควบคุมตัวนายตาต้าเดินทางกลับ จ.กาญจนบุรี และจะนำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่เกิดเหตุภายในป่าเขตอุทยานแห่งชาติไทรโยควันเดียวกัน ส่วนนายจีระ ชาวเมียนมา เพื่อนนายตาต้าซึ่งพยานซัดทอดว่าเป็นคนชำแหละหมีขอไหวตัวหลบหนีไปก่อนหน้าแล้ว ตำรวจอยู่ระหว่างติดตามจับกุม คาดว่าอาจจะหลบหนีข้ามชายแดนกลับไปยังเมียนมาแล้ว

พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า สรุปคดีนี้มีผู้ต้องหาทั้งหมด 14 คน จับกุมได้แล้ว 13 คน คงเหลือหลบหนี 1 คน คือนายจีระ ไม่มีนามสกุล สัญชาติเมียนมา อาศัยอยู่บริเวณสำนักสงฆ์เต่าดำ ต.วังกระแจะ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ผู้ต้องหาตามหมายจับที่ 519/2561 ลง 10 ต.ค.61 สอบสวนนายตาต้ารับสารภาพ ขณะไปยิงหมีขอ ไปด้วยกัน 3 คน มีนายตาต้า นายอนุสรณ์ เรือนงาม และนายสกานต์ แก่งหลวง 2 คนหลังเป็น อส.อ.ด่านมะขามเตี้ย นายอนุสรณ์กับนายสกานต์อ้างว่าเป็นตำรวจ และบังคับให้นายตาต้าไปยิงหมีขอ หลังเสร็จภารกิจมีนายจีระเป็นผู้ชำแหละเนื้อหมีขอ กลุ่มผู้ต้องหาเดินทางเข้าไปในอุทยานฯ โดยเตรียมอุปกรณ์ เครื่องกิน เครื่องใช้ ไปอย่างพร้อมเพรียง ได้สั่งการให้สอบสวนแล้วเสร็จภายในฝากขังผัดที่ 4 และให้ดำเนินการตรวจสอบที่เกิดเหตุเพิ่มเติมในประเด็นที่ยังสงสัย สรุปคดีนี้ได้พยานวัตถุมาครบ เหลือเพียงผลการตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอของขาหมีกับตัวหมี ถ้าเป็นดีเอ็นเอตัวเดียวกันก็จะเข้าข้อหาล่า ส่วนข้อหาล่าจะมีด้วยกันกี่คน ยังอยู่ระหว่างการพิจารณารวบรวม หลักฐานพยานแวดล้อม ส่วนตัวคิดว่าสำนวนคดีนี้ฟ้องได้ทุกข้อหาและทุกคน ไม่ต้องกลัวว่าจะมีใครหลุดคดี จากพฤติการณ์บุคคลเหล่านี้เข้าไปยิงสัตว์แน่ชัดเจน แต่รายละเอียดอยู่ในสำนวนเปิดเผยไม่ได้ ส่วนกรณีนายอนุสรณ์และนายสกานต์ แอบอ้างเป็นตำรวจ จะต้องมีการพิจารณา เบื้องต้นยังไม่ได้สอบปากคำว่ามีการแอบอ้างจริงหรือไม่

นอกจากนี้ในวันเดียวกัน นายพนัชกร โพธิบัณฑิต หน.อุทยานแห่งชาติไทรโยค จ.กาญจนบุรี นำพยานหลักฐานที่ตรวจพบจากการลงพื้นที่เกิดเหตุครั้งที่ 3 ไปส่งมอบให้กับพนักงานสอบสวน สภ.ไทรโยค โดยนายพนัชกรเผยว่า เมื่อวันที่ 10 ต.ค.เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบพื้นที่เพื่อหาหลักฐานและวัตถุพยานในคดีเพิ่มเติม 3 จุด บริเวณพิกัดป่าเขาพลู หมู่ 8 ต.วังกระแจะ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี เขตอุทยานแห่งชาติไทรโยค ผลการตรวจสอบจุดที่ 1 พบหลักฐานและวัตถุพยาน เป็นซากสัตว์ป่า กบทูด หรือ เขียดแลว (Limnonectes blythii หรือ Rana blythii) 4 ตัว ซากสัตว์ป่า หมีขอ หรือ บินตุรง (Arctictis binturong) 3 ชิ้น น้ำหนัก 4.3 กก. จุดที่ 2 พบหัวกระสุนปืน 1 หัว ฝังอยู่ภายในต้นไผ่หลังศาลเจ้าพ่อเขาพลู ปลอกกระสุนปืนเอ็ม 16 อีก 2 ปลอก บริเวณหน้าศาลเจ้าพ่อเขาพลู และจุดที่ 3 บริเวณบนต้นไทร ห่างจากจุดที่ปลัดอำเภอกับพวกตั้งแคมป์ 300 เมตร และเป็นจุดที่นายตาต้ารับว่าลงมือยิงหมีขอ พบปลอกกระสุนปืน .22 จำนวน 1 ปลอก จึงได้รวบรวมส่งพนักงานสอบสวนเพื่อใช้เป็นหลักฐานดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ต้องหา

มีรายงานด้วยว่า พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร สั่งการให้ พล.ต.ต.ธนา ชูวงศ์ รรท.ผบช.ภาค 7 พล.ต.ต.ปัญญา ปิ่นสุข ผบก.ปทส. พ.ต.อ.ศราณุ โสมทัต ผกก.5 บก.ปทส. กระจายกำลังลงพื้นที่ตามเส้นทางจาก อ.ด่านมะขามเตี้ย จ.กาญจนบุรี และเส้นทาง 323 กาญจนบุรี-อ.ไทรโยค รวมทั้งเส้นทางถนนสายรอง จากไทรโยค-พุน้อย-วังกระแจะ-บ้องตี้ เพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติม พบกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพกลุ่มรถออฟโรดทั้ง 6 คัน วิ่งผ่าน 3 จุด จุดแรกหน้าที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลลุ่มสุ่ม วิ่งผ่านในเวลา 09.36 น. ของวันที่ 6 ต.ค. จุดที่ 2 บริเวณทางแยกป้อมตำรวจพุน้อย วิ่งผ่านเวลา 10.36 น. และจุดที่ 3 บริเวณร้านค้าแห่งหนึ่งในพื้นที่หมู่ 4 บ้านทุ่งมะเซอย่อ ต.บ้องตี้ อ.ไทรโยค เวลา 12.23 น. ซึ่งระยะทางจากกล้องวงจรปิดจุดที่ 1 อยู่ห่างจากสำนักสงฆ์เต่าดำที่กลุ่มผู้ต้องหาใช้พักค้างคืนประมาณ 71 กม. ก่อนจะถูกจับกุมบริเวณป่าเขาพลู หมู่ 8 ต.วังกระแจะ อ.ไทรโยค ในวันที่ 7 ต.ค.เวลาประมาณ 11.30 น. โดยข้อมูลทั้งหมดตำรวจจะนำไปใช้เป็นพยานแวดล้อมในการเดินทางเข้าเขตอุทยานแห่งชาติไทรโยคของกลุ่มผู้ต้องหาโดยไม่ได้รับอนุญาต รวมทั้งจะเป็นข้อมูลขยายผลในประเด็นอื่นๆด้วย

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้