วันอาทิตย์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
อ้างเป็นทนาย ลวงต่างชาติทำวีซ่าอยู่ไทยถาวร โขกราคาครึ่งแสน ทำมา10ปี

อ้างเป็นทนาย ลวงต่างชาติทำวีซ่าอยู่ไทยถาวร โขกราคาครึ่งแสน ทำมา10ปี

  • Share:

“บิ๊กโจ๊ก” แถลงจับหนุ่มใหญ่ อ้างเป็นทนาย หลอกต่างชาติต่อวีซ่า มีเหยื่อหลายรายหลงเชื่อ สูญเสียเงิน ตั้งแต่ 2 หมื่นขึ้นไป แฉประวัติโชกโชน-ทำมา 10 ปี อีกคดีจับอินเดีย โอเวอร์สเตย์

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 11 ต.ค.61 ที่ บช. สตม. พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รรท.ผบช.สตม. พร้อมตำรวจ สตม. ตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจ 191 และเจ้าหน้าที่ตำรวจศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) ร่วมแถลงข่าวจับกุมนายไพโรจน์ กาญจนรัตน์ อายุ 50 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ คดีฉ้อโกง ศาลจังหวัดพระโขนง ที่ จ.571/2561 ลงวันที่ 8 ต.ค. จับกุมบริเวณ คอนโด (ลุมพินี วิลล์ ประชาชื่น-พงษ์เพชร) ถนนประชาชื่น ต.บางเขน อ.เมือง จ.นนทบุรี

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ เปิดเผยว่า มีผู้เสียหายชาวอเมริกา ร้องเรียนผ่าน ศปอส.ตร. ว่าเมื่อช่วงเดือน ก.พ. ถูก นายไพโรจน์ อ้างตัวเป็นทนายความ เข้ามาทำความรู้จัก ขณะกำลังอยู่ในร้านในซอยสุขุมวิท 89 บอกว่าสามารถติดต่อการทำเอกสารทางราชการได้ อาทิ วีซ่าถาวร และใบอนุญาตทำงานในไทย โดยที่ผู้เสียหายไม่ต้องเดินทางไปสถานที่ราชการเอง ทำให้ผู้เสียหายหลายรายหลงเชื่อสูญเสียเงิน ตั้งแต่ 20,000-50,000 บาท โดยผู้เสียหายชาวอเมริกา ถูกหลอกค่าทำ วีซ่าถาวร 25,000 บาท และเพื่อนชาวอิตาลี ถูกหลอกเงิน 49,000 บาท ค่าใบอนุญาตทำงานในไทย แต่เมื่อได้เงินไปแล้วกลับไม่สามารถติดต่อได้จึงเข้าร้องทุกข์

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ เผยอีกว่า นายไพโรจน์ ก่อเกตุดังกล่าวมาแล้วหลายครั้ง ประมาณ 10 ปี โดยจะไปตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ เมื่อเจอเหยื่อชาวต่างชาติ จะเข้าไปตีสนิท อ้างเป็นทนาย และเจ้าหน้าที่ภาครัฐหน่วยต่างๆ ว่าสามารถอำนวยความสะดวกทำเอกสารทางราชการได้โดยเหยื่อไม่ต้องไปทำเอง ตรวจสอบประวัติ มีหมายจับคดีลักษณะฉ้อโกง 7 หมาย ในหลายพื้นที่ คือ ศาลอาญา ปี 2549 ศาลแขวงพระนครใต้ ปี 2548 ศาล จ.ประจวบคีรีขันธ์ 2 หมาย ปี 2546 และปี 2561 จ.นครราชสีมา 1 หมาย ปี 2556 และ จ.เชียงใหม่ 2 หมาย ปี 2548 นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.พระโขนง ดำเนินคดี

นอกจากนี้ ช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา ตำรวจ สตม. และตำรวจท่องเที่ยว ระดมกำลังจับกุม ชาวอินเดียผิดกฏหมาย 40 คน แบ่งเป็นโอเวอร์สเตย์ 10 คน และไม่มีเอกสาร 30 คน บริเวณตลาดสัมเพ็ง แขวงจักรวรรดิ เขตสัมพันธวงศ์ กทม. หลังจากนี้จะผลักดันกลับประเทศต่อไป.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้