วันพฤหัสบดีที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ดัชนีดิจิทัลประเทศไทย

ดัชนีดิจิทัลประเทศไทย

  • Share:


ครม.เพิ่งอนุมัติ ร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยรัฐบาลดิจิทัล เมื่อวันอังคาร กำหนดให้ทุกหน่วยงานของรัฐต้องทำข้อมูลเป็นดิจิทัล เชื่อมโยงกับทุกหน่วยงานของรัฐบาล และ ไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ให้แล้วเสร็จ ภายใน 5 ปี โดยใช้เงินลงทุน 33,398 ล้านบาท ตั้งแต่วันที่ 5 พฤศจิกายน 2561 เป็นต้นไป ทุกหน่วยงานราชการจะไม่มีการเรียก “สำเนาเอกสาร” ที่ทางหน่วยราชการออกให้ประชาชน เพื่ออำนวยความสะดวกและลดภาระแก่ประชาชน

ผมก็หวังว่า รัฐบาลจะรักษาคำพูด ไม่ต้องใช้สำเนาเอกสารอีก

ผมดูจาก สภาพเว็บไซต์ และ ข้อมูลของกระทรวงกรมต่างๆ ในปัจจุบันแล้ว ขอเรียน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ว่าที่ประธานคณะกรรมการรัฐบาลดิจิทัล ตามตรงว่า ผมไม่เชื่อว่า รัฐบาลจะสามารถเปลี่ยนผ่านองค์กรรัฐให้เป็น “รัฐบาลดิจิทัล” หรือ Digital Government ได้ภายใน 5 ปี

ทุกวันนี้ไม่เพียง บัตรประชาชน ที่ต้องถ่ายสำเนาอีก แม้จะติดชิปดิจิทัล บันทึกข้อมูลไว้แล้วก็ตาม เพราะไม่มีหน่วยงานไหนของรัฐมีเครื่องอ่านชิป ยกเว้น กองหนังสือเดินทางกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศที่ทันสมัยทำงานเร็วที่สุดในรัฐบาล เอกสารบริษัท ตั้งแต่ หนังสือรับรองบริษัท หนังสือจัดตั้งบริษัท หนังสือจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ไปจนถึง หนังสือบริคณห์สนธิ ทุกอย่างต้องถ่ายสำเนาหมด และไม่ใช่ถ่ายเพียงชุดเดียว

ในวันที่ ครม.อนุมัติร่างกฎหมายรัฐบาลดิจิทัล บริษัทเดลล์ เทคโนโลยี ได้แถลงข่าวถึง ดัชนีชี้วัดการปฏิรูปสู่ดิจิทัล (Digital Transformation) ของประเทศไทย ที่ เดลล์ เทคโนโลยี ร่วมกับ อินเทล สำรวจจากบริษัทธุรกิจชั้นนำขนาดกลางถึงใหญ่ของไทย 100 บริษัท เพื่อจัดทำ Dell Technologies Digital Transformation lndex (DT Index) ก็ได้พบข้อมูลอันน่าตื่นตะลึงว่า มีบริษัทไทยที่ปฏิรูปสู่ดิจิทัลเต็มตัว มีการนำเทคโนโลยีมาใช้เต็มรูปแบบเพียง 7% เท่านั้น ใกล้เคียงกับสหรัฐฯที่พบว่ามีประมาณ 6%

ที่เหลือ 40% เป็นบริษัทที่เริ่มก้าวเข้าสู่ดิจิทัล มีแผนงานดิจิทัลแบบจริงจัง มีการลงทุนและมีนวัตกรรมในองค์กร 25% เป็นบริษัทที่กำลังประเมินการเข้าสู่ดิจิทัลอย่างระมัดระวัง มีการวางแผนและลงทุนสำหรับอนาคต 23% เป็นบริษัทผู้ตามดิจิทัล มีการลงทุนด้านดิจิทัลน้อยมาก เพิ่งเริ่มต้นวางแผนคร่าวๆสำหรับอนาคต 5% เป็นบริษัทที่ตามหลังดิจิทัล มีแผนงานดิจิทัลและความคิดริเริ่มอย่างจำกัดในองค์กร

ผลสำรวจยังพบว่า 45% ของธุรกิจทั่วโลกมีความกังวลว่าธุรกิจของเขาจะหายไปในอีก 5 ปีข้างหน้า เมื่อขยายสโคปการสำรวจออกไป ก็ยังเป็นตัวเลขนี้ โดยผู้นำธุรกิจเหล่านี้มองว่า สิ่งที่เกิดขึ้นอย่าง Disruption เป็นสิ่งที่น่ากลัวมาก เปรียบเหมือนคลื่นยักษ์สึนามิที่กำลังมา แต่ในอีกภาคธุรกิจก็มองในแง่ดีว่า ทำให้เกิดเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น AI, Machine Learning, IoT เป็นต้น ช่วยลดข้อจำกัดหลายอย่างลงไป

เดลล์ และ อินเทล ยังได้รายงานตัวเลขอีกกลุ่มหนึ่งที่สำรวจมาจาก ผู้นำองค์กร 100 คน ดังนี้ 96% ระบุว่า เจออุปสรรคกีดขวางการทำ Digital Transformation ถือว่าสูงมาก 90% ระบุว่า การทำ Transformation ต้องขยายวงกว้าง (ไม่ใช่ทำเองแล้วคู่ค้าไม่ทำด้วย) 71% ระบุว่า มีความกังวลว่าภายใน 5 ปีข้างหน้าองค์กรต้อง
ดิ้นรนเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนไป ลูกค้าจะเปลี่ยนจากไม่ชอบมาเป็นชอบในบางสิ่ง 33% ระบุว่า กลัวองค์กรจะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ตามไม่ทันการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว 61% ระบุว่า มีความมั่นใจว่าก่อนจะถูกกระทบเขา Transformตัวเองก่อน

นี่คือ ดัชนีดิจิทัล ประเทศไทย Thailand Digital Index รู้ไว้จะได้ปรับตัวถูก

ป.ล. 10.19 น. วันนี้ คุณวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รัฐมนตรีช่วยคลัง เป็นประธานเปิดงาน มหกรรมการเงิน Money Expo อุดรธานี ครั้งที่ 6 ที่อุดรธานีฮอลล์ เซ็นทรัลพลาซา อุดรธานี สินเชื่อบ้าน ดอกเบี้ยเริ่มต้น 0% ผ่อนนาน 30 ปีก็มี รีไฟแนนซ์ก็ได้ เอสเอ็มอีกู้ได้ถึง 100 ล้านบาท สร้างโอกาส ให้ประชาชนเข้าถึงบริการการเงินการลงทุนเท่าเทียมกันทุกคน.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้