วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
อัจฉริยะ ปล่อย2คลิป อ้างเป็นผู้เสียหาย สูญครึ่งล้านให้ทนายดังช่วยวิ่งคดี

อัจฉริยะ ปล่อย2คลิป อ้างเป็นผู้เสียหาย สูญครึ่งล้านให้ทนายดังช่วยวิ่งคดี

  • Share:

ไม่เกี่ยวกับเรื่องส่วนตัว 'อัจฉริยะ' เปิด 2 คลิป อ้างเป็นผู้เสียหาย ถูกทนายดังเรียกเงินเกือบล้านช่วยวิ่งคดี เสียเงินแต่สุดท้ายแห้ว ยันครูปรีชา ไม่ใช่เจ้าของหวย 30 ล้าน พร้อมเผยอนาคตครู...

มาตามนัด นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงษ์ อดีตประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ได้ไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊กของชมรมฯ ระบุ เรื่องแรก เป็นเรื่องของสาวไฮโซรายหนึ่ง ซึ่งมีปัญหาด้านกฎหมาย ก่อนอินบ็อกซ์ไปหาคนรูปหล่อ แล้วมีการติดต่อกันเรื่อยมา กระทั่งมีการขอไปเรียนเปียโนที่บ้านของไฮโซสาว ซึ่งบ้านหลังดังกล่าวมีวงจรปิดบันทึกเหตุการณ์เอาไว้ได้ ขณะคนรูปหล่อฉุดกระชาก สาวไฮโซ ต่อมาคนรูปหล่อรับสารภาพว่าก่อเหตุจริง โดยโยนความผิดว่า สาวไฮโซสมยอม และแอบถ่ายคลิปวิดีโอ ซึ่ง ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ รับทราบเรื่องนี้เป็นอย่างดี

เรื่องที่ 2 เป็นเรื่องของ ไอ้ฟ็อกซ์ กับพี่เก่ง ซึ่งเป็นเพื่อนรักกัน ร่วมกันก่อตั้งองค์กรขึ้นมาองค์กรหนึ่ง เก่งเป็นคนดี มีอุดมการณ์ และมีคุณธรรม วันหนึ่ง เก่งเห็นฟ็อกซ์ทำผิดศีลข้อ 3 เก่งก็เลยตักเตือนเพื่อนด้วยความหวังดี แต่ ฟ็อกซ์ ไม่พอใจ ทำให้ทั้งคู่มีปากเสียงอย่างรุนแรง เก่งเลยตัดสินใจออกและเลิกทำองค์กรที่ก่อตั้งขึ้นร่วมกับฟ็อกซ์ กลับมาทำในสิ่งที่ตัวเองรักด้วยการตั้งทีมฟุตบอลขึ้น 

แต่เรื่องไม่จบแค่นั้น เมื่อวันที่ 13 เมษายน 2560 มีเจ้าหน้าที่มาขอตรวจค้นยาเสพติดในบ้านเก่ง แล้วเก่งก็อยู่ในบ้าน ซึ่งเจ้าหน้าที่รู้ว่ามียาไอซ์ซ่อนไว้ในชักโครกเก่าที่ไม่ได้ใช้แล้ว ทำให้เก่งสิ้นอิสรภาพ และเข้าสู่เรือนจำ จากนั้นก็มีเพื่อนแวะเวียนมาเยี่ยม รวมถึงโดยคนรูปหล่อซึ่งเข้ามาถากถางต่างๆ นานา และว่าต้องอยู่ในคุกอย่างเดียว

ต่อมา เก่งถูกศาลจำคุกตลอดชีวิต ความพยายามของพรรคพวกที่รู้ว่าพี่เก่งถูกกลั่นแกล้ง ก็อุทธรณ์ แต่ก็ยังถูกกลั่นแกล้งเรื่อยมา จนตัดสินใจว่าไม่ขอฎีกาอีก ทำให้ต้องติดคุกตลอดชีวิต ซึ่งทางชมรมเองก็เตรียมหลักทรัพย์ไว้จำนวน 3 ล้านบาท เพื่อประกันตัวออกมาสู้คดี แต่สุดท้ายมารู้ว่าเก่งไม่ขอฎีกาแล้ว

ทั้งนี้ มารู้ภายหลังว่าฟ็อกซ์ได้รายได้จากการช่วยเหลือนักโทษ คนที่มาเบิกความซัดทอดเก่ง เป็นจำนวนเงิน 6 แสนบาท โดยนักโทษคนนั้นก็ได้ลดโทษด้วย เพราะช่วยขยายผลจับเครือข่ายยา นั่นก็คือ เก่ง

ซึ่งวันนี้ทางชมรมจะขอเปิดคลิปสำคัญ 2 คลิป ซึ่งเป็นเรื่องของนักธุรกิจส่งออกอาหารทะเล จ.สมุทรสาคร พี่หมวย กับพี่สมนึก ถูกมิจฉาชีพหลอกลวงให้ลงทุนห้องเย็น สูญเงิน 10 ล้านบาท ไปแจ้งความที่โรงพัก พนักงานสอบสวนก็สั่งฟ้องไป 42 กรรม แต่เจออัยการที่เป็นพรคพวกของคนรูปหล่อ สั่งฟ้องกรรมเดียว ผู้เสียหายทั้งสองคนรับไม่ได้ที่ตัวเองเสียเงิน 10 ล้าน แต่ผู้ต้องหาทั้งสองคนมีโทษจำคุกเพียง 2 ปี จากนั้นทั้งสองจึงไปขอร้องอัยการให้สั่งฟ้อง 42 กรรม แต่อัยการกลับเพิกเฉย 

ต่อมาจึงไปติดต่อคนรูปหล่อ เพื่อถามว่าจะทำอย่างไรให้คนร้ายโดน 42 กรรม คนรูปหล่อบอกไม่มีปัญหา และอ้างว่าเป็นเพื่อนกับอัยการ โดยมีค่าใช้จ่าย 7 แสน เก็บก่อน 5 แสน สองสามีภรรยาก็จ่ายไป 5 แสน ซึ่งจริงๆ แล้วไม่จำเป็นต้องเสียเงินเลยสักบาท สุดท้ายศาลลงโทษกรรมเดียว

คลิปแรก เป็นเรื่องคนในพื้นที่รู้ดีว่า บุคคลคนนี้เป็นอย่างไร ซึ่งทางชมรมฯ ไม่ยืนยันว่าเป็นใคร และเป็นเสียงใคร

โดยเป็นเสียงสนทนาระหว่างหญิงคนหนึ่งกับผู้เสียหายรายหนึ่ง พูดคุยอ้างว่าถูกทนายคนดังเรียกเงินในการวิ่งเต้นคดี โดยที่ฝ่ายหญิงเองระบุว่า คนในพื้นที่รู้ดีว่าทนายคนดังกล่าวเป็นคนอย่างไร

คลิป 2 เป็นการสนทนาของข้าราชการท่านหนึ่งกับผู้เสียหาย 

ผู้ชายคนที่ 1 ผมไม่มีอะไร แย่จังเอาชื่อผมไปแอบอ้าง มันเสียนะ

ผู้ชายคนที่ 2 แกทำท่าจะไม่คืนเงินผมนะ แกเรียก 7 แสนเอาไป 5 แสน บอกต้องเอาไปเดินเรื่องตรงนั้นตรงนี้ ผู้ชายคนที่ 1 ตกลงมันคืนพี่มากี่บาท ผู้ชายคนที่ 2 คืนมา 450,000 บาท เขาเก็บไว้ 5 หมื่น

ผู้ชายคนที่ 1 มันเก็บเป็นค่าอะไร

ผู้ชายคนที่ 2 เขาบอกจะคืนหมด เขาจะไม่ให้ผม เขาจะเอาเป็นค่าว่าความ เขานะมูมมามมาก ก็พาเพื่อนไปกิน ผู้ชายคนที่ 2 วันก่อนเจอพี่คนหนึ่ง เขาก็เล่าให้ฟัง ผมก็สงสารพี่นะ ผมเคยเตือนพี่แล้วนะ ว่าพี่เป็นคนดีและพี่ซื่อๆ

ผู้ชายคนที่ 1 คือแฟนผมไม่ได้อะไร อยากให้ลงโทษเขา ผมก็งงว่าทำไมไม่ช่วยผม

ผู้ชายคนที่ 2 มันแก้ไม่ได้ มันทำไม่ได้

ผู้ชายคนที่ 1 เรื่องของท่าน ผมก็บอกแฟน แฟนก็ไปบอกเขา ทางโน้นก็บอกว่า เขาบอกว่าทำอะไรก็ปรึกษาผมก่อน ผมว่าเขาเรียกเยอะเกิน

ผู้ชายคนที่ 2 พูดแบบนี้เสียหายนะ ผมต้องคุยกับเขา เก็บคลิปเสียงเอาไว้ อย่าเผยแพร่นะ คนเสียหายจะเป็นเรา

ผู้ชายคนที่ 1 ถ้าแบบนั้นให้แฟนผมไปพูดด้วยนะ ผมก็ด่าแกในเฟซ

ผู้ชายคนที่ 2 ผมก็ไม่ได้รู้จักเขาเป็นการส่วนตัว ที่สำคัญเขาไม่ได้จบเนติ

ผู้ชายคนที่ 1 อ้าว เขาก็ไม่ได้จบเนติ ผมก็ยังถามว่าทำไมถึงไม่

ผู้ชายคนที่ 2 มาทำคดียาเสพติด จำเลยที่ผมฟ้องติดคุกตลอด

ผู้ชายคนที่ 1 ท่านเชื่อไหมเขายังเอาชื่อท่านไปอ้างเลย

อย่างไรก็ตาม คลิปทั้งหมดนี้ยังไม่รวมวงจรปิดที่คนรูปหล่อเข้าไปข่มขู่ผู้เสียหายถึงในบ้าน และว่ากุ้งมังกรตัวละ 5 หมื่น จะเป็นไพ่ใบสุดท้ายที่จะนำมาเปิดเผยต่ออัยการ โดยกุ้งมังกรนี้เป็นไพ่ที่กุมความลับ ซึ่งเป็นเอกสารของทางราชการ มีการไปตกลงข้อสัญญากันแถววัดท่าไม้ วันนี้สิ่งที่ทำไม่ใช่เรื่องส่วนตัว แต่เป็นการให้ประชาชนออกมาต่อต้านการวิ่งเต้นคดียาเสพติด อย่าคิดว่าไม่ใช่เรื่องของตัวเอง ซึ่งเราจะมีการดำเนินคดีตามกฎหมาย และร้องเรียนมรรยาททนายความของคนรูปหล่อด้วย 

และว่าตัวเองสีขาว ไม่ใช่สีเทา และพร้อมจะชนกับทนายสายโจรทุกรูปแบบ

ส่วนเรื่องครูปรีชา ตนยืนยันว่า ครูปรีชาไม่ใช่เจ้าของลอตเตอรี่ และสุดท้ายต้องต้องคดี ติดคุกแน่นอน

และภายใน 3 วันนี้ ทุกคนจะได้เห็นอะไรอีกเยอะ และถ้าเกิดอะไรขึ้นตนขอรับผิดชอบ ขออย่างเดียว อย่าให้ตำรวจช่วยตำรวจ อัยการช่วยอัยการ คดีดาราสาวความจริงปรากฏแน่นอน ผมเชื่อมั่นประธานตรวจสอบข้อเท็จจริง และเชื่อมั่นว่า อัยการสูงสุด ต้องทำความจริงให้ปรากฏ เหตุใดอัยการถึงฟ้องวันสุดท้าย และเหตุใดพนักงานสอบสวนไม่ตรวจสอบที่เกิดเหตุในวันจับกุม ยังมีข้อมูลเชิงลึกอีกมาก

ทั้งนี้ กุ้งมังกรตัวละ 5 หมื่นจะเป็นตัวไขปริศนาทั้งหมด และตนยืนยันว่า มีเจ้าหน้าที่รัฐช่วยเหลือดาราสาวให้พ้นคดี ไม่ใช่ทนาย และผมพร้อมจะสละชีวิต ถ้าได้เปิดโปงขบวนการวิ่งเต้นคดียาเสพติดนี้ และสัปดาห์นี้จะมีอะไรตามมาอีกมากมาย.

ฟังคลิป ที่นี่

(นาทีที่ 22.51 เป็นต้นไป)

(ภาพและข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม)

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้