วันพุธที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ให้โอกาสคนเป็น ดาวน์ซินโดรมมีงานทำ

ให้โอกาสคนเป็น ดาวน์ซินโดรมมีงานทำ

  • Share:

เป็นเรื่องน่ายินดีที่ผู้เป็นดาวน์ซินโดรมในสหรัฐอเมริกา สามารถประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจขนาดเล็กของเขาให้เป็นที่ต้องการของลูกค้ากลุ่มหนึ่งได้ ซึ่งความจริง งานนี้ต้องขอบคุณคุณพ่อมาร์คด้วยที่ให้การสนับสนุนลูกชายมาโดยตลอด เพราะถ้าพ่อไม่สนับสนุนให้จอห์น โครนนิน บุตรชาย ซึ่งเป็นเด็กพิเศษ (เพราะเขาเป็นดาวน์ซินโดรม) ที่เพิ่งเรียนจบระดับมัธยมปลาย ให้เริ่มต้นทำธุรกิจที่จอห์นรักมากที่สุดนั่นก็คือ การผลิตถุงเท้าออกจำหน่ายสู่ท้องตลาดละก็ ป่านนี้จอห์นคงเป็นเด็กพิเศษที่ยังไม่มีธุรกิจเป็นของตัวเองเหมือนกับเด็กพิเศษอีกหลายๆคน

วีโอเอ แจ้งว่า จอห์น โครนนิน หนุ่มนักเรียนที่หลังเรียนจบชั้นมัธยมปลายก็ปรึกษากับพ่อว่าอยากทำธุรกิจสักอย่างนึง โดยเลือกทำในสิ่งที่จอห์นรัก นั่นคือ ถุงเท้า นั่นเอง

จอห์น ซึ่งเป็นผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท จอห์น’ส เครซี่ ซ็อค กล่าวว่า เขาอยากขายถุงเท้าที่ออกแบบให้มีสีสันสนุกสนานและสร้างสรรค์ และธุรกิจขายถุงเท้าเครซี่ ซ็อค ช่วยทำให้เขาได้เป็นตัวของตัวเองอย่างมาก

โดยจอห์นออกแบบถุงเท้าเอง และตั้งแต่เริ่มเปิดตัว จอห์น’ส เครซี่ ซ็อค ก็ทำให้นักธุรกิจพ่อลูกทำงานยุ่งตัวเป็นเกลียว ทั้งนี้ จอห์น (ซึ่งเป็นเด็กดาวน์ซินโดรม) ทำหน้าที่ออกแบบถุงเท้าเอง, เป็นนักแสดงโฆษณาถุงเท้าทางวิดีโอและในโปรโมชันต่างๆ ตลอดจนเป็นคนจัดของที่ลูกค้าสั่ง ส่วนพ่อมาร์คจะดูแลด้านเทคนิคทุกอย่างของธุรกิจ รวมทั้งการทำบัญชี, การจัดการสต๊อกสินค้ารวมไปถึงการว่าจ้างพนักงานด้วย

นายมาร์ค ผู้เป็นพ่อบอกว่า พวกเขาสามารถสร้างงานได้แล้ว 35 ตำแหน่ง โดยพนักงานใน 18 ตำแหน่งของจำนวนทั้งหมดเป็นคนที่มีความพิการที่แตกต่างกันออกไปหลายอย่าง และยังระดมเงินให้กับหน่วยงานการกุศลที่ร่วมมือกับทางบริษัทแล้วกว่า 1 แสน 3 หมื่น 5 พันดอลลาร์สหรัฐฯ

กลยุทธ์ในการจัดจำหน่ายของพ่อลูกคู่นี้ก็ยอดเยี่ยมมาก เพราะมาร์คกับจอห์นพยายามทำให้ถุงเท้าทุกคู่ที่ลูกค้าสั่งซื้อนั้นมีความหมายต่อลูกค้า โดยพวกเขาจะนำสินค้าไปส่งให้ลูกค้าด้วยตัวเองหากลูกค้าอาศัยอยู่ใน ลอง ไอร์แลนด์ แต่สำหรับลูกค้าที่อาศัยไกลออกไป จอห์นจะแนบข้อความที่เขาเขียนถึงลูกค้าลงไปในกล่องด้วย

แต่สุดยอดของอะไรทั้งหมด จอห์นบอกว่า เป้าหมายของบริษัทคือการแบ่งปันความสุข

เรื่องราวที่วิเศษอย่างนี้ “เด็กพิเศษ” หรือ “ผู้ที่มีความแตกต่าง” ในบ้านเราน่าจะได้รับโอกาสในการทำงานบ้าง เพื่อให้พวกเขามีรายได้เป็นของตัวเอง เช่น * มีการจ้างงานเด็กพิเศษเพื่อให้ขายกาแฟ ได้ หรือเป็นลูกมือช่วยขายช่วยทำกาแฟหรือชงชาก็ยังดี * ช่วยให้งาน เด็กพิเศษทำการจัดสิ่งของใส่ในกล่องพัสดุ ก็เป็นงานไม่ยากเกินไป แถมทำให้ชีวิตของบุคคลเหล่านี้มีความหมายขึ้นอีกด้วย.

คนสมถะ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้