วันจันทร์ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เปิดม่านความจริง

เปิดม่านความจริง

  • Share:

อ่านลึกๆมองยาวๆอะไรเป็นอะไรจึงจะกระจ่าง

นักการเมืองนั้นพูดดำเป็นขาว พูดขาวเป็นดำได้เสมอ ขอให้ได้ประโยชน์เป็นใช้ได้ บ้านเมืองมันเลยวุ่นวาย ขัดแย้ง แตกแยก ไม่รู้จบ

ข่าว “เขย่าขวด” สุดสัปดาห์นี้สองสามวันที่ผ่านมา แวดวงการเมืองเกิด (วิ) วาทะทางการเมืองอย่างถึงลูกถึงคน

มาไม้ไหนไปไม้นั้น...หาใช่คนธรรมดาไม่

ฝ่ายหนึ่งอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร เจ้าของพรรคเพื่อไทยตัวจริงเสียงจริง

ฝ่ายหนึ่ง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ “พี่ใหญ่” แห่ง คสช.

อาศัยวาระ 12 ปีนับแต่ปฏิวัติ 19 ก.ย.49 จนถึงปัจจุบันด้วยข้อสรุปว่า บ้านเมืองไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไม่มีอะไรดีขึ้น

“ทักษิณ ชินวัตร” ระบุเอาไว้ว่า...

เป็นผู้ถูกกระทำ ถูกกลั่นแกล้ง ไม่ได้เป็นผู้ก่อปัญหาความขัดแย้ง

มิหนำซ้ำครอบครัวต้องบ้านแตกสาแหรกขาด ไปคนละทิศละทาง เคยมีความสุขกลับกลายเป็นทุกข์ระทม ต้องกลายเป็นสัมภเวสี สรุปด้วยคำว่า “อโหสิกรรม” ให้กับทุกคน

“ประวิตร” ให้คำจำกัดความสั้นๆ เข้าใจง่ายๆว่า ใครทำอะไรไว้ย่อมรู้อยู่แก่ใจ ไปแก้คดีหรือเอาให้กระชับก็ทำนองว่า “ไปติดคุกก่อนแล้วค่อยมาคุยกัน”

เมื่อเจอดอกนี้เข้าไปอาการฉุนก็เกิดขึ้น จึงโต้ตอบกลับไปว่า “ท่าทีและน้ำเสียงขึงขังน่ากลัวจัง ไม่นุ่มนวลอ่อน หวานเหมือนตอนมาเกาะโต๊ะขอเป็น ผบ.ทบ.เลย”

ว่าไปแล้วนี่เป็นครั้งแรกที่ “ทักษิณ” ตอบโต้ถึงตัวบุคคลใน คสช. ทั้งที่ก่อนหน้านี้ว่าโดยภาพรวมมากกว่า

พลันมีเสียงตอบโต้เช่นนี้ แต่อีกฝ่ายดูเหมือนจะทันเกมจึงไม่ตอบโต้ ยิ้มแย้มแจ่มใสแต่ในใจมิอาจคาดเดาได้

แต่ในทางการเมืองน่าจะอ่านออกว่า อีกไม่นานการเลือกตั้งจะเกิดขึ้น หากโต้กลับไปก็จะเปิดช่องที่จะสร้างข่าว สร้างความสำคัญเพื่อเรียกคะแนนสงสารได้
เพราะรู้กันดีว่าไม่ใช่ธรรมดา เนื่อง จากมีความสามารถพิเศษพูดจริงเป็นเท็จ พูดเท็จเป็นจริงได้ อย่างที่รู้ๆกันดีอยู่

เรื่องปฏิวัติจากวันนั้นถึงวันนี้ คงไม่ต้องไปอธิบายความ

แต่เรื่อง “เกาะโต๊ะ” จึงน่าสนใจกว่า...

การแต่งตั้ง พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร ญาติผู้พี่ขึ้นเป็น ผบ.ทบ.นั้นไม่ว่าจะมองรูปไหนต่างเห็นพ้องต้องกันว่า ไม่เหมาะสมด้วยประการทั้งปวง

อย่างที่แวดวงตำแหน่ง ผบ.ทบ.นั้นถือว่าเป็นตำแหน่งสำคัญมีอำนาจมาก ชี้เป็นชี้ตายบ้านเมืองได้

จะตั้งใครเป็นต้องคำนึงถึงความเหมาะสมจริงๆ ไม่ใช่ทหารช่าง ทหารโรงครัว ทหารเฮฮาปาร์ตี้ที่ใครจะเป็นก็ได้

มีคนหวังดีเคยเตือนเขาว่าไม่ควรจะตั้งนะ คำตอบที่ได้รับด้วยท่าทางไม่พอใจถึงกับหน้าแดงเป็นลูกตำลึง “ทำไมคนตระกูล “ชินวัตร” เป็น ผบ.ทบ.ไม่ได้หรือ”...ก็จบ

เมื่อตั้งให้เป็นแล้วความสามารถไม่ถึง ทำงานไม่เข้าเป้า เกิดปัญหาขึ้นมาหลายจุด แม้กระทั่งคนตั้งเองก็ไม่ค่อยสบอารมณ์ ที่สำคัญก็คือ...

1. ทหารในกองทัพเริ่มแสดงอาการไม่พอใจ

2. โอกาสที่จะถูกปฏิวัติมีความเป็นไปได้สูง

หนทางแก้ไขก็ต้องเปลี่ยนตัว ผบ.ทบ. จาก พล.อ.ชัยสิทธิ์ ที่ให้เป็น ผบ.สส. และให้ พล.อ.ประวิตร ขึ้นเป็น ผบ.ทบ.

เรื่องทำนองนี้อ่านจากการเมืองก็ คงไม่ต่างจากกรณี “3 ส.สามมิตร” เท่าใดนัก ทั้ง “สมคิด-สมศักดิ์-สุริยะ” เป็นใครมาจากไหน “ทักษิณ” ย่อมรู้อยู่แก่ใจ

แต่ทำไมวันนี้...ถึงมาตั้งป้อมสู้กันอย่างเอาเป็นเอาตาย

จากมิตรกลายเป็นศัตรูมันต้องมีอะไรในกอไผ่แน่!!!

“ลิขิต จงสกุล”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้