วันอังคารที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
นโยบาย “ตะวันฉาย 2” ชูธงสันติภาพเกาหลี

นโยบาย “ตะวันฉาย 2” ชูธงสันติภาพเกาหลี

  • Share:

ความตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลีลดลงเยอะ ตั้งแต่ประธานาธิบดีมุน แจ-อิน แห่งเกาหลีใต้ และนายคิม จอง-อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ประชุมสุดยอด (ซัมมิต) กัน 2 ครั้ง เมื่อ 27 เม.ย. และ 26 พ.ค. ที่หมู่บ้านปันมุนจอม ตามด้วยซัมมิตประวัติศาสตร์ระหว่างประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ กับคิม จอง-อึน ที่สิงคโปร์ เมื่อ 12 มิ.ย.

เมื่อ 17-19 ก.ย. มุน แจ-อิน เพิ่งไปซัมมิตรอบ 3 กับคิม จอง-อึน ที่กรุงเปียงยาง หลังซัมมิตครั้งก่อนๆ คิม จอง-อึน สัญญาว่าจะทำให้คาบสมุทรเกาหลีปลอดอาวุธนิวเคลียร์โดยสมบูรณ์ ซึ่งมุน แจ-อิน ไปติดตามความคืบหน้าและได้ผลน่าพอใจอย่างยิ่ง

หลังกลับจากเปียงยาง มุน แจ-อิน แถลงว่า คิม จอง-อึน ต้องการจัด “ซัมมิต” ครั้งที่ 2 กับทรัมป์โดยเร็วที่สุด และต้องการปลดอาวุธนิวเคลียร์โดยเร็ว เพื่อมุ่งพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ โดยขั้นแรกจะให้ รมว.ต่างประเทศเกาหลีเหนือไปเยือนนครนิวยอร์ก และให้ รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ ไปเยือนกรุงเปียงยาง ขณะที่สหรัฐฯหวังว่าจะปลดอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือได้ในปี 2564

คิม จอง-อึน ยังจะปิดศูนย์ปล่อยและทดสอบเครื่องยนต์ขีปนาวุธ “ทงชาง-รี” ให้ผู้เชี่ยวชาญจากนานาชาติเข้าไปตรวจสอบได้ จะปิดศูนย์พัฒนานิวเคลียร์ “ยองบอน” ซึ่งใช้เพิ่มสมรรถนะสารสร้างอาวุธนิวเคลียร์ (แต่มีเงื่อนไขต้องได้รับอะไรตอบแทน) คิม จอง-อึน ยังอาจไปเยือนกรุงโซลในอนาคตอันใกล้ และเกาหลีเหนือ-ใต้ จะสมัครชิงเป็นเจ้าภาพร่วมกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อนปี 2575 จะตั้งเขตกันชนตามชายแดนทั้งทางบก ทางทะเล ถอนหอรักษาการณ์ 11 แห่งจากเขตปลอดทหารภายในสิ้นปีนี้ และตั้งเขตห้ามบินเหนือเส้นขนานที่ 38 กั้น 2 เกาหลี ฯลฯ

การเยือนถิ่นโสมแดงครั้งนี้ นอกจากชูธงสันติภาพและความร่วมมือแล้ว มุน แจ-อิน ยังรับบทบาทเป็น “ตัวกลาง” ระหว่างทรัมป์กับคิม จอง-อึน ด้วย ขณะที่การผลักดันให้เกาหลีเหนือปลดอาวุธนิวเคลียร์ชะงักงัน!

ชื่นมื่น–ประธานาธิบดี มุน แจ–อิน แห่งเกาหลีใต้ และนายคิม จอง–อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ร่วมชูมือท่ีข้างทะเลสาบสวรรค์ บนภูเขาแปกตู โดยมีนางคิม จุง–ซุก และนางรี ซอล–จู ภริยาของนายมุนและนายคิมยืนยิ้มอยู่ข้างๆ ระหว่างท่ีนายมุนไปประชุมสุดยอดครั้งท่ี 3 กับนายคิม เมื่อ 20 ก.ย. (รอยเตอร์)

น่าสังเกตว่า มุน แจ-อิน หอบความมุ่งมั่น จริงใจและไมตรีจิตไปด้วยเต็มเปี่ยม ด้วยการพา “คณะผู้ติดตามพิเศษ” ไปด้วยถึง 52 คน รวมทั้ง “ไอลี” ป๊อปสตาร์สาว ฉายา “บียอนเซแห่งเกาหลีใต้” และ “ซิโค” แร็ปเปอร์วงบอยแบนด์ “บล็อก บี” นอกจากนี้ยังมีประธาน ซีอีโอ และผู้บริหารของกลุ่มบริษัทยักษ์ใหญ่ หรือ “แชโบล” ทั้งซัมซุง ฮุนได แอลจี เอสเค ไปจนถึงนักกีฬาชื่อดังหลายคน

เป้าหมายหลักของมุน แจ-อิน ก็คือ ส่งเสริมความร่วมมือกับเกาหลีเหนือทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และอื่นๆ ขณะที่ความสัมพันธ์ทางการทูตกำลังไปได้สวย เพราะเชื่อว่าความร่วมมือที่ดีจะเป็นประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่ายในระยะยาว ช่วยลดความ ตึงเครียด นำไปสู่การปลดอาวุธนิวเคลียร์และรวมชาติเกาหลีในที่สุด

มุน แจ-อิน พยายามรื้อฟื้นโครงการร่วมต่างๆ โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานของเกาหลีเหนือ ทั้งการพัฒนาถนน รถไฟ ระบบไฟฟ้า ไปจนถึงเขตอุตสาหกรรมร่วม “แกซอง” ซึ่งบริษัทเกาหลีใต้เข้าไปลงทุนจ้างงานชาวเกาหลีเหนือหลายหมื่นคน แต่ถูกปิดไปหลังเกาหลีเหนือทดลองอาวุธนิวเคลียร์ลูกที่ 6 และขีปนาวุธหลายครั้งปีที่แล้ว

นโยบายของเขาคล้ายคลึงกับนโยบาย “ตะวันฉาย” (Sunshine Policies) ซึ่งประธานาธิบดีคิม แด-จุง เป็นผู้ริเริ่มในปี 2541 ก่อนไปประชุมสุดยอดกับคิม จอง-อิล ผู้นำเกาหลีเหนือคนก่อนในปี 2543 นับเป็นผู้นำเกาหลีใต้คนแรกที่ไปเยือนเกาหลีเหนือตั้งแต่สงครามเกาหลียุติลง โดยมีข้อตกลงพักรบในปี 2496

แต่นโยบายตะวันฉายต้องถึงกาลอวสานในปี 2552 หลังเกาหลีเหนือทดสอบอาวุธนิวเคลียร์และขีปนาวุธหลายครั้ง ทำให้เกาหลีเหนือถูกต่อต้านรุนแรงและถูกนานาชาติคว่ำบาตรหลายระลอก

นโยบายของมุน แจ-อิน ซึ่งอาจเรียกได้ว่า “ตะวันฉาย 2” นี้ สอดคล้องกับนโยบายของคิม จอง-อึน พอดี เพราะตั้งแต่บิดาถึงแก่อสัญกรรมในปี 2554 และคิม จอง-อึน ได้ขึ้นกุมอำนาจแทน เขาเริ่มเปิดตลาดรับระบบทุนนิยมมากขึ้น แม้รัฐบาลพรรคกรรมกรยังกุมอำนาจทางการเมืองเบ็ดเสร็จเช่นเดิม

คิม จอง-อึน เล็งเห็นว่า ถ้าระบบโครงสร้างพื้นฐานของประเทศดีขึ้น โดยเฉพาะถนนและรถไฟ จะทำให้การเคลื่อนย้ายสินค้าและการเดินทางของประชาชนลื่นไหลรวดเร็วขึ้น ช่วยให้เศรษฐกิจเติบโต ซึ่งหลังประกาศยุติการทดลองระเบิดนิวเคลียร์และขีปนาวุธเมื่อต้นปีนี้ เพราะบรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมายแล้ว คิม จอง-อึน ประกาศชัดเจนว่าจะมุ่ง พัฒนาเศรษฐกิจของประเทศแทน และเริ่มยื่นไมตรีจิตถึงเกาหลีใต้ จนมี “ซัมมิต” ผู้นำเกาหลีเหนือ-ใต้ และสหรัฐฯ ดังที่ว่ามาแล้ว

กระหึ่ม–ประธานาธิบดี มุน แจ–อิน แห่งเกาหลีใต้ และนายคิม จอง–อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ โบกมือทักทายฝูงชน ขณะไปร่วมชมมหกรรมการแสดงอันยิ่งใหญ่ “แมส เกมส์” ที่ให้ชื่อว่า “ประเทศรุ่งโรจน์” ที่สนามกีฬาเมย์ เดย์ ในกรุงเปียงยาง เมื่อ 19 ก.ย. (รอยเตอร์)

ซัมมิตครั้งแรกเมื่อ 27 เม.ย. มุน แจ-อิน ถึงขั้นดาวน์โหลดแผนร่วมพัฒนาเกาหลีเหนือใส่ “ยูเอสบี เมมโมรีสติ๊ก” ไปให้คิม จอง-อึน ดูด้วย ซึ่งแผนนี้รวมทั้งตั้งเป้าสร้าง “รถไฟความเร็วสูง” เชื่อมกรุงโซลกับกรุงเปียงยาง และต่อขยายจากเปียงยางไปเมือง “ชินอึยจู” ศูนย์กลางการค้าสำคัญของเกาหลีเหนือติดพรมแดนจีน โครงการนี้มีมูลค่ามหาศาลถึง 35,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 1,120,000 ล้านบาท)!

จริงๆแล้วโครงการนี้มีมาตั้งแต่ยุค “ตะวันฉาย 1” แล้ว แต่มีอุปสรรคมากมายจึงไม่สำเร็จ แต่มุน แจ-อิน ฝันไกลไปกว่านั้น โดยต้องการสร้างทั้งถนนและรถไฟเชื่อมกับเกาหลีเหนือ ต่อขยายไปถึงจีน ภูมิภาคตะวันออกไกลของรัสเซีย และมองโกเลีย เพื่อผนึกเศรษฐกิจในภูมิภาคให้เป็นหนึ่งเดียว

แต่โครงการเหล่านี้ไม่มีทางสำเร็จได้ ถ้านานาชาติ โดยเฉพาะสหรัฐฯ ยังไม่ยกเลิกมาตรการคว่ำ บาตรเกาหลีเหนือ โดยทรัมป์ต้องการให้เกาหลีเหนือปลดอาวุธนิวเคลียร์ก่อนที่จะผ่อนคลายหรือยกเลิกคว่ำบาตร ขณะที่เกาหลีเหนือก็มีลูกล่อลูกชนยัง “กั๊ก” ไม่ยอมปลดอาวุธนิวเคลียร์แต่ฝ่ายเดียว เพียงรื้อทำลายโครงการนิวเคลียร์และขีปนาวุธบางส่วน และต้องการผลประโยชน์ตอบแทนแบบ “ยื่นหมูยื่นแมว”

ตรงนี้เองที่มุน แจ-อิน ต้องคอยเป็น “ตัวกลาง” ช่วยไกล่เกลี่ยผลักดัน ถ้าสามารถทำให้โสมแดงปลดอาวุธนิวเคลียร์ได้โดยสมบูรณ์ รางวัล “โนเบลสันติภาพ” ร่วมกับคิม จอง-อึน และทรัมป์ ก็อยู่ไม่ไกล!

บวร โทศรีแก้ว

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้