วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ประกาศเตือนพายุ 2 ลูกใหม่เคลื่อนเข้าจีนส่งผลถึงไทย!

ประกาศเตือนพายุ 2 ลูกใหม่เคลื่อนเข้าจีนส่งผลถึงไทย!

  • Share:

มท.1 สั่งเตรียมพร้อมรับมือพายุลูกใหม่ เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำทั่วประเทศ หลังกรมอุตุฯออกประกาศเตือนจะมีพายุเข้าถล่มจีนถึง 2 ลูกซ้อน ลูกแรกเป็นพายุโซนร้อน “บารีจัต” เคลื่อนตัวเข้าจีน 13-14 ก.ย.ตามด้วยพายุไต้ฝุ่น “มังคุด” ถล่มซ้ำในวันที่ 16-18 ก.ย. ส่งผลให้ประเทศไทยมีฝนตกหนักในหลายพื้นที่ ส่วนชาวบ้านในนครพนมกว่า 300 หลังคาเรือนยังมีสภาพจมบาดาล เดือดร้อนหนัก ถูกน้ำท่วมถึงอกมานานกว่า 1 เดือน ยังชีพด้วยการจับปลาขาย

หลายพื้นที่ยังคงต้องเผชิญกับภาวะฝนตกหนัก และน้ำท่วมขัง ล่าสุดกรมอุตุฯประกาศเตือนคนไทยเตรียมรับมือจากอิทธิพลของพายุอีก 2 ลูกที่กำลังเคลื่อนตัวเข้าประเทศจีน โดยเมื่อวันที่ 11 ก.ย.กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือน “พายุบารีจัต (BARIJAT)” ฉบับที่ 1 ลงวันที่ 11 ก.ย. ว่า พายุดีเปรสชันบริเวณทะเลจีนใต้ตอนบนได้ทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อน “บารีจัต” (BARIJAT) มีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 20.6 องศาเหนือ ลองจิจูด 117.9 องศาตะวันออก ความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลาง ประมาณ 70 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกด้วยความเร็วประมาณ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าพายุนี้จะเคลื่อนผ่านเกาะฮ่องกง และเกาะไหหลำ ประเทศจีน ในช่วงวันที่ 13-14 ก.ย. ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเล อันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้น ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรงขึ้น มีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

สำหรับพายุไต้ฝุ่น “มังคุด” (MANGKHUT) บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกมีแนวโน้มการเคลื่อนตัวผ่านเกาะลูซอน ประเทศฟิลิปปินส์ และเกาะไต้หวัน ในช่วงวันที่ 14-15 ก.ย. หลังจากนั้นจะเคลื่อนลงสู่ทะเลจีนใต้ตอนบน และเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศจีนตอนใต้ในช่วงวันที่ 16-18 ก.ย.ตามลำดับ ส่งผลให้ มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย มีกำลังแรงอย่างต่อเนื่อง ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนัก บางพื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่รับลมมรสุมด้านตะวันตกของภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังผลกระทบจากฝนตกหนักและฝนตกสะสมที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง รวมถึงดินโคลนถล่ม ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง มีคลื่นสูง 2-3 เมตร ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 13-18 ก.ย.

ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมหลายพื้นที่ยังมีสภาพจมบาดาล ที่ จ.กาฬสินธุ์ ฝนที่ตกหนักต่อเนื่องประกอบกับเขื่อนลำปาวเร่งระบายน้ำ ส่งผลให้นาข้าวใน ต.หลุบ อ.เมืองกาฬสินธุ์ มีสภาพเน่าตายนับพันไร่ นายอำพร พลไกรสร ชาวบ้านดอนสนวน ต.หลุบ อ.เมืองกาฬสินธุ์ เผยว่า ทำนา 6 ไร่ ถูกน้ำท่วมขังมานานกว่า 2 เดือน ต้นข้าวจมน้ำเน่าตายทั้งหมด ช่วงนี้ระดับน้ำก็เริ่มลดลง คาดว่าปลายเดือนนี้น้ำก็จะลดลงเป็นปกติ ต้องหาเงินลงทุนทำนาปรังต่อ เพราะขาดทุนจากการทำนาในช่วงที่ผ่านมา ทางการให้เงินชดเชยนาข้าวที่ถูกน้ำท่วมไร่ละ 1,113 บาท ไม่คุ้ม เพราะลงทุนไปเกือบหมื่นบาท แล้ว แต่ก็ต้องรับไว้เป็นทุนทำนาครั้งต่อไป หวังว่าราคาข้าวดีขึ้นจะได้มีเงินใช้หนี้และจุนเจือครอบครัว

เช่นเดียวกับ จ.นครพนม แม้ว่าแม่น้ำโขงจะลดระดับลงบ้างแล้ว แต่น้ำในลำน้ำสงครามและลำน้ำอูนยังล้นตลิ่งในระดับสูง สร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้าน 2 ฝั่งลำน้ำ หนักสุดในรอบกว่า 20 ปี โดยเฉพาะที่บ้านท่าบ่อ ต.ท่าบ่อสงคราม อ.ศรีสงคราม เป็นที่ลุ่มต่ำ บ้านเรือนประชาชนกว่า 300 หลังคาเรือน ถูกน้ำท่วมมานานกว่า 1 เดือน มีสภาพติดเกาะถูกตัดขาดจากโลกภายนอก บางจุดระดับน้ำท่วมสูงถึงอก ชาวบ้านต้องปรับสภาพอยู่กับน้ำ ยกของขึ้นที่สูง สร้างที่หลับนอนชั่วคราวในบ้านเพื่อหนีน้ำ เดือดร้อนอย่างหนัก คาดการณ์กันว่าระดับน้ำจะยังคงท่วมขังต่อไปอีกราว 1 เดือน เพราะยังมี ปริมาณน้ำจำนวนมากรอการระบายลงลำน้ำสงคราม บวกกับระดับน้ำโขงยังมีปริมาณสูง ทำให้ระบายได้ช้า พื้นที่เกษตรถูกน้ำท่วมขังเสียหายกว่า 50,000 ไร่ ชาวบ้านยังชีพด้วยการจับปลามาแปรรูปขาย

จ.นครนายก ยังคงมีน้ำท่วมสูงใน ต.บางอ้อ อ.บ้านนา ต.บางลูกเสือ ต.ทรายมูล ต.บางปลากด ต.องครักษ์ ต.บางสมบูรณ์ อ.องครักษ์ ชาวบ้านเดือดร้อนหนัก เจ้าหน้าที่ต้องย้ายเรือผลักดันน้ำจากบริเวณสะพานนิวเคลียร์ไปติดตั้งบริเวณสะพานโยธกา หน้าวัดพลอยกระจ่าง ต.บางสมบูรณ์ 12 ลำ ซึ่งเป็นพื้นที่ท้ายน้ำนครนายก เพื่อระบายน้ำลงสู่แม่น้ำบางปะกงไหลออกสู่ทะเล นอกจากนี้ ในวันเดียวกัน หน่วยกู้ภัยสว่างอาริยะ (จุดองครักษ์) เข้าช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียงรายหนึ่งในท้องที่หมู่ 3 ต.องครักษ์ ขึ้นเรือท้องแบนฝ่ากระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวและท่วมสูงนำส่งโรงพยาบาลองครักษ์อย่างทุลักทุเล

จ.ปราจีนบุรี น้ำยังคงท่วมหนักในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะหมู่ 7 ต.บางยาง และหมู่ 3 ต.บางแตน อ.บ้านสร้าง ถนนมีสภาพจมใต้น้ำ รถไม่สามารถสัญจรไปมาได้ ชาวบ้านต้องใช้เรือแทนรถในการสัญจร นาข้าวเสียหายเป็นบริเวณกว้าง ส่วนบ่อเลี้ยงกุ้งเสียหายหนักเช่นกัน นายประสาน คำรอด อายุ 64 ปี เกษตรกรเลี้ยงกุ้งเผยว่า ลงกุ้งไว้ 4 แสนตัว ถูกน้ำท่วมเสียหายทั้งหมด ส่วนที่ จ.เพชรบุรี นายศรีธรรม ราชแก้ว นายอำเภอบ้านแหลม เกณฑ์ชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ทหาร 50 นาย เข้าช่วยเกี่ยวข้าวให้นางสายหยุด บุษรารักษ์ อายุ 77 ปี บ้านเลขที่ 95 หมู่ 1 ต.บางครก อ.บ้านแหลม เนื้อที่กว่า 30 ไร่ หลังถูกน้ำท่วมขังมานานจนต้นข้าวมีสีดำคล้ำและต้นเริ่มเน่าส่งกลิ่นเหม็น

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมในปัจจุบันว่า ขณะนี้ลุ่มน้ำโขงจาก จ.หนองคาย จ.นครพนม จ.บึงกาฬ มีแนวโน้มระดับน้ำลดลง ถ้าไม่มีพายุลูกใหม่เข้ามา ส่วนฝั่งลุ่มน้ำชี จ.กาฬสินธุ์ อุบลราชธานี มีแนวโน้มระดับน้ำลดลงเช่นเดียวกัน ด้านแม่น้ำปราจีนบุรี แม่น้ำนครนายก รวมถึงสถานการณ์น้ำที่ จ.เพชรบุรี ตอนนี้มีแนวโน้มระดับน้ำลดลงเช่นกัน แต่ยังมีสถานการณ์น้ำที่รอระบายอยู่บ้างในพื้นที่ 9 จังหวัด รวมถึงต้องเฝ้าระวังเตรียมรับมือพายุลูกใหม่ที่จะเข้ามาด้วย เริ่มตั้งแต่มาตรการแจ้งเตือน เตรียมการช่วยเหลือ ทั้งนี้ ถ้าดูการระบายน้ำของกรมชลประทานในแม่น้ำแม่กลองที่รับน้ำจาก 2 เขื่อน แม่น้ำกาญจนบุรี ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ยังคงระบายน้ำในเกณฑ์ที่ไม่มากนัก

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้