วันพุธที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
บทบาทของชีสบ่งชี้ถึงวิวัฒนาการของมนุษย์

บทบาทของชีสบ่งชี้ถึงวิวัฒนาการของมนุษย์

  • Share:

ปัจจุบันมีการสำรวจพบว่าประมาณ 2 ใน 3 ของประชากรโลกมีอาการแพ้นมเนื่องจากร่างกายไม่สามารถย่อยน้ำตาลแลคโตส ที่อยู่ในอาหารจำพวกนม หรือที่เรียกว่าภาวะไม่ทนน้ำตาลแลคโตส (lactose intole-rant) ซึ่งในรายงานจากเว็บไซต์คอนเวอร์เซชันจากสหรัฐอเมริกา เผยว่าจริงๆแล้วผลิตภัณฑ์จากนมเป็นอาหารที่อยู่ในชีวิตประจำวันของประชากรในยุโรป อินเดียตอนเหนือ และอเมริกา เหนือ และการดื่มนมในวัยผู้ใหญ่ก็มีแนวโน้มว่าเกิดขึ้นช่วงยุคสัมฤทธิ์เมื่อ 4,500 ปีที่ผ่านมา

มีนักวิจัยหลายคนสนใจเกี่ยวกับบทบาทของชีส (cheese) ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากนมวัว นมแพะ นมแกะ หรือนมอูฐ ฯลฯ ว่าอาจมีส่วนในการบ่งชี้ถึงวิวัฒนาการของมนุษย์ หลังจากมีงานวิจัยที่วิเคราะห์สารพันธุกรรม หรือดีเอ็นเอ
(DNA) ในโครงกระดูกมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ที่อาศัยอยู่ในทวีปยุโรป แสดงให้เห็นลักษณะของยีนแลคเทส (lactase gene-LCT) ที่เป็นตัวช่วยให้เอนไซม์แลคเตสย่อยน้ำตาลแลคโตสได้

โดยพบว่ามีการผลิตเอนไซม์แลคเตสมาจนถึง 2,500 ปีก่อนคริสตกาล แต่ก็มีหลักฐานมากมายว่ามีการบริโภคนมในช่วงยุคหินใหม่ประมาณ 6,000-2,500 ปีก่อนคริสตกาลในยุโรป จึงไม่น่าแปลกใจที่ยุคหินจะเป็นจุดเริ่มต้นของการทำฟาร์มในหลายพื้นที่ของยุโรปและเป็นยุคที่มนุษย์เริ่มอาศัยอยู่ใกล้กับสัตว์

รวมทั้งชี้ให้เห็นว่าคนยุคหินรู้จักแปรรูปนมให้เป็นผลิตภัณฑ์อื่นๆ เพื่อเก็บไว้บริโภค เนื่องจากก่อนหน้านี้ก็มีการค้นพบโถเครื่องปั้นดินเผาแตกๆในสุสานอียิปต์โบราณที่มีร่องรอยชีสแข็ง เมื่อใช้เทคนิควิเคราะห์ไขมันก็พบว่าเมื่อ 3,200 ปีก่อน ชาวอียิปต์โบราณมีการใช้ชีสในพิธีศพ ซึ่งกลายเป็นเบาะแสทางโบราณคดีเกี่ยวกับความสำคัญของนมในการพัฒนาอาหารของมนุษย์ในทวีปยุโรป.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้