วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ยายแงง รับค่าเยียวยา8แสน! ถูกเซลส์หลอก ใช้อาหารเสริมหยอดตา

ยายแงง รับค่าเยียวยา8แสน! ถูกเซลส์หลอก ใช้อาหารเสริมหยอดตา

  • Share:

ยายคำแงง ผู้เสียหายคดี ถูกเซลส์ขายอาหารเสริม หลอกให้เอาผลิตภัณฑ์ไปหยอดตา เข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ย ยอมรับค่าเยียวยาจากบริษัท สรุปยายเสียตาไป1ข้าง ได้เงินมา8แสน  

วันที่ 10 ก.ย. ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดขอนแก่น นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดขอนแก่น ยุติธรรมจังหวัดขอนแก่น พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เวฬุวัน ร่วมเป็นสักขีพยานการไกล่เกลี่ยและเยียวยากรณีที่นางคำแงง สุวรรณะ อายุ 56 ปี อยู่บ้านเลขที่ 115 ม.4 บ้านโนนลาน ต.บ้านค้อ อ.เมือง จ.ขอนแก่น ที่ใช้ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมหยอดตา ตามคำแนะนำของเซลส์ขายอาหารเสริม จนตาเน่า ติดเชื้อ แพทย์ต้องผ่าตัดเอาตาออกให้ ก่อนที่เชื้อจะลุกลามไปที่สมองและดวงตาข้างซ้าย 

กรณีดังกล่าว เกิดขึ้นในช่วงเดือนมิถุนายนและกรกฏาคม ที่ผ่านมา เมื่อเซลล์ขายผลิตภัณฑ์อาหารเสริมกล่องสีเขียว ยี่ห้อหนึ่งเดินเร่ขาย ตามหมู่บ้าน และได้ขายให้คุณยายคำแงง ในราคาขวดละ 1,100บาท เซลส์ได้แนะนำสรรพคุณในการรักษาโรคเบาหวานความดันและอาการปวดตามร่างกาย ซึ่งคุณยายมีอาการปวดขา ปวดเข่ามาก่อน จึงซื้อมาดื่ม ขณะที่เซลส์ได้แนะนำให้คุณยายใช้ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมในขวดเดียวกัน หยอดตาแก้ต้อเนื้อในตาข้างขวาด้วย ซึ่งขวดแรกคุณยายยังไม่หยอดตา แต่อาการปวดที่ขาบรรเทาลง จึงสั่งขวดที่ 2 มาดื่ม ดื่มไปได้ครึ่งขวด คุณยายจึงตัดสินใจ ใช้ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่เซลส์ขาย เทแบ่งใส่ขวดพลาสติกใส่ แช่ในตู้เย็นมาหยอดตา โดยหยอดก่อนนอนครั้งละ 1 หยด รวม 6 ครั้ง ตามองไม่เห็น ไปพบแพทย์ที่รพ.ศูนย์ขอนแก่น แพทย์ตรวจพบว่า ตาเน่า เป็นหนองติดเชื้อ การรักษาต้องผ่าตัดตาออกเท่านั้น

ในเวลาต่อมา ลูกได้พายายคำแงงเข้าร้องเรียนที่ ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดขอนแก่น ถึงกรณีดังกล่าว พร้อมทั้งเข้าแจ้งความที่สภ.เวฬุวัน อ.เมือง จ.ขอนแก่น เพื่อให้มีการสอบสวนเอาผิดกับเซลส์ที่ขายขายผลิตภัณฑ์อาหารเสริม กฎหมาย เพราะเป็นบุคคลที่เป็นสาเหตุให้คุณยายคำแงงตาบอด ซึ่งพนักงานสอบสวนได้เรียกเซลส์ขายผลิตภัณฑ์อาหารเสริม ทั้งสองคนคือนายจรูญ ผ่องสนาม อายุ 57 ปี อยู่บ้านเลขที่ 234 ม.8 บ้านท่อน ต.โนนท่อน อ.เมือง จ.ขอนแก่น และนายธนภัทร โคตรเทียม อายุ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่ 162 ม.2 บ้านท่อน อ.เมือง จ.ขอนแก่นมาสอบสวน ซึ่งในเบื้องต้นสอบสวนในฐานะพยาน โดยนายจรูญยอมรับว่าเป็นคนแนะนำให้คุณยายคำแงงใช้ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม หยอดตาจริง

หลังเกิดเหตุและคุณยายผ่าตัดตาออกแล้ว กลับไปพักผ่อนที่บ้าน นายศิริพัฒน์ เลาหพูนรังษี ตัวแทนฝ่ายกฎหมาย บริษัทคิงส์เฮิร์บเวิลด์ 1999 จำกัด ได้เดินทางเข้าพบคุณยายและครอบครัวในขณะที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดขอนแก่น เรียกฝ่ายคุณยายคำแงงผู้ร้องเรียนและฝ่ายบริษัทซึ่งเป็นฝ่ายผู้ถูกร้อง เข้าสู่ขบวนการไกล่เกลี่ยและเยียวยา

"การไกล่เกลี่ยและเยียวยาท่ามกลางญาติพี่น้องฝ่ายคุณยายคำแงง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สื่อมวลชนทุกแขนง ซึ่งทางบริษัทได้เยียวยาคุณยายคำแงงเป็นเงินสด 800,000บาท ทางฝ่ายคุณยายาคำแงงก็พอใจ นอกจากนี้ พมจ.ขอนแก่น ยังมอบเงินช่วยเหลือให้คุณยายจำนวน 2,000บาท และยุติธรรมจังหวัดมอบให้จำนวน 50,000บาท"

หลังการไกล่เกลี่ยและเยียวยาจบกันด้วยดีทั้งสองฝ่าย นายศิริพัฒน์ เลาหพูนรังสี ในฐานะตัวแทนบริษัทฯ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า บริษัทรับเรื่องร้องทุกข์เกี่ยวกับพนักงานขายมาตลอด แต่ไม่เคยเกิดเหตุใหญ่เหมือนที่จังหวัดขอนแก่น แต่หลังเกิดเหตุแล้วบริษัทก็รีบมาพบผู้เสียหาย เพราะคำนึงถึงจิตใจของคุณยาย ซึ่งการเยียวยาก็ผ่านไปได้ด้วยดี

ส่วนกรณีพนักงานขายแนะนำลูกค้าหยอดตา รวมถึงการอ้างชื่อหมอ ชื่อดอกเตอร์บอกว่า หยอดตาได้นั้น นาย ศิริพัฒน์ เลาหพูนรังสี ยืนยันว่า บริษัท มีหมอคนดังกล่าวจริง ดอกเตอร์ก็คือเจ้าของบริษัท แต่ไม่มีการบอกให้พนักงานขายแนะนำลูกค้านำผลิตภัณฑ์อาหารเสริม ไปหยอดตาแต่อย่างใด

ทางด้านนายพิทักษ์ สุวรรณะ อายุ 31 ปี บุตรชายของคุณยายคำแงง สุวรรณะ กล่าวว่า ครอบครัวพอใจในการเยียวยาของทางบริษัท เพราะครอบครัวก็เชื่อว่าบริษัทไม่เกี่ยวกับการให้เซลส์มาแนะนำลูกค้าให้ใช้ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม หยอดตา เงินที่ได้มาก็จะให้คุณแม่นำไปใช้จ่ายในการดูแลรักษาสุขภาพตัวเอง ส่วนดวงตาข้างที่ผ่าตัดออกไปแล้วนั้น ก็จะพาคุณแม่ไปใส่ตาเทียมเอง

ในขณะที่ นายจรูญ ผ่องสนาม อายุ 57 ปี เซลส์ที่ขายผลิตภัณฑ์อาหารเสริม ให้คุณยายคำแงง และเป็นคนแนะนำให้คุณยายใช้หยอดตา กล่าวว่า รู้สึกเสียใจและขอโทษครอบครัวคุณยายคำแงง และยอมรับว่าการใช้ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมหยอดตานั้น ไม่ใช่นโยบายหรือกลยุทธ์ทางการขายของบริษัทแต่อย่างใด แต่เป็นความเชื่อส่วนตัว เพราะตัวเองหยอดหู หยอดตา ใส่แผลแล้วดีขึ้น จึงลองแนะนำให้ลูกค้าใช้ ต่อไปจะไม่ทำอีก

ทางด้าน พ.ต.อ.วัชรพงศ์ ฉุยฉาย ผกก.สภ.เวฬุวัน เปิดเผยถึงความคืบหน้าคดีในการเอาผิดเซลส์ว่า ขณะนี้รอผลตรวจพิสูจน์จากทาง สสจ. หากผลออกมาก็จะสามารถแจ้งข้อหาเซลล์ได้ ซึ่งในส่วนการสอบปากคำได้ทำการสอบไว้ทั้งหมดแล้ว ทั้งตัวผู้เสียหาย ทั้งพยาน และผู้ถูกกล่าวหา ในเบื้องต้นเข้าข่ายกระทำผิดกฎหมายตามมาตรา 271 เข้าข่ายการหลอกลวง ซึ่งอาจจะมีการเพิ่มข้อหาตามพรบ.อาหาร มาตรา 40 เรื่องของการขายอาหารเสริมโอ้อวดสรรพคุณ และตามมาตรา 300 กระทำโดยประมาท และการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ ผู้อื่นรับอันตรายสาหัส ทั้งนี้ เป็นในส่วนของเซลส์ แต่ในส่วนของทางบริษัทนั้น ขึ้นอยู่กับว่าพยาน หลักฐานต่างๆจะเข้าข่ายเป็นการกระทำผิดหรือไม่

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้