วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เวียดนามแซงไทยแล้วหรือยัง?

เวียดนามแซงไทยแล้วหรือยัง?

  • Share:

ผมเห็นข่าวจาก tinthethao สื่อดังของเวียดนาม ตีพิมพ์บทความที่อ้างอิงจากสื่อเกาหลีใต้ เขาบอกอย่างมั่นใจว่า เวียดนามจะปาดหน้าไทยคว้าแชมป์ฟุตบอลซูซูกิ คัพ ช่วงปลายปีได้อย่างแน่นอน เนื่องจากเวียดนามอยู่ในช่วงขาขึ้นสุดๆ ส่วนทีมไทยเป็นช่วงขาลง

เกิดคำถามว่า จริงหรือที่ทีมไทยอยู่ในช่วงขาลง โดยเฉพาะกับทีมชุดใหญ่?? แล้วทำไมสื่อเกาหลีที่เวียดนามกล่าวอ้างถึงมั่นใจที่จะบอกว่า เวียดนามมีดีกว่าไทย ณ ปัจจุบัน?

จากผลงานที่ผ่านมา เราเห็นชัดเจนว่าเวียดนาม เก่งกว่าไทย ในชุดยู23 ชัดเจน ผลงานคว้ารองแชมป์ในศึกชิงแชมป์เอเชีย และยื้อถึงต่อเวลาในนัดชิงชนะเลิศ ไม่บังเอิญแน่นอน หรือแม้กระทั่งในศึกเอเชียนเกมส์ (เป็นทีมชุดยู23 ที่ผสมผู้เล่นชุดใหญ่ 3 คน) ที่พวกเขาเอาชนะทีมชาติญี่ปุ่น และก้าวไปคว้าอันดับ 4 ก็ชี้ให้เห็นความต่างระหว่างทัพดาวทอง ยู-23 กับทีมชาติไทยที่ไม่ประสบความสำเร็จกับทั้งสองรายการดังกล่าว

แต่กับทีมชุดใหญ่ ทีมชาติเวียดนามในยุคของ ปาร์ค ฮังซอ ไม่ได้โดดเด่นมากนัก พวกเขาทำได้เพียงเสมอ อัฟกานิสถาน ในบ้าน 0-0 และบุกไปเสมอจอร์แดน 1-1 ซึ่งเท่ากับว่า ในนามทีมชาติชุุดใหญ่ กุนซือเกาหลีคนนี้ ยังพาเวียดนามเก็บชัยชนะในเเมตช์อย่างเป็นทางการไม่ได้ และเป็นการเสมอกับทีมระดับกลางค่อนท้ายของเอเชีย กับ ทีมจากตะวันออกกลาง 1 ทีมที่การันตีเข้ารอบสุดท้ายไปแล้ว แต่พวกเขาแทบไม่มีแมตช์อุ่นเครื่องให้ได้เห็นเท่าไหร่

ดังนั้น ด้วยผลงานของทีมชุดยู-23 ที่เป็นกระแสฟีเวอร์ในบ้านเขา จึงอนุมานได้ว่าผู้เล่นชุดจากชุดเอเชียนเกมส์น่าจะเป็นแกนหลักในฟุตบอลซูซูกิ คัพอย่างไม่ต้องสงสัย แต่ทัวร์นาเมนต์ซูซูกิ คัพ มีความต่างจากทัวร์นาเมนต์ที่ผ่านมา ที่คงไม่สามารถเอาผลงานของทีมชุดยู-23 มาเปรียบเทียบได้

1.ทัวร์นาเมนต์นี้ ทุกชาติต่างส่งผู้เล่นที่สุดแข่งขัน นั่นหมายความว่า บางชาติที่ผลงานไม่ดีในชุดยู-23 แต่เมื่อผสมผสานกับผู้เล่นชุดใหญ่ อาจจะลงตัว อย่างทีมชาติไทย ที่ผู้เล่นชุดใหญ่ มีความสามารถเฉพาะตัวที่โดดเด่น อยู่ที่ระบบทีมและจังหวะในเกมว่าใครจะโดดเด่นกว่า 

2.ซูซูกิ คัพ เล่นเหย้าเยือน การเล่นนอกบ้านนับว่ามีผลสำคัญ ซึ่งแตกต่างกับสองทัวร์นาเมนต์ก่อนหน้านี้ของเวียดนาม ยู-23 ที่พวกเขาเล่นที่สนามกลาง ปัจจัยชี้ขาดของฟุตบอลรายการอาเซียนคัพ อยู่ที่เกมเยือนและในบ้านต้องไม่พลาด

3.ผู้เล่นของทีมชาติเวียดนามชุดนี้ ได้รับการจับตามองมากขึ้นหลังจากนี้แน่นอน เพราะจากสองทัวร์นาเมนต์ที่ผ่านมา ย่อมทำให้ทุกชาติศึกษาระบบการเล่นของเวียดนาม เพื่อปิดจุดแข็งของพวกเขา

4.ที่ผ่านมา สื่อเวียดนามมักจะโฟกัสเฉพาะการเจอกับทีมไทย หากแต่ในซูซูกิคัพ สองครั้งหลังสุด พวกเขามาสะดุดในรอบรองต่อมาเลเซีย (2014) และอินโดนีเซีย (2016) ไม่ทันได้เข้าไปต่อกรกับทีมไทยเสียที แสดงให้เห็นว่าทุกทีมในย่านอาเซียนฝีเท้าใกล้เคียงกันหมด และคงโฟกัสที่ทีมใดทีมหนึ่งไม่ได้

สิ่งที่กล่าวมาทั้งหมด คงเป็นเพียงการเอาข้อมูลทางทฤษฎีมาพูดและถกประเด็นนี้กันเท่านั้น สุดท้ายแล้ว 8 พ.ย.-15 ธ.ค. ที่จะถึงนี้ จะเป็นคำตอบว่า ฟุตบอลชุดใหญ่ของเวียดนามแซงทีมไทยไปแล้วหรือยัง ทุกอย่างอยู่ที่การเตรียมทีมให้ดีที่สุด แล้วเดินหน้าสู้กับคู่แข่งทุกทีม และไปสู่ตำแหน่งแชมป์ให้ได้ เพราะตำแหน่งแชมป์รายการเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2018 จะตอบคำถามนี้ทั้งหมด.

Cr.Photo : Nguyen Khanh

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้