วันเสาร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เตือนคนกรุงรับมือ ฝนถล่มหนัก 9-11 ก.ย.

เตือนคนกรุงรับมือ ฝนถล่มหนัก 9-11 ก.ย.

  • Share:

ปราจีนฯขยะมหาศาลมากับน้ำ

สสนก.เตือนคนกรุง 3 วันนี้เตรียมรับมือฝนตกหนัก ที่ จ.ปราจีนบุรี ยังอ่วมหลายพื้นที่น้ำท่วมสูงขยะลอยเต็มเมือง จ.หนองคาย ระดับน้ำในแม่น้ำโขงเริ่มลดลงแต่ที่ ร.ร.ปากสวยพิทยาคม ต.วัดหลวง อ.โพนพิสัย น้ำสูงกว่า 1 เมตร โรงเรียนต้องปิดการเรียนการสอนถึงวันที่ 13 ก.ย. กรณีหินถล่มปิดเส้นทางที่บ้านอุมโล๊ะ-บ้านสบโขง ต.แม่สวด อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ทหารระเบิดหินเปิดเส้นทาง กรมอุตุฯเผยฝนเพิ่มทุกภาคของประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 8-10 ก.ย.

หลายพื้นที่ในประเทศยังคงมีฝนตกวันที่ 8 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แบบจำลองสภาพอากาศ (วาฟ-รอม) สถาบันสารสนเทศน้ำและการเกษตร (สสนก.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) รายงานสภาพอากาศประจำวันโดยระบุว่า ร่องมรสุมจะเคลื่อนตัว ลงมาพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง วันที่ 9-11 ก.ย. ส่งผลให้มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักทั่วทุกภาคของประเทศไทย และวันที่ 11-14 ก.ย. ร่องมรสุมจะอ่อนกำลังลงและจะเลื่อนขึ้นไปพาดผ่านภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และประเทศลาวตอนบน ทำให้ประเทศไทยมีฝนลดลง แต่ยังคงมีฝนตกต่อเนื่องในภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

วาฟระบุว่า ร่องมรสุมตะวันตกเฉียงใต้เคลื่อนตัวมา ความกดอากาศสูงเริ่มแผ่ตัวลงมา ดันให้ร่อง มรสุมเคลื่อนตัวผ่านไปยังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเวลานี้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนหลายพื้นที่เริ่มมีฝนตกหนักแล้ว ทั้งนี้ แนวร่องมรสุมจะเคลื่อนตัวผ่านภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตอนล่างลงมาเรื่อยๆ ทำให้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง และภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพฯ จะกลับมามีฝนตกเพิ่มขึ้น โดยจะตกในลักษณะต่อเนื่องเรียกว่าฝนแช่ตัว ดังนั้นวันที่ 9-11 ก.ย. คนกรุงควรเตรียมรับมือกับปริมาณน้ำฝนที่จะตกหนักด้วย

สำหรับสถานการณ์น้ำที่ ต.ประจันตคาม และเขตเทศบาลตำบลประจันตคาม อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี ยังคงมีน้ำท่วมบ้านเรือนประชาชนในที่ราบต่ำ โดยเฉพาะในเขตบ้านดงไชยมัน และบ้านบางไผ่ มีบ้านเรือนประชาชนหลายหลังคาเรือนได้รับความเดือดร้อน ทหารพร้อมเจ้าหน้าที่ อบต.ประจันตคาม ต้องใช้เรือพายเข้าไปให้ความช่วยเหลือขนย้ายทรัพย์สิน ขึ้นที่สูง แต่สถานการณ์น้ำโดยรวมในพื้นที่ อ.ประจันตคาม น้ำเริ่มลดลงเนื่องจากมวลน้ำไหลเข้าทุ่งนาในพื้นที่ ประจันตคาม-เมืองปราจีนบุรี ทำให้ที่นาของประชาชนกลายเป็นทะเลสาบขนาดย่อม นอกจากนี้ยังมีน้ำท่วมสูงประมาณ 20 ซม.บนถนนเส้นปราจีน-ท่างาม การเดินทางเป็นไปด้วยความยากลำบาก

ส่วนพื้นที่ อ.บ้านสร้าง เป็นอำเภอปลายน้ำที่ต้องรับน้ำจาก อ.กบินทร์บุรี อ.ประจันตคาม รวมทั้งรับน้ำจากการระบายน้ำในเขื่อนขุนด่านปราการชล จ.นครนายก ทำให้ ร.ร.อนุบาลวัดบ้านสร้าง ถูกน้ำท่วมสูงนักเรียนต้องช่วยกันวางแนวกั้นน้ำเพื่อไม่ให้น้ำไหลเข้าห้องเรียน เนื่องจากโรงเรียนอยู่ ระหว่างสอบปลายภาค ที่ อ.เมืองปราจีนบุรี ปริมาณน้ำที่เอ่อล้นจากแม่น้ำปราจีนบุรียังคงไหลท่วมถนนแยกท่างาม หน้าวัดแก้วสามัคคี มีระดับน้ำสูงกว่า 20 ซม. บางช่วงสูงถึง 50 ซม. แขวงทางหลวงชนบทปราจีนบุรี ประกาศห้ามรถเล็กวิ่งผ่าน นอกจากนี้ตามถนนยังพบขยะลอยจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ อบต.ดงพระราม ร่วมกับศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 3 ปราจีนบุรี ทหาร ร.2 พัน.1 รอ. ค่ายจักรพงษ์ ต้องช่วยกันเก็บไปไว้ในบ่อขยะของ อบต.ดงพระราม

จ.ชัยนาท เขื่อนเจ้าพระยาเริ่มมีการลดการระบายน้ำลงทางด้านท้ายเขื่อน ล่าสุดมีปริมาณการระบายน้ำอยู่ที่ 651 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที มีปริมาณน้ำเหนือเขื่อนอยู่ที่ 16.52 เมตร/รทก. (ระดับน้ำทะเลปานกลาง) มีปริมาณน้ำท้ายเขื่อนอยู่ที่ 9.71 เมตร/รทก. (ระดับน้ำทะเลปานกลาง) ส่วนที่สถานีจุดวัดน้ำ C.2 อ.เมือง จ.นครสวรรค์ มีมวลน้ำไหลผ่านจุดวัดอยู่ที่ 963 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

นายเฉลิมพล มิ่งเมือง หน.ปภ.จ.ชัยนาท เผยว่าได้เตรียมความพร้อมให้เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด ส่วนระดับน้ำที่แม่น้ำเจ้าพระยา จ.นครสวรรค์ มีระดับน้ำลดลงจากเดิมเล็กน้อย เขื่อนเจ้าพระยาได้ปรับลดการระบายน้ำลงอีกเหลือ 651 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้ระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาลดลงอย่างต่อเนื่องเข้าสู่สถานการณ์ปกติ แต่ยังคงให้ประชาชนเฝ้าติดตามสถานการณ์น้ำทั้งทางพยากรณ์อากาศและประกาศจาก สนง.ปภ.จ.ชัยนาทด้วย

จ.หนองคาย ที่อุทกวิทยาหนองคาย ระดับน้ำโขงวัดได้ 12.34 เมตร สูงกว่าตลิ่ง 21 เซนติเมตร มีแนวโน้มลดลง แต่ระดับขณะนี้ยังถือว่ามีระดับสูงอยู่ ประกอบกับลำน้ำสาขาของแม่น้ำโขงหลายสาย โดยเฉพาะน้ำโมง น้ำห้วยหลวง และน้ำสวย ที่มีปริมาณน้ำมาก เจ้าหน้าที่ชลประทานได้ปิดประตูน้ำไม่ให้น้ำโขงซึ่งมีระดับสูงกว่าไหลย้อนเข้าลำน้ำสาขา และได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่เพิ่มเติมอีก 26 เครื่อง สูบน้ำห้วยหลวงลงแม่น้ำโขงป้องกันไม่ให้น้ำไหลท่วมพื้นที่ทางการเกษตรใน เขต อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย และ อ.สร้างคอม จ.อุดรธานี

ส่วนที่ ร.ร.ปากสวยพิทยาคม ต.วัดหลวง อ.โพนพิสัย ระดับน้ำสูงกว่า 1 เมตร นักเรียนไม่สามารถเดินทางมาโรงเรียนได้โรงเรียนต้องสั่งหยุดเรียนตั้งแต่วันที่ 4 -13 ก.ย. จนกว่าระดับน้ำจะเข้าสู่ภาวะปกติ โดยได้ระดมครู และขอกำลังเจ้าหน้าที่กรอกกระสอบทรายวางกั้นประตูทางเข้าโรงเรียนและตามรอยแยกของรั้วไม่ให้น้ำทะลักเข้าโรงเรียน ทั้งนี้สามารถป้องกันได้ในระดับหนึ่ง

ที่ จ.บึงกาฬ นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผวจ.บึงกาฬ พร้อมเจ้าหน้าที่นั่งเรือตรวจที่ห้วยกำแพง บ้านท่าโพธิ์ หมู่ 6 ต.บึงกาฬ อ.เมืองบึงกาฬ พบว่าลำห้วยคับแคบ มีกอไผ่กีดขวางทางน้ำไหลจำนวนมาก สั่งการให้ ปภ.จังหวัด และ ปภ.เขต 14 อุดรธานี น้ำเครื่องจักรรถแบ็กโฮเข้าขุดลอก พร้อมสั่งชลประทานเดินเครื่องผลักดันน้ำในห้วยกำแพงที่ยังท่วมขังในพื้นที่ ต.โคกก่อง ต.โนนสมบูรณ์ ต.บึงกาฬ และที่ศาลากลางจังหวัด ระบายน้ำ 399,900 ลบ.ม./วัน ให้ไหลลงสู่แม่น้ำโขงโดยเร็ว

จ.ร้อยเอ็ด ร.ต.อ.วัฒนา วงศ์อินตา รอง สว. (สอบสวน) สภ.ธวัชบุรี รับแจ้งต้นยางนาขนาดใหญ่ล้มทับบ้านพักเจ้าหน้าที่ ร.ร.โสตศึกษาร้อยเอ็ด ต.นิเวศน์ อ.ธวัชบุรี ไปตรวจสอบพบศพ นางเตือนใจ สมสา อายุ 57 ปี นักการของ ร.ร.โสตศึกษาร้อยเอ็ด อยู่ในบ้านสภาพศพกะโหลกศีรษะแตก กระดูกซี่โครงหัก เจ้าหน้าที่กู้ภัยและชาวบ้านช่วยกันนำเอาศพออกจากที่เกิดเหตุนำส่งโรงพยาบาลเพื่อชันสูตร นอกจากนั้นมีต้นไม้ล้มทับรถเก๋งของครูเสียหายอีก 1 คันด้วย

ส่วนกรณีหินภูเขาขนาดใหญ่น้ำหนักกว่า 70 ตัน และดินโคลนไหลปิดถนน กม.ที่ 40 ระหว่าง บ้านอุมโล๊ะ-บ้านสบโขง ต.แม่สวด อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ระยะทางยาว 15 เมตร นายสาธิต คันธะวงศ์ หัวหน้าหมวดบำรุงทางหลวงชนบทแม่สะเรียง เผยว่านำเจ้าหน้าที่ทางหลวงชนบท ทหาร ฉก.ร.17 หน่วย ฉก.ทพ.36 อส.ปกครองอำเภอสบเมย ร้อย ตชด.337 เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแม่เงา นำเครื่องเจาะเข้าเจาะหินที่ขวาง จากนั้นได้ระเบิดหินจนเปิดเส้นทางใช้ได้ตามปกติแล้ว

จ.เชียงราย นางวันดี ราชชมภู นอภ.แม่จัน รับแจ้งดินโคลนถล่มปิดถนนเส้นทางหลักจาก อ.แม่จัน จ.เชียงราย-อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ บริเวณบ้านจะหยี หมู่ 20 ต.ป่าตึง เป็นระยะทาง 400 เมตร รถไม่สามารถสัญจรไปมาได้ หลังรับแจ้งได้นำกำลังทหาร ชาวบ้านจิตอาสา รถไถ 2 คัน รถน้ำ 1 คัน ไปตักดินโคลนออกจากถนน และฉีดน้ำช่วยกันเก็บกวาดทำความสะอาด ใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง จึงเปิดเส้นทางสัญจรได้ตามปกติ

กรมอุตุนิยมวิทยามีประกาศ “ฝนตกหนักบริเวณประเทศไทย” ฉบับที่ 8 ว่า ในช่วงวันที่ 8-10 ก.ย. ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้น โดยจะมีฝนฟ้า คะนองและลมกระโชกแรงในระยะแรก กับมีฝนตกหนักบางพื้นที่ บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออก เฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ รวมทั้งกรุงเทพฯ และปริมณฑล เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมบริเวณประเทศลาวและเวียดนามแล้ว ทำให้ร่องมรสุมเลื่อนลงมาพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ยังพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้นกับมีฝนตกหนักบางพื้นที่และมีลมแรง

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้