วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ฆ่า 2 นักศึกษาสาวไทย ในสหรัฐ คาอพาร์ตเมนต์

ฆ่า 2 นักศึกษาสาวไทย ในสหรัฐ คาอพาร์ตเมนต์

  • Share:

สยองที่เมืองซีแอตเติล1ใน2เป็นบัณฑิตนิติฯมธ.เร่งไขปริศนาฆาตกรรม!

2 นักศึกษาสาวไทยถูกฆาตกรรมคาอพาร์ตเมนต์ในนครซีแอตเติล สหรัฐฯ ก่อนดับสยอง นักศึกษาสาวคนหนึ่งโทรศัพท์กลับเมืองไทยมาหาญาติ บอกชีวิตไม่ปลอดภัย แล้วขาดการติดต่อไปนาน 72 ชั่วโมงจนผู้ดูแลอพาร์ตเมนต์ได้รับแจ้งให้ไปตรวจสอบที่ห้องพัก พบทั้งคู่มีร่องรอยถูกแทงเจ็บสาหัสคาห้อง แจ้งตำรวจมาตรวจสอบแต่ไม่ทัน สองนักศึกษาหมดลมหายใจไปแล้ว ตำรวจเร่งสอบสวนหาสาเหตุการตาย

เหตุฆาตกรรม 2 นักศึกษาสาวไทยรายนี้ เป็นที่เปิดเผยหลังจากเพจ Siamtown ซึ่งเป็นเพจข่าวของ คนไทยในสหรัฐอเมริกา ได้เผยแพร่เหตุฆาตกรรมรายนี้ว่า เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 4 ก.ย. ตามเวลาท้องถิ่น ตรงกับประเทศไทยเวลา 23.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจเมืองซีแอตเทิล รัฐวอชิงตัน ได้รับแจ้งทางโทรศัพท์จากผู้จัดการอพาร์ตเมนต์ชื่อ “มัลลอย อพาร์ตเมนต์” เลขที่ 4423, 15 อเวนิว นอร์ทอีสต์ เมืองซีแอตเทิล ให้ไปตรวจสอบห้องพักของนักศึกษาสาวชาวไทย หลังมีเพื่อนแจ้งว่าขาดการติดต่อไปกว่า 72 ชั่วโมงแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจของเมืองซีแอตเติลพร้อมด้วยรถพยาบาลฉุกเฉิน จึงได้ไปยังอพาร์ตเมนต์ดังกล่าว

เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปตรวจสอบภายในห้องพักถึงกับตะลึง เมื่อพบศพหญิงสาว 2 คน เสียชีวิตอยู่ในห้อง สภาพศพถูกแทงตามร่างกายหลายแห่ง ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับ 2 นักศึกษาไทยจากเพื่อนๆนักศึกษา รวมทั้งพยานแวดล้อมต่างๆ เพื่อสืบสวนหาสาเหตุการฆาตกรรมโหดครั้งนี้ ทั้งนี้ ข้อมูลเบื้องต้นตำรวจทราบว่า นักศึกษาสาวไทยที่มีชื่อเป็นเจ้าของห้องพักดังกล่าว คือ น.ส.กรกมลหรือแอ๋ม หลีนวรัตน์ บ้านอยู่ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี จบการศึกษาจากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รุ่น 35 ได้เกียรตินิยมอันดับ 2 เมื่อปี 2558 ส่วนนักศึกษาไทยอีกคนที่เป็นเพื่อนร่วมห้องที่เสียชีวิตเช่นกัน ชื่อ น.ส.ฐิฏิอร โชติช่วงทรัพย์ เป็นชาวสมุทรสาคร

สำหรับอพาร์ตเมนต์ดังกล่าว ตั้งอยู่ติดกับมหาวิทยาลัยวอชิงตัน ผู้พักอาศัยส่วนใหญ่จะเป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัย จากการสอบถามเพื่อนนักศึกษาทราบว่า เมื่อวันที่ 31 ส.ค. น.ส.กรกมลได้โทรศัพท์กลับมาหาญาติที่ประเทศไทย เล่าว่ามีความกังวลเรื่องความปลอดภัยในชีวิต เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดเหตุร้ายกับตนเอง หลังจากนั้นก็ขาดการติดต่อไป

ขณะเดียวกัน สำนักข่าวท้องถิ่นของรัฐวอชิงตัน ชื่อ “Kiro7.com” รายงานเหตุฆาตกรรม 2 นักศึกษาไทย ว่า ถูกพบเสียชีวิตภายใน “มัลลอย อพาร์ตเมนต์” และมีการเปิดเผยจากนายมาร์ค เจมีสัน เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนกรมตำรวจนครซีแอตเติล ระบุว่าได้รับแจ้งจากผู้ดูแลอพาร์ตเมนต์ เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 4 ก.ย. ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐฯ ว่า มีนักศึกษาหญิง 2 คน ได้รับบาดเจ็บสาหัสภายในห้องพัก

ผู้สื่อข่าวของ Kiro7.com ระบุด้วยว่า จาก การสอบถามพยานในที่เกิดเหตุ ทราบว่าผู้จัดการ อพาร์ตเมนต์ได้รับแจ้งจากบุคคลรายหนึ่งไม่เปิดเผยชื่อ ขอให้เข้าตรวจสภาพความเป็นอยู่ของนักศึกษาสาวรายหนึ่ง เนื่องจากขาดการติดต่อไปหลายวันและพบนักศึกษาหญิง 2 คน ได้รับบาดเจ็บสาหัสปางตายอยู่ในห้องพัก จึงโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่เมื่อตำรวจมาถึงพบว่านักศึกษาสาวทั้งสองคนที่บาดเจ็บในห้องพักได้เสียชีวิต โดยมีบาดแผลถูกแทง ทั้งนี้ เหตุร้ายครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงมหาวิทยาลัยวอชิงตันปิดภาคเรียนและมีกำหนดเปิดเรียนในวันที่ 26 ก.ย. ส่วนสำนักข่าวเอพี รายงานข่าวด้วยว่า ตำรวจนครซีแอตเติลอยู่ระหว่างเร่งสืบสวนเหตุนักศึกษาหญิง 2 คนเสียชีวิตภายในห้องพัก เบื้องต้นพบว่าอาจจะเป็นความขัดแย้งส่วนตัว เนื่องจากประตูถูกล็อกจากด้านใน แต่ยังไม่ตัดทิ้งประเด็นที่คนร้ายอาจจะเป็นบุคคลภายนอก

ขณะที่ประธานสมาคมคนไทยในรัฐวอชิงตัน เผยว่า ก่อนหน้านี้ได้ทราบข่าวนักศึกษาไทยขาดการติดต่อไปกว่า 72 ชั่วโมง ทั้งรับรายงานว่า มีนักศึกษาไทยรายหนึ่งโทรศัพท์หาญาติที่ประเทศไทย เล่าว่ารู้สึกว่าตัวเองไม่ปลอดภัย แต่ไม่ทราบรายละเอียดเพิ่มเติม ว่าทำไมถึงคิดว่าตัวเองตกอยู่ในอันตราย

ด้านนายธานี แสงรัตน์ กงสุลใหญ่ สถานกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส เผยว่า ได้รับรายงานเรื่องการพบศพนักศึกษาสาวไทยถูกฆ่าตายในห้องพักแล้ว จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยติดต่อกับตำรวจเมืองซีแอตเติล อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการชันสูตรศพและพิสูจน์ศพ โดยตำรวจเมืองซีแอตเทิลแจ้งว่า การชันสูตรศพจะทราบผลในอีก 2 วัน

ส่วนที่ประเทศไทย มีรายงานว่า ก่อนหน้านี้ญาติของ 2 นักศึกษาไทยที่เสียชีวิตในห้องพักของ “มัลลอย อพาร์ตเมนต์” ได้โทรศัพท์ติดต่อเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศ สอบถามรายละเอียดและให้ช่วยติดตามค้นหา 2 นักศึกษาสาวไทยที่หายตัวไป เจ้าหน้าที่จึงได้แนะนำให้นำหลักฐานต่างๆ เกี่ยวกับทั้ง 2 คน ไปมอบให้เจ้าหน้าที่กอง คุ้มครองและดูแลผลประโยชน์คนไทยในต่างประเทศ กรมการกงสุล เพื่อเป็นข้อมูลให้สถานกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสหรัฐฯ โดยนายธาตรี เชาวชตา ผอ.กองคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์คนไทยในต่างประเทศ ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่คอยประสานงานกับสถานกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส อย่างใกล้ชิด เพื่อติดตามความคืบหน้าเรื่องนี้

ในเวลาต่อมา คดีฆาตกรรม 2 นักศึกษาสาวไทยในนครซีแอตเติล เริ่มเป็นที่กระจ่างและยืนยันได้ว่า ผู้ตายคือ น.ส.กรกมล หลีนวรัตน์ จริง หลังจากที่ในเวลา 18.30 น. วันที่ 5 ก.ย. ผู้สื่อข่าวได้พบ นายกฤษฎา หลีนวรัตน์ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลธัญบุรี อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี มีศักดิ์เป็นอาของ น.ส.กรกมล ผู้เสียชีวิต โดยเป็นน้องชายของนายปภาวิน หลีนวรัตน์ อดีตรองนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลธัญบุรี บิดาของ น.ส.กรกมล นายกฤษฎากล่าวว่า ทราบเรื่องการหายไปของ น.ส.กรกมล หรือน้องแอ๋ม มา 2-3 วันแล้ว โดยบุตรชายและบุตรสาวของตนที่เรียนอยู่ในสหรัฐฯ โทรศัพท์มาแจ้งว่าติดต่อ น.ส.กรกมลไม่ได้ 2-3 วันแล้ว จึงให้ช่วยตามหาและสั่งไว้ว่าหากตามหาไม่พบให้ไปแจ้งตำรวจ เพิ่งมาทราบจากบุตรสาวที่โทรศัพท์มาบอกเมื่อวันที่ 5 ก.ย.ว่า น.ส.กรกมล เสียชีวิตแล้ว แต่ทราบเพียงว่าถูกแทงตายในห้องพักกับเพื่อนร่วมห้องเท่านั้น ส่วนรายละเอียดอื่นๆ ไม่รู้สาเหตุว่ามีเรื่องอะไรกับใคร และเรื่องศพของ น.ส.กรกมลได้ให้บุตรชายและบุตรสาวของตนที่เรียนอยู่ที่สหรัฐฯเป็นผู้ดำเนินการประสานและติดต่อกับสถานกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส เพื่อนำศพกลับประเทศไทย

ผู้สื่อข่าวได้สอบถามนายกฤษฎาว่า นายปภาวิน บิดา น.ส.กรกมล ทราบเรื่องบุตรสาวเสียชีวิตหรือยัง นายกฤษฎาเผยว่าทราบแล้วและอยู่ในอาการเศร้าโศกเสียใจ จึงไม่สามารถให้รายละเอียดอะไรกับใครได้ ส่วนมารดาของ น.ส.กรกมลเสียชีวิตมาประมาณ 4-5 ปีแล้ว สำหรับ น.ส.กรกมล ปัจจุบันอายุ 25 ปี จบจากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ แล้วไปเรียนต่อปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยบอสตันจนสำเร็จได้ปริญญาไป 1 ใบแล้วและมาศึกษาต่อในระดับปริญญาโทใบที่ 2 ที่มหาวิทยาลัยวอชิงตัน

ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวได้ติดตามไปยังที่อยู่ของ น.ส.ฐิฏิอร โชติช่วงทรัพย์ นักศึกษาสาวไทยเพื่อนร่วมห้องของ น.ส.กรกมล หลังทราบว่ามีภูมิลำเนาอยู่ที่ 44/10 หมู่ 10 ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่ม–แบน จ.สมุทรสาคร ซึ่งเป็นตึกแถว 2 คูหาเมื่อช่วงเย็นวันเดียวกัน แต่ไม่พบใครเนื่องจากบ้านปิดและมีเพียงป้ายประกาศขายตึกหลังนี้ติดไว้ เมื่อผู้สื่อข่าวโทรศัพท์ไปตามเบอร์โทรศัพท์ตามป้ายประกาศขายตึก มีผู้รับสายแต่ปฎิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องที่เกิดขึ้น

ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บ้านเลขที่ 60/3-4 (คลอง 7) ถนนรังสิต-นครนายก หมู่ 2 ต.ลำผักกูด อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ถูกระบุเป็นที่อยู่ น.ส.กรกมล หลีเนาวรัตน์ “น้องแอ๋ม” ทราบจากเพื่อนบ้านว่าน้องแอ๋ม เป็นบุตรสาวของนายปภาวิน หลีเนาวรัตน์ หรือ“เฮียย้ง” อดีตรองนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลธัญบุรี และเป็นหลานของนายกฎษดา หลีเนาวรัตน์ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลธัญบุรี ไปเรียนต่อ ปริญญาโทที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ครอบครัวเคย ทำธุรกิจเปิดร้านขายอุปกรณ์เครื่องมือทางการเกษตร เลิกกิจการเมื่อ 4-5 ปีก่อนหลังคุณแม่น้องแอ๋มเสียชีวิต

ทางด้านนายกฤษดา หลีเนาวรัตน์ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลธัญบุรี เปิดเผยว่า น.ส.กรกมล หลีเนาวรัตน์ “น้องแอ๋ม” หลานสาว ได้เสียชีวิตจริง ทางครอบครัวทุกคนเสียใจมาก โดยเฉพาะนายปภาวินพี่ชายตน ยังทำใจไม่ได้ ส่วนสาเหตุคงต้องรอผลการสืบสวนสอบสวนว่าเกิดจากอะไร และคนที่เสียชีวิตในห้องด้วยกันก็เป็นเพื่อนสนิทของหลานสาวตน พร้อมกันนี้ตนได้ให้ลูกชายและลูกสาวตนที่เรียนอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา แต่อยู่คนละรัฐกัน ประสานกับทางสถานทูตไทยประจำประเทศสหรัฐอเมริกา ในการติดตามทั้งเรื่องคดีและการรับศพเพื่อเตรียมนำมาบำเพ็ญกุศลที่วัดนาบุญ (คลอง 7) ต.ลำผักกูด อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ส่วนรายละเอียดต่างๆคงต้องปรึกษากับญาติพี่น้องอีกที

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้