วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เกียร์พังตังค์หมด! อายุการใช้งานของน้ำมันเกียร์อัตโนมัติ

เกียร์พังตังค์หมด! อายุการใช้งานของน้ำมันเกียร์อัตโนมัติ

  • Share:

เกียร์อัตโนมัติกับการหล่อลื่นหรือน้ำมันเกียร์ถือเป็นหัวใจสูงสุดของการใช้งาน ในยุคแรกเริ่ม เกียร์ออโต้ที่ถูกนำมาติดตั้งในรถยนต์ใช้น้ำมันหล่อลื่นภายในห้องเกียร์มากถึง 15 ลิตร ปัจจุบัน ขนาดที่เล็กลงและน้ำหนักที่เบาขึ้นของเกียร์อัตโนมัติทำให้ปริมาณของน้ำมันหล่อลื่นที่ใช้เติมลงไปในเกียร์มีจำนวนน้อยลงเหลือแค่ 5-7 ลิตร แล้วแต่ขนาดและประเภทของเกียร์ที่ขึ้นตรงกับระบบขับเคลื่อน

ไม่ว่าจะเป็นเกียร์ขับเคลื่อนล้อหน้าที่เล็กกะทัดรัดหรือเกียร์ขับหลังรวมถึงเกียร์ขับเคลื่อนสี่ล้อที่มักจะมีขนาดใหญ่กว่าเกียร์ออโต้ขับหน้า สำหรับการใช้งานโดยเฉพาะการบำรุงรักษาดูแลเพื่อยืดอายุการทำงานของเกียร์ออโต้ ค่าซ่อมหรือเปลี่ยนเกียร์อัตโนมัติไม่มีคำว่าถูกโดยเฉพาะรถยุโรปขับเคลื่อนล้อหลังหรือขับเคลื่อนสี่ล้อ เกียร์บางรุ่นมีราคาถึง 30% จากราคารถทั้งคัน นอกเหนือไปจากวิธีขับขี่ใช้งานเกียร์อัตโนมัติที่ถูกต้องซึ่งระบุไว้ในคู่มือแต่เจ้าของรถจำนวนไม่น้อยไม่เคยแม้แต่จะเปิดอ่านแล้วการดูแลรักษาเปลี่ยนถ่ายของเหลวหล่อลื่นตามระยะจึงถือเป็นเรื่องที่คุณควรจะใส่ใจดูแลเป็นพิเศษ

การอ่านคู่มือประจำรถและปฏิบัติตามคำแนะนำเกี่ยวกับการบำรุงดูแลรักษาเกียร์ออโต้จะช่วยทำให้คุณไม่ต้องควักเงินเพื่อซ่อมหรือเปลี่ยนเกียร์ซึ่งถือเป็นเงินจำนวนไม่ใช่น้อยๆ การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์รวมถึงชนิดของน้ำมันเกียร์ที่ใช้เติมตามช่วงเวลาที่เหมาะสมกับการใช้งานที่ถูกต้องไม่ขับแบบกระชากลากถูจะช่วยยืดอายุการทำงานของเกียร์ ส่วนวิธีตรวจเช็กระดับของน้ำมันหล่อลื่นเกียร์ในรถยนต์บางรุ่นจะมีก้านวัดมาให้แต่บางรุ่นก็ไม่มีและคงต้องพึ่งพาศูนย์บริการหรืออู่ที่มีความรู้ความชำนาญในการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์

ระยะทางที่เหมาะสมกับการเปลี่ยนถ่ายของเหลวที่ใช้หล่อลื่นเกียร์ออโต้ส่วนใหญ่จะอยู่ระหว่างระยะ 30,000 ถึง 40,000 กิโลเมตร น้ำมันเกียร์ออโต้มีสีแดงเมื่อเทออกจากกระป๋องใหม่ๆ และจะยังคงมีสีแดงต่อไปอีกระยะขณะที่ขับใช้งาน หลังจากผ่านการใช้งานมาจนถึงเวลาที่จะต้องลงมือเปลี่ยนถ่ายสีของน้ำมันเกียร์ออโต้จะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล บางคันขับอย่างเดียวไม่เคยเปลี่ยนถ่ายจนเกียร์พังถอดออกมาเละเทะดำเหนียวเป็นช็อกโกแลต ควรหมั่นสังเกตรอยหยดของน้ำมันที่รั่วออกมาจากเครื่องยนต์หรือเกียร์ออโต้ หากเป็นน้ำมันเครื่องรั่วและหยดลงมาบนพื้นมักมีสีดำคล้ำแตกต่างจากน้ำมันเกียร์อัตโนมัติที่มีสีแดงเข้มและใสมากกว่าน้ำมันที่ใช้หล่อลื่นเครื่องยนต์ ลักษณะของการวางเครื่องยนต์และระบบขับเคลื่อนที่แตกต่างกันทำให้คุณสังเกตคราบน้ำมันรั่วและหยดลงพื้นโดยสามารถแยกแยะได้ดังนี้

รถยนต์ญี่ปุ่นยุคใหม่ทั่วไปมักจะใช้ขับเคลื่อนด้วยล้อคู่หน้า ค่าย Lexus ซึ่งมักผลิตแต่รถขับเคลื่อนล้อหลังหรือขับเคลื่อนสี่ล้อแต่ก็มีรถขับหน้าของ Lexus อย่างรุ่น ES และ CT200h ลักษณะการวางเครื่องยนต์แบบตามขวางในรถญี่ปุ่น เครื่องยนต์และเกียร์จะอยู่ติดกันและวางตามขวางในห้องเครื่อง สำหรับรถยุโรปพวก BMW และ Mercedes Benz ยกเว้น BMW Series-2 Grand Tourer หรือ Mercedes Benz A180/ A250 รวมถึง Volvo V40 V60 S60 S80 ซึ่งเป็นรถขับเคลื่อนล้อหน้า เกียร์ของรถยุโรปขับเคลื่อนล้อหลังยุคใหม่จะวางตามยาวต่อกับเครื่องยนต์โดยมีเพลากลางต่อเชื่อมกับเกียร์ไปยังเฟืองท้าย การสังเกตคราบน้ำมันเกียร์ที่รั่วหยดลงมาที่พื้นจะอยู่ตรงกึ่งกลางเลยจากตำแหน่งของห้องเครื่องยนต์ถัดไปบริเวณกลางรถใต้ตำแหน่งของซุ้มเกียร์ คราบการรั่วหยดของน้ำมันเกียร์บ่งบอกถึงอายุการใช้งานรวมถึงยังเกิดขึ้นจากการสึกหรอเสียหายของซีล ยางหรือปะเก็นแคร็งน้ำมันเกียร์เสื่อมสภาพ

การสังเกตจุดและสีของน้ำมันที่รั่วหยดลงพื้นสำหรับท่านที่ไม่ได้เชี่ยวชาญเรื่องช่างคงสังเกตได้ยากว่าน้ำมันอะไรรั่วมาจากตรงไหนเนื่องจากในเครื่องยนต์นั้นมีทั้งน้ำมันเครื่อง น้ำมันเกียร์ออโต้ น้ำมันหล่อลื่นระบบพวงมาลัยในปั๊มเพาเวอร์ น้ำมันคอมเพรซเซอร์แอร์ น้ำมันเบรก ลองสังเกตประเภทและสีของน้ำมันหรือทางที่ดีก็พึ่งพาศูนย์บริการอู่หรือช่างซ่อมระบบเกียร์ที่มีความเชี่ยวชาญจะดีกว่ามานั่งเดาเองเองว่าน้ำมันอะไรกันแน่ที่รั่วหยดลงพื้น ในความเป็นจริงของการขับใช้งานรถยนต์ที่ติดตั้งระบบเกียร์อัตโนมัตินั้น ต่อให้เกียร์รุ่นใหม่มีการออกแบบและใช้วัสดุที่แข็งแรงทนทานขนาดไหน เมื่อมาเจอกับสภาพการขับเคลื่อนทั้งรถติดสาหัสเดี๋ยววิ่งเดี๋ยวหยุด ทั้งสภาพอุณหภูมิที่ร้อนระอุบนถนน จอดๆ วิ่งๆ เดี๋ยวก็เจอน้ำท่วมขังต้องวิ่งลุยฝ่ากลับบ้าน ทำให้เกียร์ออโต้เกิดอาการสึกหรอจากการใช้งานซึ่งเป็นเรื่องปกติธรรมดา ของเหลวหรือน้ำมันเกียร์ที่ใช้หล่อลื่นเมื่อขับใช้งาน น้ำมันเกียร์จะมีอุณหภูมิสูงมากในระบบ แต่เจ้าของก็ไม่เคยใส่ใจดูแลเปลี่ยนถ่ายตามระยะ ขับลูกเดียวไม่เคยเหลียวแล ไม่นานสารหล่อลื่นอะไรต่อมิอะไรที่ใส่เข้ามาในน้ำมันเกียร์เพื่อคอยปกป้องหล่อลื่นชิ้นส่วนของเกียร์ก็เสื่อมสภาพจากตัวแปรด้านความร้อนขณะทำงาน สุดท้ายเกียร์ก็พัง แทนที่จะเสียน้อยแค่ค่าเปลี่ยนน้ำมันเกียร์กลับเสียมากถึงขั้นเปลี่ยนเกียร์ใหม่ทั้งลูก ชอบแบบไหนเลือกได้นะครับ.

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้