วันพุธที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ตีตั๋วชนโรง: Destination Wedding รัก ตลก ขำบ้าบอ!

Destination Wedding คือการโคจรมาพบกันอีกครั้งของนักแสดงที่อยู่ในดวงใจของใครหลายคน โดยเฉพาะกับนักดูหนังยุค 90 อย่าง คีอานู รีฟส์ และ วิโนน่า ไรเดอร์ ถือเป็นความพิเศษ ที่ทำให้ตัวหนังมีพลังในการดึงดูดแฟนๆ ให้เข้าไปดูได้อย่างไม่ยากเย็น ซึ่งตัวหนังเองก็ให้อารมณ์หนังรักยุค 90 ระดับตำนานอย่าง Before Sunrise (1995) อย่างไม่อาจปฏิเสธ เพียงแต่มันบ้าบอกว่า ไร้สาระกว่า และตลกกว่า

ถ้าเข้าใจไม่ผิด คำว่า Destination Wedding ก็คือ การจัดงานแต่งงานรูปแบบหนึ่งที่เน้นจัด ณ สถานที่ที่สวยๆ กว้างๆ กลางแจ้ง โดยมากอาจเป็นสถานที่ที่คู่รักพบรักกัน ซึ่งการแต่งประเภทนี้ ผู้เข้าร่วมงานจะต้องใช้เวลาหลายวัน และเดินทางไกลกันพอสมควรในการมาร่วมงานแต่งของคู่บ่าวสาว

ในหนัง Destination Wedding หรือในชื่อไทยว่า ไปงานแต่งเขา แต่เรารักกัน ก็คือการเล่าเรื่องราวของชาย(แฟรงค์) และหญิง (ลินด์เซย์) คู่หนึ่งที่โคจรมาพบกัน และต้องร่วมทางไปงานแต่งด้วยกัน ซึ่งทั้งคู่ก็ไม่ได้ชอบขี้หน้ากันเท่าไร เพราะมุมมองทางความคิดที่เป็นขั้วตรงข้ามกัน นำมาซึ่งการปะทะคารมกันตลอดการเดินทาง นำไปสู่ความสัมพันธ์แบบแปลกๆ ที่เกิดขึ้นในงานแต่งครั้งนี้

ว่ากันตรงๆ นี่เป็นหนังที่ก๊อปไอเดียนำเสนอมาจาก Before Sunrise หนังรักในตำนานเรื่องดังเมื่อปี 1995 อย่างไม่ต้องปฏิเสธ กับหนังรักที่นำเสนอโดย 2 ตัวละครพระนาง ที่เรื่องราวดำเนินไปด้วยบทสนทนาของทั้งสอง Destination Wedding ก็มาในแนวทางนั้นเลย ใครเป็นนักดูหนังที่ไม่ถูกจริตกับหนังที่เต็มไปด้วยบทสนทนายาวๆ กับการแช่อยู่ในฉากเดิมๆ นานๆ แนะนำให้หลีกห่างเลย แต่ใครที่ชอบแนว Before Sunrise แต่เน้นความบันเทิง การกัดจิกเสียดสีกัน กับตรรกะบ้าพอ Destination Wedding คือหนังที่ตอบโจทย์ตรงนี้แบบสุดๆ

คีอานู รีฟส์ และ วิโนน่า ไรเดอร์ กลับมาร่วมงานกันอีกครั้ง นับจาก Bram Stoker's Dracula (1992), A Scanner Darkly (2006) และ The Private Lives of Pippa Lee (2009) ที่ครั้งนี้ต้องบอกว่าหนัง Destination Wedding ต้องพึ่งพาพลังซุป'ตาร์ของทั้งคู่มากเป็นพิเศษในการตรึงคนดูให้อยู่กับหนัง เพราะหนังเต็มไปด้วยบทสนทนาที่ยาวเหยียดในเกือบทุกๆ ฉาก อีกทั้งยังเปี่ยมไปด้วยความบ้าบอที่ไม่ได้มากจากแค่บทสนทนาเท่านั้น ยังมีการกระทำอีกด้วย เช่น “ฉากเซ็กซ์กลางป่า” ซึ่งถือเป็นไฮไลต์ของเรื่องนี้เลย และแม้เราจะเห็นว่ามีนักแสดงสมทบคนอื่นๆ แต่พวกเขาเหล่านี้ก็มีสภาพเป็นเพียงแค่อากาศที่มีไว้ให้องค์ประกอบภาพมันครบเฉยๆ

ซึ่งทั้งคู่ก็รับส่งบทกันได้ไหลลื่นดี กับการเล่นเป็นคนต่างขั้วที่ต้องเอาเหตุผล(ข้างๆ คูๆ) มาบลัฟใส่กันไปมา แม้จะรู้สึกว่าทั้งสองตัวละครมันช่างบ้าบอ ตรรกะก็ไร้สาระ แต่เสน่ห์ของพระนางก็ค่อยๆ ดึงเราหลุดออกห่างจากเหตุผลไปเรื่อยๆ และมาโฟกัสที่อารมณ์ความรู้สึก จนทำเอาเราหัวเราะบ้าบอไปกับตรรกะ และสถานการณ์ที่บ้าบอพอกัน

ที่เอาเข้าจริงๆ มุมมองตรรกะแปลกๆ ในด้านความรักและการใช้ชีวิตของ แฟรงค์ และ ลินด์เซย์ บางประเด็นก็เป็นมุมมองที่เสียดสีสังคม จนต้องแอบมาสำรวจตัวเองว่าเราเป็นแบบนั้นหรือไม่ ซึ่งหนังก็ไม่ได้ตัดสินว่าสิ่งใดถูกหรือผิด เพียงแต่แค่กระตุ้นให้คิดในสิ่งที่บางครั้งเราก็อาจมองข้ามไป 

แม้เป็นจุดที่หนังไม่ได้ลงรายละเอียดมากนัก แต่หากระหว่างดูสังเกตฉากรอบๆ ในฉากมุมกว้างที่ไม่ต้องเน้นหน้าพระนาง จะพบว่า Destination Wedding มีโลเคชั่นที่สวยงามมาก น่าไปเดินเล่นสุดๆ ทำให้พอเข้าใจว่าทำไมคู่รักหลายคน โดยเฉพาะในต่างประเทศถึงได้นิยมการจัดงานแต่งแบบ Destination Wedding

Destination Wedding ก็เหมือนเป็นหนังรียูเนี่ยนของทั้งนักแสดงและคนดูที่เติบโตมาจากยุค 90 ที่น่าจะอินและดูสนุกมากกว่านักดูหนังยุคใหม่ ซึ่งตัวหนังเองก็เป็นความบันเทิงเบาสมอง ที่แม้รวมๆ จะไม่ใช่หนังดีเด่นอะไร แต่มันก็ทำให้คนดูอย่างเราขำได้บ้าบอ แค่นี้ก็น่าจะพอที่จะตีตั๋วไปดูหนังเรื่องนี้กันแล้ว

อ่านรีวิวหนัง ตีตั๋วชนโรง เรื่องอื่นๆ

ชา ตีตั๋วชนโรง

Twitter: @Chamanz13

Facebook: ตีตั๋วชนโรง

Destination Wedding คือการโคจรมาพบกันอีกครั้งของนักแสดงที่อยู่ในดวงใจของใครหลายคน โดยเฉพาะกับนักดูหนังยุค 90 อย่าง คีอานู รีฟส์ และ วิโนน่า ไรเดอร์ ถือเป็นความพิเศษ... 31 ส.ค. 2561 06:19 31 ส.ค. 2561 10:02 ไทยรัฐ