วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ฝนตก น้ำท่วม รถติด ทำไมต้องใช้กระบะดีเซล!

ฝนตก น้ำท่วม รถติด ทำไมต้องใช้กระบะดีเซล!

  • Share:

จากความเห็นของน้าเดช หรืออาจารย์ พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ ผู้เชี่ยวชาญในวงการรถยนต์ของไทย ให้ความเห็นในโลกโซเชียล ในวันที่กรุงเทพมหานครมีฝนกระหน่ำอย่างหนักในช่วงเย็น ทำให้การจราจรเป็นอัมพาต รถติดทั่วเมือง น้าเดชให้ความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับการเลือกซื้อพาหนะคันใหม่ของคนกรุงว่า

"ถูกด่าทุกครั้งที่แสดงความเห็นว่า ถ้ามีรถยนต์ได้สองคันขึ้นไป หนึ่งคันควรเป็นปิกอัพดีเซล ถ้ามีเงินมากก็เป็นขับเคลื่อนสี่ล้อยกสูง มีเงินมากอีกหน่อยก็เอา พีพีวี ขับเคลื่อนสี่ล้อ มีมากขึ้นไปอีก เอาเอสยูวีขับเคลื่อนสี่ล้อ ทั้หมดถ้าเลือกได้ให้เอาเครื่องดีเซลนะ แล้วกล้าๆ ลุยอย่าเสียดาย" 

"เพราะเวลาฝนตกน้ำท่วมอย่างนี้คุณสามารถเอาตัวรอดจากถนนได้ง่ายกว่าคนมีรถเก๋ง พอเขียนอย่างนี้ทีไรถูกด่าทุกทีว่า “หาแดกกับรถปิกอัพ” ก็ช่างหัวคนด่าเถอะ เพราะอยู่เฉยๆ ก็ยังโดนด่าอยู่ดี ใครจะซื้อหรือไม่ซื้อเป็นเรื่องของแต่ละคน หน้าที่ผมคือบอก บอกแล้วใครจะทำก็ได้ไม่ทำก็ได้"

"ป.ล. แล้วพวกรถไฟฟ้า EV น่ะรีบๆ ซื้อมาใช้งานเลยนะครับ ผมอยากเห็นรถไฟฟ้าลุยน้ำระดับนี้จังเลย Porsche Cayenne Plug in Hybrid ของผมสูงเท่าๆ ปิกอัพ เห็นน้ำอย่างนี้ยังจอดอยู่บ้าน แม้ว่าบริษัทจะรับประกันก็เถอะ เอา Isuzu V-Cross ยกสูง 4x4 ออกขับไปทำฟันสบายใจกว่าเยอะขอรับ"

รถกระบะยกสูงหรือรถอเนกประสงค์พีพีวี เอสยูวี ที่มีความสูงจากพื้นถึงใต้ท้องรถ 235-240 มิลลิเมตร สามารถขับลุยน้ำท่วมขังได้อย่างสบายๆ หากระดับน้ำรอระบายท่วมสูงถึง 40-50 เซนติเมตร รถประเภทนี้ก็ยังสามารถขับฝ่าน้ำท่วมสูงกลับถึงบ้านได้อย่างปลอดภัย ความสูงที่ออกแบบเอาไว้เพื่อการขับลุยเกิดประโยชน์ในการใช้งานเมื่อต้องกลับบ้านท่ามกลางฝนตกหนักแล้วเกิดน้ำท่วมขัง ปิกอัพหรือกระบะดัดแปลงพวกพีพีวี เอสยูวี เครื่องยนต์ดีเซล มีการออกแบบให้ลุยน้ำท่วมได้โดยไม่สร้างปัญหาในการซ่อมบำรุงมากนัก แค่หมดหน้าฝนก็เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์น้ำมันเฟืองท้ายใหม่ เช็กระบบเบรกให้ทำงานปกติเบรกอยู่จานไม่สนิมกินก็พอ หากเอารถเอสยูวีหรูมาลุยน้ำ เช่น BMW ตระกูล X Mercedes Benz ตระกูล GL หรือรถเอสยูวีราคาแพงระยับดับจิตอย่าง Cayenne ถึงจะลุยฝ่าออกมาได้แต่หากใช้ระยะยาวเพื่อลุยฝ่าน้ำท่วมในกรุงเทพฯ บ่อยครั้ง ค่าซ่อมบำรุงจะสูงกว่ารถปิกอัพดัดแปลงอย่างแน่นอนที่สุด 

ส่วนรถไฟฟ้าที่กำลังฝันหวานกันอยู่นั้น ไม่เห็นมีแม้แต่รายเดียวที่ออกมาบอกว่ารถยี่ห้อนี้ยี่ห้อโน้นสามารถลุยน้ำท่วมสูงได้ แม้จะมีการปิดผลึกอย่างดีในชุดแบตเตอรี่หรือมอเตอร์แต่อย่าลืมว่ารถไฟฟ้านั้นไม่ถูกกันอย่างยิ่งกับเขตที่มีความชื้นสูงอย่างประเทศไทย โดยเฉพาะการขับรถไฟฟ้าลุยน้ำท่วมขังในเขต กทม. ที่คนใช้รถจะต้องผจญกันเกือบจะทุกฤดูกาลไม่เว้นแม้แต่ช่วงฤดูร้อนหรือฤดูหนาวซึ่งอาจเกิดฝนตกหนักได้ตลอดเวลา แม้จะมีประกันแบตเตอรี่และมอเตอร์ไฟฟ้า แต่ก็คงไม่มีใครอยากขับไปจอดตายกลางน้ำแล้วต้องยกไปศูนย์บริการหรอกครับ

ลองมาดูราคารถกระบะลุยน้ำกันดีกว่า

Ford Ranger Double Cab 2.2L XLS Hi-Rider 6MT 789,000 บาท
Ford พยายามจะปรับการบริการหลังการขายเพื่อเอาใจและสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าหลังจากโดนต่อว่ามานาน ถ้าทำได้จริงก็จะพุ่งลิ่วด้านยอดขายอย่างแน่นอน เพราะรถ Ranger นั้นมีประสิทธิภาพดีและโดนใจคนไทยไม่น้อย

Isuzu D-MAX V-Cross 2.5 L 843,000 บาท
เจ้าตลาดกระบะสายลุย Isuzu D-MAX รุ่น V-Cross หน้าตาก็งั้นๆขับก็ธรรมดาสามัญทั่วไป แต่ Isuzu มีการบริการหลังการขายติดอันดับหนึ่งยี่ห้อในดวงใจของงานบริการลูกค้า ราคาขายต่อไม่ร่วงมากจนหมดตูด ทรหดอดทนลุยน้ำลุยโคลนได้สบาย D-MAX V-Cross จึงโดนใจคนใช้ปิกอัพไม่น้อยเลยทีเดียว 

Toyota Hilux Revo Rocco 2.8 MT 899,000 บาท
เป็น Rocco ที่ถูกสุดแล้วในสารบบของ Hilux หน้าตาแหลมๆ ของ REVO รุ่นแรกทำให้ขายไม่ค่อยดีไม่เป็นไปตามที่ได้คาดการณ์เอาไว้ ส่วน Rocco นั้น ถูกปรับหน้าตามาใหม่จนลงตัว ทำให้ยอดขายขยับได้บ้างแต่ก็ยังไม่มากเท่าที่ควร บทเรียนของพี่โตในการผลิตรถกระบะก็คือ ไม่ใช่แค่ทนอย่างเดียวมันต้องหล่อโดนใจคนอยากได้อีกด้วย รู้งี้เอาหน้าของ Tacoma กระบะมะกันมายัดใส่ก็สิ้นเรื่อง 

Mitsubishi Triton Plus 2.4D GLS-Ltd 5AT 879,000 บาท
ขายเงียบๆ แต่ต่างจังหวัดเห็นวิ่งกันให้เกลื่อน ถ้าไม่อยากควักเป็นล้านเพื่อสอย Athlete รุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อก็ยังมีทางเลือกที่ถูกกว่าอย่างรุ่นขับเคลื่อนสองล้อ Mitsubishi Triton Plus 2.4D มีดีที่แรงบิดจากเครื่องยนต์ ขับง่ายกับเกียร์ออโต้ แต่ถ้าขยันเอาใจลูกค้าให้มากกว่าที่เป็นอยู่และเน้นบริการหลังการขายดีๆ น่าจะได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน เป็นรถกระบะที่ขับดีใช้ได้เลยทีเดียว 

Nissan Navara Double Cab Calibre EL 7AT 935,500 บาท
กระบะ Big-M ของ Nissan ที่เคยเป็นเจ้าตลาดกลับสาบสูญหายไปตามสายลม เคยขายดีก็ต้องมานั่งตบยุงทั้งๆ ที่สมรรถนะไม่เป็นรองรถคู่แข่งโดยเฉพาะการบรรทุกและการลุยหนักที่ขึ้นชื่อของรถ Navara สำหรับปิกอัพรุ่น Double Cab Calibre EL เกียร์ออโต้ 7AT ราคา 935,500 บาท แพงไปนิดแต่ใช้งานได้ดี แชสซีที่เน้นการบรรทุกหนักได้เปรียบคู่แข่งอยู่บ้าง เครื่องยนต์ดีเซลมีเสียงดังแต่มอบแรงบิดที่น่าประทับใจ เกียร์อัตโนมัติ 7 สปีดใช้งานได้ดี ช่วงล่างแข็งโป๊กเพื่อลุยหนักๆ โดยไม่สร้างปัญหาหลังการใช้งานแต่กลับขายไม่ดีเพราะหน้าตาที่ไม่ค่อยจะโดนนั่นเอง

Chevrolet Colorado 2.5L 2WD C-Cab LT Z71 AT 868,000 บาท
แรงบิดจากเครื่องยนต์ 2.5 ลิตรเทอร์โบดีเซล ทำให้กระบะรุ่นนี้ขับสนุกแต่ขายไม่ค่อยจะออก ลูกค้าต่างจังหวัดนิยมรถปิกอัพรุ่นนี้กันพอสมควร โดยเฉพาะคนที่ชอบอัตราเร่งและการเอาตัวรอดด้วยแรงบิดจากเส้นทางทุรกันดาร เอามาใช้งานในเมืองก็สามารถลุยฝ่าน้ำท่วมสูงได้อย่างสบายๆ Colorado 2.5L 2WD C-Cab LT Z71 เป็นกระบะ 4 ประตูขับเคลื่อนสองล้อเกียร์ออโต้ที่น่าใช้อยู่เหมือนกันถ้าหาก Chevrolet ปรับปรุงงานบริการ โดยเอาตัวอย่างศูนย์บริการที่อุ้มชูลูกค้าให้เกิดความพึงพอใจหลังการขายก็จะทำตลาดได้ดีกว่าที่เป็นอยู่ รวมถึงราคาอะไหล่ หากขยับลดลงมาอีกนิดก็จะได้ใจลูกค้าอีกไม่น้อยเลยทีเดียว อะไรที่เสียที่พังและยังอยู่ในช่วงเวลารับประกันก็ต้องรีบเคลมให้ไว รับรองว่าจะกลับมาขายดีชัวร์



สภาพภูมิอากาศโลกที่เปลี่ยนแปลงไปในทางที่เลวร้ายมากขึ้นทุกวัน จากสภาวะโลกร้อน ทำให้เกิดฝนตกหนักระดับ 100 มิลลิเมตรได้มากยิ่งขึ้น ในกรุงเทพฯ นั้นแค่ตกลงมา 40-60 มิลลิเมตรก็แย่หนักกันแล้ว รถกระบะยกสูงหรือรถอเนกประสงค์พีพีวี เอสยูวี เครื่องยนต์ดีเซล จึงเป็นทางเลือกที่ช่วยให้คุณอยู่รอดปลอดภัยกลับถึงบ้านได้ตามต้องการ ไม่ต้องจอดรถรอน้ำลดกันถึงสามสี่ชั่วโมง และถึงแม้จะลุยน้ำได้อย่างสบายใจเฉิบ แต่อย่าลืมว่าในเขตกรุงเทพฯ ที่กำลังมีการก่อสร้างรถไฟฟ้ากันทั่วเมืองแบบนี้ ต่อให้รถยกสูงเท่าไรก็ยังไม่รอดรถติดหนึบไม่ขยับได้อยู่ดีละครับ รอดน้ำท่วมแต่ไม่รอดรถติด กรรมของคนกรุงอย่างแท้จริง.



อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้