วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
พฐ.เร่งหาสาเหตุไฟไหม้ตลาดโรงเกลือ เบื้องต้นยังชี้แน่ชัดไม่ได้

พฐ.เร่งหาสาเหตุไฟไหม้ตลาดโรงเกลือ เบื้องต้นยังชี้แน่ชัดไม่ได้

  • Share:

พฐ.ลงตรวจพื้นที่ เร่งตรวจหาสาเหตุไฟไหม้ตลาดโรงเกลือ ขณะที่กองเศษวัสดุต่างๆ ยังมีความร้อน ต้องฉีดน้ำกันไฟปะทุ เบื้องต้นคาดไฟฟ้าลัดวงจร ค่าเสียหายประมาณ 10 ล้านบาท...

จากกรณีเหตุเพลิงไหม้อาคารร้านค้าล็อกบี ในตลาดโกลด์เด้นเกต หรือตลาดเทศบาล3 ติดทิศใต้ตลาดโรงเกลือ ตลาดการค้าชายแดน อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ตั้งแต่เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 18 ส.ค. 61 และ จนท.สามารถควบคุมเพลิงไว้ในวงจำกัดได้เมื่อเวลาประมาณ 21.30 น.นั้น

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 19 ส.ค. 61 พ.ต.อ.เสกสรร วัฒนพงษ์ ผกก.สภ.คลองลึก จ.สระแก้ว และ พ.ต.ท.จตุรภัทร สิงหัษฐิต รอง ผกก.(สส) สภ.คลองลึก จ.สระแก้ว ได้นำ จนท.กองพิสูจน์หลักฐาน ตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้ว เดินทางเข้ามาตรวจพื้นที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ บริเวณอาคารล็อก บี ตลาดเทศบาล3ฯ โดยมีกำลัง จนท.ทหารจาก มทบ.19 และกองร้อยทหารพรานที่ 1201 เข้าร่วมสังเกตการณ์และร่วมตรวจสอบ ซึ่งจากการเข้าตรวจสอบของ จนท.พบว่าบริเวณพื้นที่เพลิงไหม้ยังคงมีควันไฟคุกรุ่นลอยขึ้นมาตลอดเวลา ทำให้ จนท.กองพิสูจน์หลักฐานฯ ไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบหาหลักฐานได้ ทำให้ จนท.ต้องให้รถแบ็กโฮตักคุ้ยกองเศษวัสดุที่เกิดเพลิงไหม้แล้ว ให้รถน้ำและรถดับเพลิงฉีดน้ำเพื่อไม่ให้เพลิงคุขึ้นมาได้อีก แต่ก็ยังไม่สามารถทำให้บริเวณจุดเพลิงไหม้ไฟดับลงได้ 100% ยังคงต้องให้รถน้ำและรถดับเพลิงฉีดน้ำเลี้ยง เพื่อให้น้ำลงไปดับไฟที่ยังคงคุอยู่ใต้กองเศษวัสดุภายในอาคารที่เกิดเพลิงไหม้


เบื้องต้น จนท.ได้ตรวจสอบพบว่าอาคารล็อกบี ตลาดเทศบาล 3 ที่ถูกเพลิงไหม้ เป็นอาคารร้านค้า จำนวน 8 คูหา แต่แบ่งเป็นร้านค้าย่อยที่พ่อค้าแม่ค้าชาวเขมรเช่าต่อกันมา มีประมาณ 20 ร้านค้า ส่วนใหญ่เป็นร้านค้าจำหน่ายอุปกรณ์ประดับยนต์ ซึ่งเป็นร้านต้นเพลิง ร้านจำหน่ายรองเท้า และเสื้อผ้า พร้อมสินค้าเบ็ดเตล็ด และร้านค้าส่วนใหญ่ซึ่งเป็นของชาวกัมพูชา จะมีการเก็บตุนสินค้าไว้ภายในร้านจำนวนมาก จึงทำให้เป็นเชื้อเพลิงอย่างดี เมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้จึงทำให้ลุกลามเร็ว จน จนท.ต้องใช้รถแบ็กโฮมาทำลายกำแพงอาคารร้านค้า เพื่อสกัดไม่ให้เพลิงลุกลามมากกว่านี้

ทั้งนี้ จนท.อยู่ระหว่างการตรวจสอบเรียกตัวเจ้าของร้านต้นเพลิงและร้านค้าที่ถูกเพลิงไหม้มาสอบสวน แต่เนื่องจากร้านค้าส่วนใหญ่เป็นชาวเขมรทำให้ตามตัวมาสอบปากคำยาก เนื่องจากบางคนกลับไปฝั่งกัมพูชาแล้ว จึงต้องประสานญาติพี่น้องให้ไปตามมาให้ปากคำ เพื่อตรวจสอบและประเมินความเสียหายทั้งหมด ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าความเสียหายหลายสิบล้านบาท

เบื้องต้น จนท.ยังไม่สามารถระบุสาเหตุเพลิงไหม้ได้ต้องรอเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานสรุปเสียก่อนเพียงแต่สันนิษฐานว่าเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร เนื่องจากมีพยานชาวเขมรบอกว่าได้เกิดไฟลุกไหม้บริเวณแผงปลั๊กไฟ ด้านหลังร้านจำหน่ายอุปกรณ์ประดับยนต์ แล้วลุกลามติดอุปกรณ์ประดับยนต์จนควบคุมไม่ได้.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้